
เลาะรั้วท้องถิ่น (พฤหัสบดีที่ 11 พ.ย.53)
***ห่วงไฟป่าหลังถ่ายโอนภารกิจ
สกลนคร - นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงในขณะนี้คือสถานการณ์ไฟป่า ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติ หลังมีการถ่ายโอนภารกิจควบคุมไฟป่า จากการดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ที่มีเขตปกครองติดกับพื้นที่อุทยาน และป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้กำชับให้สถานีควบคุมไฟป่า และศูนย์ควบคุมไฟป่าที่ 24 สกลนคร เข้าไปดูแลและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ อปท.ทั้ง 11 แห่งที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจ เพื่อให้เกิดทักษะและความชำนาญในการดูแลและป้องกันไฟป่า
***อปท.เปิดจุดรับบริจาคช่วยน้ำท่วม
ระนอง -นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการที่หลายพื้นที่ของประเทศประสบปัญหาพิบัติภัย ทำให้หลายหน่วยงานใน จ.ระนอง ได้ตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ปรากฏว่ามีประชาชนนำสิ่งของมาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงน้ำใจ ล่าสุดได้รับแจ้งจากหน่วยงานในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ทั้ง 30 อปท.ว่า ได้ตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ บริเวณสำนักงานของแต่ละ อปท. เพื่อที่จะรวบรวมสิ่งของที่ได้รับบริจาคส่งต่อมาให้แก่ทางจังหวัดเพื่อนำไปส่งมอบให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำสิ่งของบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป
***เชิงทะเลขอโบกี้ทำจุดวางปะการัง
ภูเก็ต - นายมาโนช พันธุ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการที่ทาง อบต.เชิงทะเล ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างแหล่งดำน้ำฝูงบินปะการังเพื่อทะเลที่บริเวณอ่าวบางเทา ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2551 ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ปีที่สองแล้ว จากการสำรวจพบว่าบริเวณตัวเครื่องบินและฐานวางเครื่องบินมีปะการังลงเกาะจำนวนมาก ส่งผลให้ได้รับความสนใจมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปดำน้ำชมฝูงบินปะการังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นนี้ เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปชมฝูงบินปะการังเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันจะประสานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อขอรับการสนับสนุนโบกี้รถไฟมาวางเพิ่มในจุดดังกล่าว เพื่อสร้างความน่าสนใจให้แก่ฝูงบินปะการังมากขึ้น
***จี้รัฐกำหนดแนวทางช่วยชาวสวน
สุราษฎร์ธานี - นายธีระกิจ หวังมุทิตากุล ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่สุราษฎร์ธานี มีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก โดยเฉพาะเกาะสมุยที่เกิดความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยวแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ส่วนพื้นที่อื่นๆ เป็นพืชผลทางการเกษตรและนากุ้งที่ยังประเมินค่าไม่ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีก เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากที่สุดในหลายปีที่ผ่านมา ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้วางมาตรการในการฟื้นฟูหรือเยียวยาให้ชัดเจน โดยเฉพาะสวนยางและสวนปาล์ม เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้



