ข่าว

เนวินบอกบุญจงลาออกลงลต.เรื่องเล็ก

เนวินบอกบุญจงลาออกลงลต.เรื่องเล็ก

10 พ.ย. 2553

"สุเทพ" นัด "เนวิน-บรรหา" หารือเรื่อง "บุญจง-เกื้อกูล" ลาออกรมต.ก่อนลง ส.ส. ออกตัวต้องรอมติเเต่ละพรรคก่อน ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐานเดียวกับ ปชป. ส่วนเเก้รธน.ต้องทำตาม"สมบัติ" ที่เสนอแเก้ 2 มาตรา

(10พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น ล่าสุดเช้าวันนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเพิ่งได้รับการประกาศรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็นส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อย่างเป็นทางการ และได้เข้ารายงานตัวและปฏิญาณตนต่อที่ประชุมรัฐสภา ในช่วงเช้าของวันที่ 10 พ.ย.นี้
 
 นายสุเทพได้มีการนัดหมายแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล คือ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ โดยเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุเทพได้โทรศัพท์ถึงนายบรรหารและนายเนวิน เพื่อหารือถึงสถานการณ์บ้านเมืองและการปรับครม. รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 นายสุเทพแจ้งว่าต้องการหารือเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น โดยให้เกียรตินายบรรหารเป็นผู้เลือกสถานที่นัดหมาย แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ย. หลังจากที่นายสุเทพได้เข้ารายงานตัวที่รัฐสภาและปฏิญาณตนในการทำหน้าที่ส.ส. กระเเสข่าวการนัดหมายแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อรับประทานอาหารกลางวันก็ได้แพร่กระจายในวงสื่อมวลชน เมื่อนายสุเทพเมื่อทราบข่าวก็เปรยกับคนใกล้ชิดว่า "ขนาดเรื่องนี้เป็นความลับ และนัดแค่ 2 คน แต่ไม่รู้ว่านักข่าวรู้ได้อย่างไร" ซึ่งภายหลังปฏิญาณตนเป็นที่เรียบร้อย นายสุเทพก็ได้เดินทางออกจากรัฐสภาทันที

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 11.20 น. นายสุเทพเดินทางมาถึงโรงแรมพลาซ่า แอทธินี โดยได้ตรงขึ้นห้องอาหารจีน SILK ROAD ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 3 ทันที ต่อมาเวลา 11.30 น. นายเนวินก็เดินทางมาถึงเป็น โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุผลที่นัดรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน แต่นายเนวินกล่าวติดตลกว่า "วันนี้มาเลี้ยงแสดงความยินดีกับส.ส.ใหม่" เมื่อพยายามถามต่อว่าแล้วใครเป็นผู้เลี้ยงอาหารกลางวันมื้อนี้ นายเนวินก็กล่าวติดตลกเช่นเดิมว่า "ท่านบรรหาร ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสสูงสุด" จากนั้น เวลา 12.00 น. นายบรรหาร จึงเดินทางมาถึงแต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ใดๆ กล่าวเพียงสั้นๆว่า "รอให้เข้าไปก่อน จากนั้นเสร็จแล้วเดี๋ยวจะแถลงข่าว"

 ด้านนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 13.30 น. ภายหลังร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากมติครม. ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการหารือ ตนเพิ่งเป็นส.ส.ในวันนี้ คิดว่าแม้กรณีนี้ ทั้งนายบรรหารและนายเนวินไม่ได้เป็นแกนนำพรรคและเป็นคนนอกพรรค แต่ด้วยความที่เป็นนักการเมืองเก่าด้วยกัน ก็มาคุยแลกเปลี่ยนกัน ขอเรียนว่าตนไม่ได้อยู่ในครม.และรัฐบาล แต่จุดยืนของตนคือ เมื่อนายกฯสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯชุดที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ขึ้นมาทำหน้าที่แล้ว รัฐบาลต้องรับฟังและให้ความเคารพกับความเห็นของคณะกรรมการแต่ละชุดที่ตั้งขึ้นมา

