
จอมพลังไทยศึกหนัก "ทองอชก."งานสุดท้าทาย!
"ยกน้ำหนัก" เป็นอีกกีฬาที่ถูกตั้งความหวังในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 "กวางโจวเกมส์" ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้
ด้วยผลงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะเกมใหญ่อย่าง "โอลิมปิกเกมส์" ยกน้ำหนักมอบของขวัญให้คนไทยด้วยการคว้าเหรียญทองมาแล้ว 2 ครั้งติด ทั้งโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
จึงทำให้กองเชียร์มั่นใจว่า ในเกมใหญ่รองลงมาของคนเอเชียอย่างเอเชี่ยนเกมส์ ทีมจอมพลังไทยจะมีเหรียญ เช่นเดียวกับเอเชี่ยนเกมส์หนก่อน "โดฮาเกมส์ 2006" คนไทยก็ได้เห็นเหรียญจากยกน้ำหนักมาแล้ว ที่คว้ามาได้ 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง โดยเฉพาะเหรียญทองจาก "ไก่" ปวีณา ทองสุก ในรุ่น 63 กก.
จากการถูกคาดหวังทำให้ "เจ๊บุษ" บุษบา ยอดบางเตย ที่เพิ่งจะลงจากเก้าอี้นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และส่งไม้ต่อให้คู่ชีวิต "เสธ.ยอด" พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ที่ชนะใจคนในวงการยกน้ำหนัก ได้กลับมาเป็นนายกสมาคมอีกสมัย รวมถึงทีมงาน ได้ช่วยกันเตรียมความพร้อมมาต่อเนื่อง ทั้งคัดสรรและเค้นฟอร์มนักกีฬาจนได้ระดับหัวกะทิไปแข่งขันรวม 15 ชีวิต
ทีมจอมพลังไทยชุดนี้ เป็นหญิง 7 คน ได้แก่ เปรมศิริ (ทองยิ้ม) กับ บุญพิทักษ์ เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล รุ่น 48 กก., ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล (จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน) รุ่น 53 กก., วันดี คำเอี่ยม กับ พิมศิริ ศิริแก้ว รุ่น 58 กก., ขนิษฐา เปตานัง รุ่น 75 กก. และชิดชนก พูลทรัพย์สกุล รุ่นมากกว่า 75 กก.
ด้านนักกีฬาชาย 8 คน ได้แก่ วันชัย เหมือนนึก รุ่น 56 กก., วิธวัฒน์ กฤษเพ็ชร กับ ธวัชชัย พลเชียงสา รุ่น 62 กก., เอกชัย ยีรัมย์ กับ สุชาติ สมบูรณ์ รุ่น 77 กก. พิทยา ตีบนอก รุ่น 85 กก., สุทธิพร วัฒนากสิกรรม รุ่น 94 กก. และขวัญชัย นุชพุ่ม รุ่น 105 กก.
