ข่าว

พบรอยแยกกว้าง1เมตรอ.บางขันนครศรีฯ

พบรอยแยกกว้าง1เมตรอ.บางขันนครศรีฯ

10 พ.ย. 2553

ฝนตกต่อเนื่องน้ำทะลักเพิ่มหลายจุดเขตเทศบาลนครศรีธรรมราชบ้านพังกว่า10 หลังเหตุน้ำเซาะฐานนบพิตำ-ฉวาง อพยพประชาชนพื้นที่เสี่ยดินถล่มไว้ในที่ปลอดภัย-นักการภารโรงขุดคูไม่ให้น้ำเข้าโรงเรียนมะพร้าวล้มทับโคม่า ป.ป.ท.ส่งชุดเฉพาะกิจสุ่มตรวจการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ป

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 10 พ.ย.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าในพื้นที่ ม.10 ต.บ้านนิคม อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมกับการอพยพเนื่องจากภูเขาบ้านช่องเหรียง ม.10 ต.บ้านนิคม ใกล้กับสันเขา ได้มีรอยแยกขนาดใหญ่ในขณะที่ฝนยังตกต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดดินถล่มได้ตลอดเวลา

 นาย คเณศวร์ คงหอม รักษาการณ์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าขณะนี้ในพื้นที่ดังกล่าวนั้นเกิดรอยแยกเป็นทางยาวประมาณ 5- 6 เมตร มีความกว้างราว 1 เมตรเศษ บนพื้นที่ลาดชันในพื้นที่ป่า ลักษณะเช่นนี้อาจกลายเป็นดินถล่มได้ตลอดเวลาเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องดินอุ้มน้ำเต็มที่

 “ชุมชนในพื้นที่ ม.6 ม.8 ม.10 ม.12 เป็นพื้นที่เสี่ยงมากในขณะนี้มีครอบครัวรวมราว 100 ครัวเรือนเศษอยู่ในละแวกนี้ อย่างไรก็ตามได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเตรียมความพร้อมในการอพยพตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพร้อมจุดอพยพแล้วที่โรงเรียนบ้านวังหิน ต.บ้านนิคม อ.บางขัน เป็นจุดปลอดภัยพร้อมอพยพได้ตลอดเวลาส่วนในพื้นที่เกิดเหตุยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เนื่องจากสามารถสไลด์ถล่มลงมาได้ตลอดเวลา ” รักษาการณ์ปภ.นครศรีกล่าว

น้ำทะลักทบ.นครศรีฯบ้านพังกว่า10หลังคา

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วงในหลายจุดเนื่องจากฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ซึ่งเดิมอุ้มน้ำเต็มพิกัดแล้วช่วงอุทกภัยระลอกแรกในระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยตั้งแต่คืนวันที่ 8 พ.ย.53 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ฝนยังคงตกกระจายทุกพื้นที่ของนครศรีธรรมราช อย่างต่อเนื่องแต่ปริมาณน้ำฝนนั้นน้อยกว่าระลอกแรกจึงยังไม่เป็นปัญหามากนัก แต่อย่างไรก็ตามระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆได้ไหลเข้าท่วมอีกครั้งโดยเฉพาะพื้นที่รองรับน้ำจากเทือกเขาหลวงฝั่งตะวันออกประกอบด้วย อ.เมือง อ.พระพรหม อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ท่าศาลา อ.สิชล และ อ.ขนอม ก่อนที่น้ำจะต้องไหลผ่านออกไปสู่อ่าวไทย

 อย่างไรก็ตามในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบว่าการระบายน้ำค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากภาวะน้ำทะเลหนุน ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบในบริเวณปากอ่าวปากนคร ซึ่งเป็นจุดที่คลองท่าซัก และคลองปากนคร ไหลออกสู่อ่าวไทย กระแสน้ำทะเลหนุนเข้าในพื้นที่ลำคลองชั้นในระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดขณะที่เรือประมงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ต่างหลบเข้ามาจอดในลำคลองสายย่อมเพื่อหลบคลื่นลมแรง รวมทั้งพายุฝนที่ตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง
 
 ส่วนที่ ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ยินเสียงโหวกเหวกอยู่ที่สะพานใกล้กับคลองนครน้อย จึงเข้าตรวจสอบพบว่า หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งกำลังพยายามช่วยเหลือสุนัขของตนเองที่ตกอยู่ในน้ำที่กำลังไหลเชี่ยวและพยายามกัดต้นกล้วยที่ลอยอยู่พยุงชีวิตตัวเองไว้ ก่อนที่จะสามารถช่วยขึ้นมาได้ในที่สุดทราบชื่อคือ เจ้าโคม สุนัขเพศผู้ อายุ 1 ปี เจ้าของคือ นาง ศิริวรรณ จันทวัฒน์ อายุ 44 ปี ที่อพยพหนีน้ำท่วมบ้านมาพักอาศัยอยู่บนริมถนน โดยเจ้าโคมสุนัขแสนรู้ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ไล่ไก่ที่มากินอาหารในครัวชั่วคราวแต่ครั้งนี้เกิดพลาดท่าพลัดวิ่งไล่ไก่จนตกลงไปในคลองที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว และกำลังจะหมดแรงเจ้าโคม จึงคาบก้านกล้วยที่ลอมน้ำมาเพื่อพยุงตัวให้ลอย ก่อนที่นาง ศิริวรรณจะไปช่วยไว้ทัน

 สำหรับภายในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ได้เข้าบริหารจัดการน้ำที่ทะลักเข้าสู่เขตเทศบาลอย่างต่อเนื่องผ่านการใช้ประตูน้ำเขื่อนนครน้อยซึ่งเป็นเขื่อนชั่วคราวเพื่อป้องกันตัวเมืองชั้นใน อย่างไรก็ตามระดับน้ำในคลองท่าดีที่ไหลเข้าสู่ตัวเมืองยังไม่น่าเป็นห่วงมากนักอยู่ที่ระดับ 250 ซม.เท่านั้น ทำให้การบีบน้ำเร่งระบายไปทางคลองท่าเรียน ผ่านคลองราเมศวร์ ลงสู่คลองท่าซักก่อนออกอ่าวไทยเป็นไปได้ด้วยดีมีช้าบ้างเฉพาะช่วงที่น้ำทะเลหนุน

 ดร. กณพ เกตุชาติ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าขณะนี้ทีบ้านของประชาชนพังไปแล้วกว่า 10 หลังคือในชุมชนบ่อทรัพย์ 8 หลัง ชุมชนสถานีรถไฟ 5 หลัง และเสียหายบางส่วนอีกหลายหลัง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการให้ความช่วยเหลือได้เข้ารื้อถอนให้แล้ว 1 หลังแต่ที่เหลือนั้นยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง ซึ่งเทศบาลจะเข้าทำการสร้างให้ใหม่ และในส่วนที่เสียหายบางส่วนนั้นจะทำการซ่อมแซมให้

 ด้านนาย ธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้าเยี่ยม นายมนูญ หนูพิมพ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138/2 หมู่ 2 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้นมะพร้าวล้มทับร่างกายขณะที่กำลังขุดลอกทาง ระบายน้ำไม่ให้เข้าท่วมโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 74 ผู้ว่าราชการจังหวัด จึง เร่งเดินทางไปเยี่ยมอาการของ นาย มนุญ หนูพิมพ์ ที่ห้องศัลยกรรม 1 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช พร้อมมอบเงินจำนวนหนึ่ง และกระเช้าให้กำลังใจแก่นาง ศันสนีย์ หนูพิมพ์ ภรรยาของนายมนูญ ซึ่งได้ความว่าขณะที่เกิดเหตุนั้นนายมนูญ จึงไปขุดลอกทางระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมภายในโรงเรียน แต่ขณะขุดลอกทางระบายน้ำอยู่นั้น ประกอบกับฝนตกหนักทำให้ดินไม่สามารถยึดรากต้นมะพร้าวได้ จึงล้มทับตัวนายมนูญได้รับบาดเจ็บสาหัสอาการยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติ

 นาย สกล จันทรักษ์ นายอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในพื้นที่ อ.ฉวาง เกิดฝนตกหนักรอบ 2 ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 แล้ว โดยมีมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมความสูงประมาณ 50-100 ซม.จำนวน 86 หมู่บ้าน ซึ่งทางอำเภอได้จัดเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนแล้ว รวมทั้งนำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นต่อไปแล้วโดยอำเภอฉวางมีราษฎรที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณเชิงเขาหวั่นเกรงว่าจะเกิดดินโคลนถล่มหากฝนตกลงมามากๆ ที่บ้านสวนอาย ม. 10 ต.ละอาย และบริเวณเชิงเขา ม. 1 ต.ห้วยปริก อ.ฉวาง รวมจำนวน 50 ครัวเรือนซึ่งทางอำเภอได้อพยพราษฎรที่อาศัยพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มไปอยู่ในที่ปลอดภัยที่วัดสวนอายแล้ว

 นายบุญส่ง สิทธิยุโน ปลัดอาวุโสรักษาราชการแทนนายอำเภอนบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าในพื้นที่นบพิตำส่วนใหญ่เป็นป่าเขาขณะนี้ฝนยังคงตกหนัออย่างต่อเนื่อง มีการอพยพประชาชนในพื้นที่ชุมชนบ้านยอดเหลืองลงมาส่วนหนึ่งเนื่องจากเกรงว่าดินจะถล่มลงมาจากภูเขา ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในบ้านญาติในอำเภอนบพิตำ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงเป็นห่วงสวนผลไม้ สวนยาง ต่างๆขึ้นๆลงๆอยู่บนเขายอดเหลือง เพื่อดูแลทรัพย์สินและสถานการณ์ของดินถล่มเพื่อช่วยกันเตือนภัย ในพื้นที่เสี่ยงมากนั้นมีชาวบ้านตั้งครัวเรือนอยู่ราวกว่า 10 ครัวเรือนขณะนี้ทั้งหมดอพยพลงมาบนพื้นล่างแล้ว เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง

