ข่าว

ฮุน เซนขู่ศาลหยุดล่าเขมรแดงเตือนจะเกิดสงครามกลางเมือง

ฮุน เซนขู่ศาลหยุดล่าเขมรแดงเตือนจะเกิดสงครามกลางเมือง

02 เม.ย. 2552

พนมเปญ-ฮุน เซนเตือนศาลหยุดล่าผู้นำเขมรแดงมาลงโทษอีก ชี้ประเทศจะเกิดสงครามกลางเมือง สหายดุจรับผิดเขมรแดงก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ วอนชาวกัมพูชาให้อภัย

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน แห่งกัมพูชา เตือนศาลพิเศษที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อพิจารณาคดีเอาผิดอดีตผู้นำเขมรแดง เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) ว่า ประเทศจะกลับคืนสู่ยุคสงครามกลางเมืองอีกครั้ง หากศาลไม่หยุดตามล่าตัวผู้ต้องสงสัย พร้อมแสดงความเห็นว่า ต้องการให้การพิจารณาของศาลนี้ล้มเหลว เพราะไม่ต้องการให้เกิดสงครามขึ้นในกัมพูชาอีก

 นายฮุน เซนกล่าวระหว่างเดินทางไปร่วมพิธีเปิดถนนซึ่งตั้งชื่อตามตัวเองในเมืองสีหนุวิลล์ เมืองตากอากาศชายทะเล ระบุว่า ตามมุมมองที่ดีที่สุดของตัวเอง ศาลควรเอาผิดกับคนที่ถูกจับมาแล้ว พร้อมยกตัวอย่างว่า หากนำคน 20 คนมาลงโทษ ก็จะปะทุให้เกิดสงครามที่มีการสังหารผู้คนหลายหมื่นคนอีก แล้วใครจะเป็นผู้เข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้

 ความเห็นของนายฮุน เซน ซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการระดับล่างของเขมรแดงมาก่อน มีขึ้นในช่วงที่ศาลกำลังพิจารณาคดีเอาผิดนายคัง เก็ก เอียบ หรือสหายดุจ ผู้บัญชาการเรือนจำตวลสเล็ง โดยความเห็นของนายฮุน เซนซึ่งยืนยันว่าไม่เคยทำความผิดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ยังสอดคล้องกับความเห็นของอัยการร่วม ที่คัดค้านการตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยอีก 6 คน โดยระบุว่าการทำเช่นนั้นอาจบั่นทอนเสถียรภาพของประเทศ

 ขณะเดียวกัน สหายดุจซึ่งขึ้นศาลเป็นวันที่สอง ได้ออกมายอมรับผิดในความผิดที่ก่อขึ้น และเสียใจต่อการกระทำทั้งหมดอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับขอร้องให้ครอบครัวผู้รอดชีวิต รวมถึงชาวกัมพูชาทุกคนให้อภัย โดยสหายดุจยืนยันว่า ความผิดทั้งหมดปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมาเท่านั้น หากไม่ปฏิบัติตาม ชีวิตตัวเองก็จะตกอยู่ในอันตราย และพร้อมจะให้ความร่วมมือในการพิจารณาคดีกับศาลอย่างเต็มที่ ซึ่งหากสหายดุจวัย 66 ปี ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ เป็นอาชญากรสงคราม ก็อาจต้องโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต

 นอกจากนี้ อัยการของศาลพิเศษยังเผยเรื่องราวการทรมานนักโทษในคุกตวลสเล็งที่สหายดุจเป็นผู้บัญชาการอยู่ว่ามีตั้งแต่การใช้กระบองทุบตีนักโทษจนตายไปจนถึงจับโยนลงจากตึก บางคนถูกถอดเล็บ ใช้ไฟฟ้าช็อตอวัยวะเพศ ถูกชำแหละร่างกายทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ บ้างก็ถูกปล่อยให้เลือดไหลออกจากตัวจนกระทั่งตาย นอกจากนี้ ผลการสอบสวนที่มีขึ้นก่อนการพิจารณาคดียังพบด้วยว่าผู้คุมเรือนจำได้ทดลองทางการแพทย์กับนักโทษเรือนจำนรกแห่งนี้อีกด้วย โดยนายโรเบิร์ต เพติต อัยการร่วมระหว่างประเทศ กล่าวว่า สหายดุจพยายามโยนความผิดไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชาว่าเป็นคนสั่งการ แต่อัยการได้แสดงเอกสารที่มีลายเซ็นของสหายดุจลงนามคำสั่งให้ผู้คุมทรมานและทุบตีนักโทษ ทั้งยังเป็นคนคิดค้นเทคนิคการสอบปากคำที่ใช้กันในเรือนจำแห่งนี้ด้วย