 เมื่อถามว่า ข้อเสนอ 2 ข้อ ของคณะกรรมการฯที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 และระบบเลือกตั้งส.ส. มาตรา 93-98 ตรงกับนายบรรหารที่ต้องการให้มีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุเทพได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า "เมื่อกี๊ทำไมไม่ถามนายบรรหาร มาถามผมทำไม และผมจะตอบแทนนายบรรหารได้อย่างไร แต่เรื่องนี้นายบรรหารไม่ได้พูดและตอบอะไร วันนี้นายบรรหารสนุกสนานมาก คุยเรื่องน้ำท่วม และเข่ายอก วันนี้คุยกันอย่างอารมณ์ดี และบรรยากาศดี ผมได้พบกับคนพวกนี้ที่เป็นคนจิตใจดี ผมก็สบายใจ"

 เมื่อถามว่า เเสดงว่าพรรคร่วมรัฐบาลเป็นไปด้วยดี นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นไปด้วยดี เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายกฯหรือยังที่ต้องมีคนมาทำหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพราะมีข่าวการลอบสังหารบุคคลสำคัญ นายสุเทพ กล่าวติดตลกว่า คิดว่าตนจะตอบได้หรือไม่ เพราะตนแต่งตั้งตัวเองไม่ได้ ตนจะให้สื่อแต่งตั้งตนให้รู้แล้วรู้รอดไป ให้เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ ดูแลสื่อดีกว่า และขอเรียนว่าตนไม่ทราบจริงๆ และตนยังไม่ได้ถามนายกฯ ตนต้องมีมารยาท แต่วันนี้ดีใจที่สุดที่ได้เป็นส.ส.

 เมื่อถามว่า หากนายกฯแต่งตั้งให้กลับมานั่งรองนายกฯยินดีหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยินดีทุกอย่าง หากไปนั่งรมว.วัฒนธรรมก็ไป แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คุย แล้วแต่นายกฯ เพราะนายกฯไปตรวจน้ำท่วม เมื่อถามว่า สถานการณ์ตอนนี้ควรมีการปรับครม.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่มีหน้าที่ตัดสินใจ ตนเป็นลูกน้อง ที่ต้องรู้ว่าจะเดินแซงลูกพี่ไม่ได้ และมีความคิดแหลมเกินไปกว่าไม่ได้ และยืนยันว่าแต่ละพรรคยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆในเรื่องการปรับครม.

 เมื่อถามว่า หากนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ลาออกจากตำเเหน่ง จะมีการปรับครม.หลังการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุเทพ กล่าว่า อย่าถามในสิ่งที่ยังไม่เกิด เชื่อตนเถอะ หากเกิดแล้วมาถาม ตนจะตอบ

 นายสุเทพ ได้กล่าวถึงการหารือกับนายบรรหารและนายเนวิน ต่อกรณีการส่งตัวผู้สมัครส.ส.ลงเลือกตั้งซ่อมของพรรคร่วมรัฐบาล ว่า วันนี้นายบรรหารแสดงความเมตตากับตน และได้เลี้ยงอาหารกลางวัน ที่ตนได้กลับมาเป็นส.ส.อีกครั้ง และในส่วนที่ต้องคุยกับพรรคร่วมก็เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องประสานงานกับหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค เช่น นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและการกีฬาและหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ตนต้องไปคุย ส่วนอาหารกลางวันมื้อนี้เป็นการคุยเรื่องทั่วไปกับนายบรรหารและนายเนวิน โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ซึ่งไม่ใช้เรื่องที่ต้องหารืออย่างเป็นจริงเป็นจังกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะ 2 คนนี้ไม่ได้อยู่ในหน้าที่ที่จะทำงานได้ อีกทั้ง วันนี้ตนยังไม่ได้อยู่ในรัฐบาล เพราะเพิ่งเป็นส.ส.เท่านั้น จึงได้แต่คุยเรื่องทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนอยู่ในแวดวงการเมือง ตนพยายามถ่ายทอดว่า ตอนที่ตนลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เกิดจากอะไร จึงได้ลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ด้านความมั่นคง ซึ่งผู้ใหญ่พรรคนับตั้งแต่นายกฯ รู้เรื่องดังกล่าวดีเป็นอย่างไร ตนจึงถ่ายทอดให้ทั้ง 2 คนรับฟัง เผื่อว่าหากมีใครมาขอคำปรึกษาจะได้ถ่ายทอดต่อไป

