
บังมาดลาออกสมาคมฟุตบอล
บังมาด สามารถ มะลูลีม ประกาศลาออกจากกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอล หลังไทยพรีเมียร์ลีก เพิ่มเป็น 18 ทีม ลั่นชงเรื่องเสนอรัฐบาลตัดงบประมาณช่วยเหลือผ่านกองทุนพัฒนากีฬาชาติ ให้เหตุผลเพิ่มทีมเพราะลีกแกร่ง ไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินภาษีประชาชน
ภายหลังจากที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศแนวทางเกมรอบเพลย์ออฟ เพื่อเพิ่มทีมในการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2554 เป็น 18 ทีม ล่าสุด “บังมาด” สามารถ มะลูลีม อุปนายกสมาคมฟุตบอล ที่เคยประกาศคัดค้านก่อนหน้านี้ ออกมาเปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นประธานพิจารณาระเบียบการแข่งขันฟุตบอลของสมาคม แต่การดำเนินการต่างๆ ที่เกิดขึ้น กลับไม่ทราบเรื่องใดๆ เลย ดังนั้นจึงขอประกาศลาออกจากตำแหน่งในสมาคมฟุตบอลทุกตำแหน่ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อเป็นไปตามที่เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้
“ผมไม่ทราบเรื่องมาตั้งแต่แรก และเมื่อทราบได้แสดงท่าทีคัดค้าน ถึงตรงนี้เมื่อข่าวเป็นทางการออกมา จึงขอลาออก และเมื่อสมาคมเห็นว่าลีกแกร่งแล้วจึงต้องเพิ่มทีม หรือคิดว่าลีกมีความร้อนแรง ได้รับความนิยมมากมาย ดังนั้นต่อจากนี้ไปคงไม่จำเป็นต้องมาพึ่งพางบจากภาครัฐ ผ่านกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ รวมถึงเงินสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งผมจะเสนอให้รัฐตัดเงินช่วยเหลือทั้งหมดแก่ไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป เพราะถือว่าเลี้ยงตัวเองได้แล้ว”
บังมาด กล่าวต่อว่า ไม่ได้ใช้อารมณ์ตัดสิน หากแต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อตกลงและระเบียบที่ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อเพิ่มเป็น 18 ทีม งบที่ตั้งเอาไว้รองรับ 16 ทีม ถือว่าไม่เป็นไปตามกติกาที่คุยไว้ จึงต้องยกเลิกไป การจะทำงานใหญ่ต้องมีหลักเกณฑ์ชัดเจน ไม่ใช่จบการแข่งขันแล้วค่อยมาประกาศเพิ่มทีมเช่นนี้ ส่วนงบที่ตัดออกไปจะนำไปช่วยเหลือทีมในดิวิชั่น 1 และลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ต่อไป ซึ่งอนาคตหากทั้ง 2 ลีกยังไร้มาตรฐานก็จำเป็นต้องตัดเช่นกัน เพราะนี่ถือเป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน
“หลายทีมเสียประโยชน์ ในขณะที่บางทีมได้ประโยชน์ ผมอยากถามว่า มันเป็นธรรมต่อทีมที่ได้อันดับ 7-9 ของดิวิชั่น 1 หรือไม่ เพราะพวกเขาก่อนหน้านี้พอทราบว่าไม่มีสิทธิ์ไล่อันดับ 3 ทัน จึงต้องปรับแผนของทีมไปเน้นที่การแข่งขันถ้วยที่เหลืออยู่ทดแทน อีกทั้งคงไม่มีลีกใดในโลกที่ทำเช่นนี้ นิวคาสเซิล ของอังกฤษ เป็นทีมใหญ่แค่ไหน เมื่อพวกเขาตกชั้นก็ต้องยอมรับกติกา ต้องรอได้ในการกลับสู่ลีกสูงสุด ไม่ใช่ใช้การวิ่งเต้นเพื่อให้มีการเพิ่มทีมเหมือนที่บางทีมทำกันจนเป็นผลสำเร็จ”
อดีตอุปนายกลูกหนัง กล่าวอีกว่า หลายคนอาจจำได้ เมื่อครั้งที่จุฬา ยูไนเต็ด ตกชั้น เคยมีการกล่าวถึงเรื่องเพิ่มทีม แต่เมื่อครั้งนั้น ตนเป็นคนปฏิเสธ และยืนยันว่าจะต้องเป็นไปตามระเบียบที่รับทราบด้วยกัน ทว่าหนนี้มันไม่ใช่ ตนไม่ทราบเรื่องที่ทำกันมาตั้งแต่ต้น
“การลาออกครั้งนี้ ยืนยันไม่กระทบความสัมพันธ์ที่มีต่อนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคม เพียงแต่ลาออกเพื่อให้สมาคมมีมาตรฐานในการทำงานที่ดีขึ้น ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่เช่นนั้นจบฤดูกาลหน้า หากมีทีมเส้นใหญ่ตกชั้นอีก มิต้องเพิ่มเป็น 20 ทีมหรือ”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับงบประมาณจากรัฐที่จะสนับสนุนไทยพรีเมียร์ลีก ที่นายสามารถ จะเสนอให้ตัดไปนั้น เป็นจำนวนทั้งสิ้น 53 ล้านบาท



