
ซ้อมแค่นี้จะหวังได้แค่ไหน? บอลไทยต้องลุ้นปาฏิหาริย์
ถึงจะไม่ใช่ชนิดกีฬาที่คาดหวังเหรียญรางวัล แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "ฟุตบอล" เป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจอย่างสูง
พลิกสถิติที่ผ่านมา นักเตะจากลุ่มน้ำเจ้าพระยานามว่า "ช้างศึก" ทีมชาติไทย เคยสร้างผลงานดีที่สุดด้วยการคว้าตำแหน่งอันดับ 4 มาครอง 3 สมัย
เริ่มตั้งแต่ในยุคของ "โค้ชหนวดหิน" คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ กุนซือชาวบราซิลที่พาทีมไปคว้าอันดับ 4 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศจีน ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 11 เมื่อพ.ศ.2533
จากนั้น ปีเตอร์ วิธ กุนซือชาวอังกฤษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นโค้ชต่างชาติที่พาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จมากที่สุดก็พาทีมชาติไทยคว้าอันดับ 4 ถึง 2 ครั้งในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อพ.ศ.2541 และครั้งที่ 14 พ.ศ.2545
สำหรับ "กวางโจวเกมส์" กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ทีมชาติไทยกลับมาใช้บริการโค้ชชาวต่างชาติอีกครั้ง หลังจากที่เกมครั้งที่ 15 "โดฮาเกมส์" ทีมอยู่ภายใต้การนำนาวาของ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน ที่พาทีมไปได้ไกลที่สุดตรงรอบ 2 ก่อนจะไปพ่ายเจ้าภาพกาตาร์
ครั้งนี้ "ร็อบโบ้" ไบรอัน ร็อบสัน อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษเข้ามารับหน้าที่เป็นกุนซือทีมชาติไทย พร้อมกับได้รับการคาดหมายว่าจะต้องพาทีมไปให้ถึงรอบรองชนะเลิศเหมือนกับที่เพื่อนร่วมชาติอย่าง ปีเตอร์ วิธ เคยทำได้
ร็อบโบ้ อาจจะเป็นคนอังกฤษเหมือน ปีเตอร์ วิธ ที่พาทีมได้อันดับ 4 มาแล้ว 2 สมัย และร็อบโบ้ จะได้พาทีมชาติไทยลงเตะในประเทศจีนแผ่นดินเดียวกับครั้งที่ คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ เคยพาทีมไปได้อันดับ 4 แต่ดูแล้วโอกาสที่ ร็อบโบ้ จะเป็นกุนซือคนที่ 3 ที่พาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศน่าจะเป็นไปได้ยาก
ด้วยระบบการบริหารจัดการฟุตบอลลีกภายในประเทศที่ไร้มาตรฐานทำให้ ร็อบโบ้ ไม่สามารถที่จะเตรียมทีมได้อย่างเต็มที่ เหตุเพราะนักเตะติดภารกิจต้องรับใช้ต้นสังกัดในฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ที่ผ่านมาทีมแทบจะไม่ค่อยมีเกมได้อุ่นเครื่องมากอย่างที่ควรจะเป็น
เท่านั้นยังไม่พอในช่วงการเตรียมทีมโค้งสุดท้ายนักเตะยังติดภารกิจกับสโมสรจนมีเวลามารวมตัวฝึกซ้อมแบบเต็มทีมได้แค่ 6 วันก่อนที่จะลงเตะนัดแรกกับปากีสถาน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน นี่จึงเป็นการเตรียมทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ที่น่าจะแย่ที่สุดตั้งแต่ทีมชาติไทยส่งไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์ แต่ ร็อบโบ้ ก็ยังใจดีสู้เสือไม่ปริปากบ่นใดๆ
"ผมคงไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะปีนี้โปรแกรมแข่งขันในประเทศเยอะมากจนนักเตะไม่มีเวลามาฝึกซ้อมกับทีม ผมคงต้องใช้เวลาที่มีอยู่เตรียมทีมให้ดีที่สุดและทำผลงานให้ดีที่สุด ดูจากเพื่อนร่วมสายทั้ง ปากีสถาน มัลดีฟส์ และโอมาน แล้วยังเชื่อว่าทีมชาติไทยน่าจะผ่านเข้ารอบแน่ แต่หลังจากนั้นต้องว่ากันอีกที" ร็อบโบ้ กล่าวความในใจ