เรื่องความพร้อมไม่ต้องพูดถึง "เสธ.ยอด" การันตีทุกคนเต็มร้อย แต่ที่หนักใจมากกว่าคือ กติกาการแข่งขันที่ไม่มีการจำกัดรุ่นและจำนวนนักกีฬาเหมือนกับโอลิมปิก หมายความว่าแต่ละประเทศสามารถส่งนักกีฬาลงแข่งขันได้ทุกรุ่น และจากการเปลี่ยนกติกาการเพิ่มน้ำหนักภายหลังการยกผ่านครั้งแรก จากเดิมจะต้องเพิ่มอย่างน้อย 2.5 กก. แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นจะต้องเพิ่มอย่างน้อย 1 กก.ขึ้นไป จึงทำให้การต่อสู้ของเหล่าจอมพลังในเอเชี่ยนเกมส์หนนี้เข้มข้นยิ่งนัก
"ผมมองว่ายกน้ำหนักในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้จะสู้กันสนุกแน่ และถือเป็นงานหนักสำหรับไทย ผมยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าจะได้เหรียญทองหรือไม่ โอกาสตอนนี้มีอยู่ 50-50 ทุกอย่างต้องไปวัดกันในการยกลูกเหล็กทั้ง 6 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งสุดท้าย ที่จะเป็นตัวชี้ชะตา" เสธ.ยอด กล่าว
แม้ยังมองไม่เห็นเหรียญอะไร แต่ระดับ เสธ.ยอด ที่คลุกคลีวงการยกน้ำหนักระดับโลกมานาน มองว่าไทยน่าจะมีโอกาสได้ลุ้นจากจอมพลังหญิงในรุ่น 48 กก. จาก "เอ" เพ็ญศิริ และ "อ้อย" เปรมศิริ ดีกรีเหรียญเงินและเหรียญทองแดงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ตามลำดับ โดยรุ่นนี้มีคู่แข่งขันน่ากลัวคือ จีน
รวมทั้งลุ้นจากรุ่น 53 กก. "เก๋" ประภาวดี เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2008 และเหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่มีปัญหาเรื่องอาการเจ็บหลังช่วงปลายปีที่แล้วในศึกชิงแชมป์โลก ที่เกาหลีใต้ ทว่าล่าสุดได้รับการรักษาและกลับมาฟิตซ้อมใหม่จนมีความพร้อมแล้ว และหากในวันแข่งขันสามารถทำน้ำหนักได้ดี เชื่อว่ากองเชียร์ได้เฮแน่ แม้มีกระดูกชิ้นโตอย่าง จีน คาซัคสถาน และเกาหลีเหนือ ขวางอยู่ก็ตาม
และรุ่น 58 กก. จากจอมพลังรุ่นเก๋า "แบ๋น" วันดี เหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004 และเหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 โดยมีคู่แข่งขันที่สำคัญคือ จีน คาซัคสถาน และเกาหลีเหนือ เช่นกัน
ขณะที่จอมพลังชาย เสธ.ยอด ยอมรับว่าไทยยังเป็นรองหลายชาติอยู่ จึงมองว่าแต่ละรุ่น น่าจะได้อย่างน้อยไม่เกินอันดับ 5 ของการแข่งข้น
"โอกาสของเราจะมีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมดุลของทุกอย่าง ทั้งเรื่องน้ำหนักตัวของนักกีฬาและการวางแผนหลังเวที และตอนนี้ทีมงานของเราก็มีความพร้อมแล้ว ทั้งโค้ชหัน จาง เหม่ย ชาวจีน รวมทั้ง อภิญญา ดัชถุยาวัตร (ภาคสุโพธิ์) และสายพิณ เดชแสง สองอดีตนักยกน้ำหนักทีมชาติที่ตอนนี้มาทำหน้าที่โค้ช ทุกคนเป็นทีมเวิร์กที่ดี ซึ่งเป็นจุดแข็ง ขณะที่จิตใจของเด็กก็แข็งแกร่ง ไม่มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ" พล.ต.อินทรัตน์ เผย
ก่อนออกเดินทางไปรบศึก "กวางโจวเกมส์" เสธ.ยอด จะเปิดบ้านพักที่ จ.เชียงใหม่ ถกเครียดกับทีมงานคุณภาพ ร่วมกันวิเคราะห์คู่ต่อสู้จากทุกชาติ และวิธีการเรียกเหล็กอย่างไรที่จะเอาชนะได้ ...ผลจากการประชุมจะเป็นอย่างไร จะได้เห็นผลกันในช่วงการแข่งขันแน่นอน
จาก 15 เหรียญทองของยกน้ำหนักที่มีการชิงชัย แว่วว่าเจ้าภาพ "มังกร" จีน จะส่งนักกีฬาลงแข่งขันครบทุกรุ่น และน่าจะมีโอกาสกวาดไปอย่างน้อย 10 เหรียญทอง ที่เหลือจะมาถึงมือของจอมพลังไทยหรือไม่ "เสธ.ยอด" ฝากบอกกองเชียร์ชาวไทยขอให้ช่วยติดตามและส่งกำลังไปเชียร์กันด้วย
ทีมข่าวกีฬา "คม ชัด ลึก"
ภาพ /นรินทร์ เครือคล้าย