ป.ป.ท.ส่งชุดฉก.สุ่มตรวจจ่ายเงินช่วยน้ำท่วม

 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการป.ป.ท. กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการทุจริตหักเงินชดเชยค่าเสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งรัฐบาลมีมติจ่ายค่าชดเชยให้ครัวเรือนละ 5,000 บาท แต่กลับพบว่ามีการร้องเรียนว่าประชาชนได้รับเงินค่าชดเชยไม่เต็มจำนวน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวเข้ามาที่ป.ป.ท. ดังนั้น จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่เนื่องจากหลักจากนี้จะมีการจ่ายค่าชดเชยเพื่อเยียวยาความเสียหายแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอยู่เป็นระยะ ดังนั้นป.ป.ท.จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสุ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงในบางพื้นที่ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม หากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงก็เป็นเรื่องที่น่าละอายเพราะถือเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมผู้เดือดร้อน

 พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมจัดตั้งศูนย์อำนวยความยุติธรรมช่วยเหลือผู้เดือดร้อน เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านในทุกจังหวัดว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือมีเจ้าหน้าที่ทุจริตหักหัวคิวเงินช่วยเหลือหรือไม่ รวมถึงปัญหาจากการไม่สามารถชำระหนี้สิน และปัญหาการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายและสิทธิการได้รับการชดเชย ซึ่งได้มอบหมายให้ดีเอสไอและป.ป.ท.เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบ ซึ่งจะเปิดกว้างให้เครือข่ายยุติธรรมชุมชม ยุติธรรมจังหวัด และอาสาสมัครพิทักษ์ยุติธรรม เป็นแกนหลักในการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายทุกพื้นที่

นำผ้าห่ม-เครื่องกันหนาวแจกจ่ายประชาชนประสบภัยหนาว

 นายพิษณุพล ประสาน ที่ปรึกษากรรมาธิการการปกครอง นายชำนาญ เลียบโลก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมือง อำเภอเมืองปาน พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำผ้าห่มพร้อมเครื่องกันหนาว ไปมอบให้กับประชาชนที่ประสบภัยหนาวและขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ซึ่งบ้านแม่ต๋อมเป็นหมู่บ้าน ชาวเขาเผ่าปะกาเกอญอ และตั้งอยู่บนพื้นที่สูงตั้งอยู่ในหุบเขา ส่วนใหญ่ประชาชน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีฐานะอยากจน

 โดยในพื้นที่ มีอากาศหนาวเย็น สร้างความเดือดร้อนและความเป็นอยู่แก่ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนจะมี อูณหภูมิต่ำกว่า 10 อาศาฯ และ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมืองจึงได้จัดผ้าห่มเครื่องหนาว ไปมอบให้กับประชาชนที่ประสบภัย ดังกล่าว

  นอกจากนี้จะได้เร่งสำรวจประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหนาว เพื่อจะได้จัดหาผ้าห่มและเครื่องกันหนาวมาแจกให้ประชาชน และยังได้ขอให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงต่อไป

น้ำชีเอ่อล้นท่วมบ้าน-นาข้าวกาฬสินธุ์เสียหายนับร้อยล้าน

 เมื่อเวลา 10.30 น.นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธนาวุฒิ ทองทวี นายอำเภอฆ้องชัย นายแพทย์พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ นายเดชา พลกล้า รักษาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าติดตามสถานการณ์ลำน้ำชีที่เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่บ้านหนองคล้า ม.7 บ้านท่าเยี่ยม ม.6 และสถานีอนามัยตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยนำทีมแพทย์ พยาบาลลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชน เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่มากับน้ำ พร้อมนำถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาดและส้วมเคลื่อนที่ออกแจกจ่ายประชาชนที่ประสบอุกภัย ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ  พระบรมราชินีนาถที่ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบภัยน้ำท่วม

 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำในลำน้ำชีในอำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย และอำเภอร่องคำ พบว่าระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาน้ำในลำน้ำชีได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่บ้านหนองคล้าและบ้านท่าเยี่ยม ตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัยอีก 34 หลังคาเรือน สถานีอนามัย 1 แห่ง ทำให้บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมแล้ว174 หลังคาเรือน ส่วนนาข้าว พืชไร่ พืชสวน ขณะนี้ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายไปแล้ว51,908 ไร่คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 109 ล้านบาท

 ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อน ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถที่ทรงห่วงใยประชาชนและกำชับให้เร่งช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอาหารและน้ำดื่ม ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้นำสิ่งของเครื่องใช้ น้ำดื่มสะอาด ยารักษาโรค ส้วมเคลื่อนที่ พร้อมทั้งนำทีมแพทย์พยาบาลออกให้ความช่วยเหลือและตรวจสุขภาพประชาชน

 นอกจากนี้จากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังมีพื้นที่เสี่ยงภัยอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะพนังกั้นน้ำลำชีบริเวณบ้านโนนแดง ม.1 ม.2 และบ้านวังยาง ม.5 ตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย จึงได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำกระสอบทรายมาเสริมพนังกั้นไว้ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อเข้าท่วม