ถือเป็นโชคดีที่ทีมชาติไทยถูกจับให้อยู่ในกลุ่มที่ไม่แข็งมากนักจึงน่าจะทำให้ผ่านรอบแรกไปได้ แต่กับรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นรอบแรกแบบจริงๆ แล้วโอกาสของทีมชาติไทยคงต้องอยู่ที่ 50-50 แต่ทั้งนี้ทีมชาติไทยก็อาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้เหมือนกันหากว่านักเตะใช้เวลา 3 เกมในรอบแรกเป็นการเตรียมทีมและทำให้ทีมลงตัว
ขุมกำลังพลในทีมชุดนี้ถือว่าไม่ขี้เหร่เท่าไร ร็อบโบ้ เลือกใช้บริการ 3 นักเตะในโควตาอายุเกิน 23 ปีจากทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ล้วนๆ ทั้ง ภานุพงษ์ วงศา และ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ คู่เซ็นเตอร์แบ็กแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกที่จะมายืนคุมแนวรับตามแท็กติกที่วางไว้ ขณะที่ ดัสกร ทองเหลา กัปตันทีมชาติไทยถูกเรียกมาเป็นเพลย์เมกเกอร์แดนกลาง
ขณะที่ขุมกำลังคนอื่นๆ ก็ถือว่าใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายประตูที่ก้าวไปแย่งมือ 1 ทีมชาติไทยมาแล้ว รวมถึง สุทธินันท์ พุกหอม, ธีราทร บุญมาทัน, ภูริทัต จาริกานนท์, ธีรศิลป์ แดงดา, กีรติ เขียวสมบัติ ที่ก้าวไปถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่กันหมดแล้ว
แต่ทีมชาติไทยจะมีปัญหาตรงกำลังสำรอง เพราะ ร็อบโบ้ ไปเลือกตัวผู้เล่นที่ค่อนข้างค้านสายตามาติดเยอะมาก บางรายเป็นแค่นักเตะตัวสำรองในทีมสโมสรแบบที่ฤดูกาลนี้ได้ลงเล่นในลีกไม่กี่เกมมาติด และบางรายฝีเท้าต้องบอกว่ายังไม่ผ่านตา หรือไม่ก็มีปัญหาในเรื่องอารมณ์ ดังนั้นหากทีมชาติไทยมีปัญหานักเตะตัวหลักเจ็บก็รับประกันได้ว่าทีมเสียศูนย์แน่ๆ
ดูองค์ประกอบต่างๆ ทั้งการเลือกตัวผู้เล่นและการเตรียมทีมฝึกซ้อมแล้วก็ต้องบอกว่าทีมชาติไทยชุดนี้หวังได้ยาก และคงมีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะพาทีมชาติไทยไปถึงรอบรองชนะเลิศแบบที่หวัง
ขณะที่ทีมฟุตบอลหญิงต้องยอมรับว่าเกมในระดับเอเชียแทบจะถือเป็นการชิงแชมป์โลกอยู่แล้ว การที่ทีมสาวไทยต้องไปอยู่ร่วมกับเกาหลีเหนือ และญี่ปุ่น ที่ถือเป็นยอดทีมของเอเชียและเป็นทีมระดับโลกก็ต้องบอกว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสของ "โค้ชจุ่น" จตุพร ประมลบาน กุนซือของทีม
แต่ทั้งนี้การต่อสู้ยังไม่จบคงถอดใจไม่ได้ และเป้าหมายคงไม่ได้อยู่ที่ "กวางโจวเกมส์" แต่อยู่ที่การพัฒนาทีมไปสู่อนาคตเหมือนกับที่ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน ที่ปรึกษาของทีมหญิงไทยบอกเอาไว้ว่า
"เราโชคไม่ดีที่อยู่สายแข็ง แต่ทั้งนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจากพัฒนาทีมตัวเองอย่างเต็มที่ และยกระดับทีมไปสู่แถวหน้าของเอเชียให้ได้ แต่จะทำได้ขนาดไหนก็ต้องลุ้นกัน"
ถ้าว่ากันแบบไม่เกรงใจต้องบอกว่าทีมฟุตบอลทั้งชายและหญิงคงทำได้ดีที่สุดคือ "เข้าร่วม" ใน "กวางโจวเกมส์" เท่านั้น แต่คำว่า "ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้" ยังเป็นปรัชญาลูกหนังที่เกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้เสมอเช่นกัน



