
ภาพชีวิตคนสงขลาในวันน้ำท่วม
แม้สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ภาพของความสูญเสียในด้านต่างๆ ยังคงเป็นบาดแผลฝังลึกในใจของผู้ประสบภัยไปอีกนาน แม้ร่างกายจะผ่านพ้นวิกฤติภัยมาได้อย่างปลอดภัย แต่ทรัพย์สินที่สร้างและสะสมมากลับต้องจมน้ำเสียหายไปในเพียงข้ามคืน
"บ้านพักของผม แม้ว่าจะเป็นบ้านสองชั้น ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งระดับน้ำที่ไหลบ่าท่วมสูงได้ ผมและพ่อต้องอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้าน ข้าวของเครื่องใช้บางอย่างไม่สามารถหยิบฉวยนำเก็บไว้ในที่ปลอดภัยได้ทัน รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ อย่างนกกรงหัวจุกตัวโปรดราคาหลักหมื่น จมน้ำตายต่อหน้าต่อตา พืชผลที่สวนก็ได้รับความเสียหายบางส่วน เพราะไม่คิดว่าปริมาณน้ำจะมากเกินความคาดหมายขนาดนี้ ระดับที่ท่วมบริเวณละแวกบ้านผมนั้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 เมตร เพราะน้ำมันท่วมถึงชั้นสอง ตอนน้ำไหลบ่าเข้าท่วมรู้สึกตกใจมาก เครียด แต่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการเอาชีวิตรอด จึงได้แต่นั่งดูระดับไหลบ่าเข้าท่วมบ้าน จากนี้ไปภาพที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้คงติดตราตรึงใจให้หวนนึกถึงความเจ็บปวดยากที่จะเลือนหายไป" นี่เป็นคำกล่าวที่สะท้อนถึงความรู้สึกและความเจ็บ จาก ศฌาสิทธิ์ ณรงค์กูล เกษตรกรรายหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 บ้านย่านยาว ต.ทุ่งลาน อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
ไม่แตกต่างกับ อุมา เสนะกูล เจ้าของร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดรายหนึ่ง ย่านถนนสราญราษฎร์ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ประสบระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร จนร้านได้รับความเสียหาย "ไม่คิดว่าน้ำจะท่วมสูงขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาก็เพียงแค่ท่วมขังเล็กน้อยเท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ไม่มีวันที่จะลบเลือนไปจากใจ เพราะมันได้สร้างความเสียหายให้เรามากพอสมควร"
อุมา กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ที่เจอสภาพอย่างนี้ ทุกคนก็คงเครียดและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นการเตรียมพร้อมเตรียมตัว ระมัดระวังเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นภัย ขนย้ายทรัพย์สินสำคัญไม่ให้ได้รับความเสียหายจึงเป็นวิธีเดียวที่จะลดการสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์ให้น้อยที่สุด
"เหตุการณ์คืนนั้นคงจะลืมมันยาก แต่หากเรามานั่งทนทุกข์กับเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านพ้นไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร สู้ทำวันนี้และวันต่อๆ ไปของเราขึ้นมาใหม่ดีกว่า ที่สำคัญผู้ประกอบการรายอื่น ชาวบ้านรายอื่นที่มีทรัพย์สินมากกว่าเรา เขายังโดนหนักหนาสาหัสกว่าเราเยอะ หลังจากนี้เชื่อว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้นตามลำดับ" อุมา ระบุ
เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายหนึ่งที่มีแผงค้าอยู่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ เล่าว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่าระดับน้ำจะท่วมสูงมากขนาดนี้ "คิดว่า 10 ปีก่อนหนักหนาสาหัสมากแล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งกว่าสาหัส
ข้าวของเครื่องใช้บางส่วนภายในร้านก็เสียหายยับเยิน แม้ว่าจะยกขึ้นไว้บนโต๊ะที่ซ้อนกันสองชั้นแล้วก็ตาม ถามว่าเครียดไหมที่เจอกับสภาพอย่างนี้ หากบอกไม่เครียดก็คงจะโกหก บาดแผลใจที่เคยประสบเหตุเมื่อปี 2543 ก็ยังคงฝังใจอยู่ มาโดนครั้งนี้อีก ก็ยากที่จะลืมมันไปจากใจ เพราะมันสาหัสเกินที่จะเยียวยาใจ แต่เรายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปเพื่อวันข้างหน้า" อุมากล่าว
นี่คือภาพชีวิตของผู้ประสบภัย เป็นความเสียหายที่ต้องแบกรับ และความหวังในการที่จะสู้ต่ออุปสรรคต่อไป
"ธรณิศวร์ พิรุณละออง"