 “ หลักเกณฑ์สำคัญคือ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของแต่ละพรรคไปดำเนินการตามกระบวนการของพรรค และตั้งแต่การประชุมสาขาพรรคเพื่อคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาสมซึ่งยังไม่รู้เลยว่าเป็นใคร และอาจเป็นรัฐมนตรีในปัจจุบันที่มีกรณีถูกคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่งส.ส. หรืออาจเป็นคนอื่น มันก็เป็นกระบวนการของแต่ละพรรค” นายสุเทพ กล่าว

 นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สมมุติว่าตัดสินใจให้ 2 รัฐมนตรีลงสมัครส.ส. พรรคต้องหารือกันว่าจะทำอย่าไร ดังนั้น ตนจะรอฟังมติพรรค แต่ตนต้องไปพบนายชวรัตน์และนายชุมพลอยู่ดี เพราะนายกฯมีคำสั่งมาก่อนหน้านี้กับตนแล้วว่า ขอให้ไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล และตนจะหาทางนัดหมาย แต่คงไม่บอกล่วงหน้า และในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองด้วยกัน ก็ต้องเคารพมติของแต่ละพรรค

 เมื่อถามว่า แม้มติ 2 พรรค จะไม่ตรงกับแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้รัฐมนตรีต้องลาออก นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคาดล่วงหน้า ทำไมต้องไปมองในทางร้ายไปหมด ขอให้ประชุมและมีมติพรรคออกมาก่อนว่า เหมือนหรือไม่เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อถึงตอนนั้นค่อยมาถามตน ก็ยังไม่สายเกินไป

 เมื่อถามว่า การคุยวันนี้ได้เสนอบรรทัดฐานของพรรคประชาธิปัตย์ให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาหรือไม่ นาย สุเทพ ตอบว่า ตนไม่ได้ถือว่าตนเป็นบรรทัดฐาน แต่เรียนไปว่าตนมีเหตุผลเช่นไร ที่ตัดสินใจไปแบบนั้น โดยตนลาออกจากรองนายกฯเพื่อลงเลือกตั้งส.ส. ซึ่งมีเหตุผลว่าที่ต้องลาออกนั้น คืออะไร และได้อธิบายออกไป เมื่อถามว่า เหตุผลของแต่ละพรรคอาจไม่เหมือนกันก็ได้ นายสุเทพ ตอบว่า อาจเหมือนกันก็ได้ ตนมองโลกแง่ดีเสมอ เพราะตนมีหน้าที่แก้ปัญหา หากตนแก้ปัญหาและสวมวิญญาณของสื่อ คือมองโลกแง่ร้ายทุกวัน ตนก็จะไม่สบายและป่วย

 เมื่อถามว่า หากแต่ละพรรคคิดไม่เหมือนกันจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ เพราะมาตรฐานไม่เหมือนกัน นายสุเทพ ตอบว่า "ยังไม่ทันรู้เลยว่าท่านนั้นคิดอย่างไรก็สรุปแล้วว่าจะคิดไม่เหมือนผม" เมื่อถามว่า การที่ระบุว่าต้องรอมติของแต่ละพรรคออกมาก่อน แต่นายกฯสั่งให้ไปคุยกับสองหัวหน้าพรรค จะเป็นการกดดันพรรคร่วมหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า ไม่ ตนมีหน้าปฏิบัติตามนายกฯสั่ง และตนนำเหตุผลไปแจ้งให้ 2 หัวหน้าพรรคนี้ทราบ เป็นเพียงการทำหน้าที่

