
ปรับโฉมสปอร์ตฮีโร่ เฟ้นหัวกะทิเท่านั้น
นักกีฬาโครงการ สปอร์ตฮีโร่ พาเหรดติดทีมชาติลุยเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 กวางโจวเกมส์ เกือบร้อยคน บิ๊กหนุ่ม กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.พร้อมปรับโฉมโครงการเฟ้นนักกีฬาหัวกะทิแบบเข้มข้น ให้เหลือไม่เกิน 800 คน พร้อมขึ้นเงินเดือนให้ด้วย
“บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงโครงการพัฒนากีฬาจังหวัด หรือ “สปอร์ตฮีโร่” ว่าโครงการกำลังเดินหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างนักกีฬาดาวรุ่งจากทั่วประเทศสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ และนักกีฬาอาชีพ โดยล่าสุดนักกีฬาในโครงการ “สปอร์ตฮีโร่” ก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน จะเป็นเจ้าภาพวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้ จำนวนถึง 82 คน และผู้ฝึกสอนอีก 4 คน รวมทั้งสิ้น 86 คน โดยมีนักกีฬา สุธิยา จิวเฉลิมมิตร (ยิงเป้าบิน), ศุภนร ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา (กรีฑา), รัชนก อินทนนท์ (แบดมินตัน), ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ (ว่ายน้ำ) ฯลฯ
ทั้งนี้ กกท.มีแนวคิดที่จะพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงมอบหมายให้ผู้อำนวยการศูนย์ กกท.ทั้ง 5 ภาค คัดเลือกนักกีฬาให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิผล คุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปี โดยในปัจจุบันมีนักกีฬาอยู่ในโครงการทั้งสิ้น 983 คน ผู้ฝึกสอน 282 คน รวม 1,265 คน ซึ่งจะต้องคัดนักกีฬาที่มีแววในการสร้างเป็นนักกีฬาทีมชาติสู่ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ อย่างแน่นอน ให้อยู่ที่จำนวนเพียง 600-800 คนเท่านั้น จากนั้นจะต้องนำนักกีฬามาเก็บตัวฝึกซ้อม นำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้โครงการมีคุณภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังจะมีการปรับค่าตอบแทนของนักกีฬาด้วย โดยนักกีฬาเกรด เอ เดิมได้รับเงินเดือน 3,250 บาท อาจปรับเป็น 6,000 บาท นักกีฬาเกรด บี เดิม 2,750 บาท ปรับเป็น 5,000 บาท เกรด ซี เดิม 2,250 บาท ปรับเป็น 4,000 บาท เกรด ดี เดิม 1,750 บาท ปรับเป็น 3,000 บาท โดยจะมุ่งเน้นงบประมาณไปที่นักกีฬาที่มีความหวังจริงๆ รวมทั้งผู้ฝึกสอน ก็จะได้รับค่าตอบแทน เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนการคัดเลือกนักกีฬาเข้าและออกจากโครงการนั้น จะไม่ใช้ผลจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ หรือกีฬาแห่งชาติ แต่จะนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาทดสอบนักกีฬา ดูสถิติ และผลงานนักกีฬาตลอดทั้งปี