 เมื่อถามว่า หมายความว่าจะคุยกับนายชวรัตน์และนายชุมพลก่อนการประชุมพรรค นายสุเทพ กล่าวว่า แน่นอน หากเจอก่อนวันที่ 16 พ.ย.นี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร โดยตนไปพบแต่ละพรรค เมื่อถามว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลส่งผู้สมัครลงในเขตเดียวกัน จะเป็นการแย่งเก้าอี้กันเองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า แต่ละพรรคต้องไปประชุมภายในกันเองว่าจะส่งใครลงสมัคร เมื่อถามว่า แต่มารยาททางการเมือพรรคร่วมจะไม่ส่งส.ส.ลงแข่งกันเองในพื้นที่เดียวกัน นายสุเทพ ตอบว่า ไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลย เมื่อถามว่า หลังพบนายชวรัตน์และนายชุมพลจะแจ้งให้นายกฯได้รับทราบหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า แน่นอน เมื่อเวลานายกฯใช้งานอะไรต้องรายงานไปว่าทำได้หรือไม่ได้

 เมื่อถามว่า การคุยกันวันนี้ได้ส่งสัญญาณตามที่นายสุเทพเคยตัดสินใจแล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ถือว่าตนเป็นบรรทัดฐาน แต่เป็นเหตุผลของแต่ละพรรค ที่ได้อธิบายกันไปแล้ว เมื่อถามว่า นายกฯเหมือนต้องการให้ 2 รัฐมนตรีลาออก แต่การคุยกันวันนี้เหมือนเป็นการทำความเข้าใจกัน นายสุเทพ ตอบว่า ตนไม่ได้พูดแบบนั้น และนายกฯไม่ได้กดดันบีบคั้นใคร ตนเรียนไปว่านายกฯมีแนวคิดและเหตุผลอย่างไร ความหมายตรงนี้จึงดูนุ่มนวลขึ้นมาหน่อย

เนวินบอก"บุญจง"ลาออกลงลต.เรื่องเล็ก

  เมื่อเวลา 16.30 น. ที่สนามเสือป่า ภายหลังจากแถลงข่าวจัดงานวันพ่อ 5 ธันวา 2553 นายเนวิน ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายบรรหารและนายสุเทพ  โดยบอกว่า อาหารอร่อย เมื่อถามว่า สรุปว่าเรื่องของนายบุญจง เป็นอย่างไร นายเนวิน กล่าวว่า “แค่เศษเล็กๆ อย่าไปใสใจมาก ถ้าเทียบกับเรื่องนี้ (งานวันพ่อ)”

เสธ.หนั่นย้ำพบ"ทักษิณ"ทำด้วยเจตนาดี

 พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างเดินทางมาที่สาขาพรรคชาติไทยพัฒนา อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ว่า กรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ได้ออกมาพูดเรื่องที่ตนเองได้เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศนอร์เวย์ นั้นอาจถูกหลอกใช้นั้น เรื่องนี้ใครจะออกมาพูดอย่างไรคิดอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ที่ตนทำลงไปนั้นทำด้วยเจตนาดีและจริงใจอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ซึ่งตนทำอะไรก็ออกมาจากใจทั้งนั้น

 "ผมเองไม่เคยเป็นเครื่องมือใคร ไม่ว่าจะเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ หรือบริวารของพ.ต.ท.ทักษิณ ทุกอย่างขอย้ำทำไปด้วยใจบริสุทธิ์เท่านั้น ไม่ใช่ไปขึ้นกับใครทั้งสิ้น ทำด้วยตัวเองทำเพื่อบ้านเมืองเท่านั้น ในส่วนที่แผนปองดองจะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายไม่ใช่แต่พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเดียว ที่จะต้องหันหน้ามาช่วยกันทำด้วยใจอย่าพูด แต่หลักฐานข้อมูล ทุกอย่าง พูดมาจากใจก็ไปด้วยกันได้"พล.ต.สนั่น กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่พล.ต.สนั่น พูดกับพ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้ลืมอดีตที่แล้วขอให้แล้วกันไป พ.ต.ท.ทักษิณจะยอมหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนพูดกับ พ.ต.ท.ทักษิณไปแล้ว คงต้องดูต่อไปว่าแผนปองดองจะสำเร็จหรือไม่ ซึ่งพูดแทนกันไม่ได้ ตนพร้อมจะเดินหน้าในแผนปองดองต่อไป ต้องไปพบทุกฝ่าย

“บรรหาร”บอกนักกินข้าวแค่ยินหลังเลือกตั้ง

 นายบรรหาร กล่าวว่า ได้เชิญนายสุเทพ มารับประทานอาหารและแสดงความยินดีที่ชนะการเลือกตั้งซ่อมส.ส. จ.สุราษฎร์ธานี และสอบถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งนายสุเทพ ก็บอกว่าไม่มี และนายสุเทพ ได้พูดถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแนะให้รัฐมนตรีลาออกก่อนลงสมัคร ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการประชุมกันในวันที่ 15 พ.ย. ซึ่งต้องรอมติพรรค และสมาชิกพรรคก็ต้องทำตามมตินั้น ส่วนมติพรรคจะมีมาตรฐานเหมือนพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น แต่ละพรรคอาจจะมีการมติเหมือนหรือไม่เหมือนกันก็ได้ และจะมีมติอย่างไรตนคงตอบไม่ได้ ให้ไปถามหัวหน้าพรรคเอง

 เมื่อถามว่าหากมติออกมาอย่างไรพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าใจหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ถามไกลเกินไปแล้ว เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐมนตรีควรลาออกก่อนลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า "ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องทางเมือง เพราะตนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เดี๋ยวกกต.จะมาเล่นงานอีก เขาคอยจ้องอยู่"

                นายบรรหาร กล่าวอีกว่า การพบกันครั้งนี้ไม่มีการหารือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีที่จะตัดสินใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล

                เมื่อถามถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบรรหาร กล่าวว่า แล้วแต่รัฐบาล หากนำเข้าการพิจารณาของสภาก็ขึ้นอยู่กับสภา และพรรคชาติไทยพัฒนาคงไม่มีข้อเสนออะไรอีก เพราะได้เสนอไปหมดแล้ว อยู่ที่รัฐบาลจะเอาหรือไม่เอา ส่วน 2 ประเด็นที่รัฐบาลเห็นชอบแล้วนั้นการตัดสินใจช้าเร็วก็อยู่ที่สภา รัฐธรรมนูญถ้าแก้ให้ดีก็ดี

ชี้เป็นเรื่องดี“ทักษิณ”เห็นด้วยแนวทางปรอง

 นายบรรหาร กล่าวถึงกรณีการพบกันระหว่างพล.ต.สนั่นกับพ.ต.ท.ทักษิณว่า พล.ต.สนั่น บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและอีก 1 - 2 วัน จะมาเล่าให้ฟัง ส่วนที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วยกับแนวทางปรองดองก็เป็นเรื่องที่ดี

ภท.ประชุมกก.บห.จันทร์หน้าวางตัวผู้สมัครลต.

 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่สนามเสือป่า นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 15 พ.ย. เวลา 13.00 น. ทางพรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคในเวลา 13.00 น. ซึ่งจะมีการหารือพิจารณาร่วมกันในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะการกำหนดตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งกรณีของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยว่าจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ตามกฏหมายการจะส่งบุคคลใดลงสมัครรับเลือก ตั้งต้องเป็นมติของพรรค รวมถึงการลาออกจากรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกัน

 "มีกระแสข่าวว่ามีการส่งภรรยานายบุญจงลงเลือกตั้งที่โคราชแทนนายบุญจงเองก็ไม่เคยพูด ขณะเดียวกันก็ลงพื้นที่มาตลอดพรรคเคารพการตัดสินใจของประชาชน เรามั่นใจคนที่เรานำเสนอมีผลงาน" โฆษกพรรค กล่าว และว่า อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทยเรามีความมั่นใจในตัวผู้สมัคร เพราะได้ลงพื้นที่มาตลอดช่วง 2 ปีของการทำงาน เชือว่าประชาชนน่าจะได้ให้ความไว้วางใจกับทางพรรคภูมิใจไทย