
ศชอ.เตือน6จว.ภาคใต้เสี่ยงดินถล่ม
ศชอ. เตือน 6 จว.ใต้ เสี่ยง ดินถล่ม-น้ำป่าทะลักส่วนฝนยังกระจายตั้งแต่ชุมพรถึงนราธิวาส 70 % ของพื้นที่ นครสวรรค์ นำร่องฟื้นฟูเป็นจังหวัดแรกของไทย
(10พ.ย.) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงผลการประชุม ศชอ.เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำล้นตลิ่ง และติดตามความเคลื่อนไหวของยอดน้ำสูงสุดเนื่องจากน้ำทะเลหนุน เร่งตรวจสอบเพื่อป้องกันน้ำท่วม และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคกลางว่า กรมอุตุนิยมวิทยามีรายงานว่า สถานการณ์ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ชุมพรลงไปถึง นราธิวาสมีฝนกระจายในพื้นที่โดยเฉพาะชุมพร , สุราษฏร์ธานี , นครศรีธรรมราช , พัทลุง , กระบี่ และ ตรัง จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่เกือบ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ใช้การเตือนภัยระดับ เฝ้าระวัง ในพื้นที่ คือบ้านทับใน บ้านเหนือคลอง และบ้านคันเบ็ด จ.นครศรีธรรมราช .และน้ำยังคงต่ำกว่าตลิ่ง เฝ้าระวังในพื้นที่น้ำล้นตลิ่ง แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกทำให้แม่น้ำตาปีล้นตลิ่ง 40 เซนติเมตร น้ำท่วมขึ้นหลายอำเภอที่ติดทะเล โดยรวมน้ำยังคงท่วมขัง 6 จังหวัด นอกจากนี้บริเวณต้นอ่าวไทยพบน้ำทะเลหนุนมากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำตาปีเพิ่มสูงมากขึ้น
นายอภิรักษ์กล่าวถึงสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาว่า อ.เมืองจ.นครสวรรค์ปริมาณน้ำไหลผ่านลดลง ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.75 เมตร โดยจะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา แม่น้ำสะแกกรัง รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตก โครงการลัดโพธิ์ ทุ่งเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออกตอนล่าง เขื่อนพระรามหก และที่ อ.บางไทร จ.อยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านวันนี้( 10 พ.ย.) 2 , 773 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือลดน้อยลง คาดว่าสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในภาคกลางไม่มีรายงานฝนตก แต่ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขัง เช่น ชัยนาท ลพบุรี อยุธยา สิงห์บุรี ปทุมธานี และนนทบุรี
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายอภิรักษ์กล่าวว่า หลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี มีน้ำล้นตลิ่งเพิ่มมากขึ้น พื้นที่เฝ้าระวังได้แก่ อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ส่วนน้ำจากลุ่มน้ำมูลจะไหลเข้าอ.เมือง จ.อุบลราชธานี เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง แต่ อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษน้ำยังล้นตลิ่ง 1.19 เมตร ขณะที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ น้ำลดลง 7 เซนติเมตรแต่ยังคงท่วมสูง อ.โกศุมวิสัย จ.มหาสารคาม น้ำลดลง 3 เซนติเมตร ยังคงล้นตลิ่ง มหาสารคามล้นตลิ่งลดลง 5 . 5 เซนติเมตร ยอดน้ำเคลื่อนตัวไป อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ทำให้น้ำล้นตลิ่งและจะไปเพิ่มที่อำเภออื่น ๆ อีก ขยับตัวขึ้น 7 เซนติเมตร ซึ่งมีแนวโน้วให้ร้อยเอ็ดระดับน้ำล้นตลิ่ง
ขณะที่น้ำจากลุ่มน้ำชี ระดับน้ำใน จ.ขอนแก่นมีปริมาณลดลงโดยน้ำเคลื่อนเข้า อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด และไหลเข้า อ.มหาชนะ จ.ยโสธร คาดว่าระดับจะสูงจากตลิ่ง 0.40 เมตร จากนั้นจะทรงตัวถึงวันที่ 18-20 พ.ย. ด้านสถานการณ์น้ำภาคเหนือ มีแนวโน้มลดลง บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาทำให้บริเวณตอนบนมีอากาศหนาวเย็นทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 14-15 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูอุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า สำหรับการฟื้นฟูที่รัฐบาลเลือกจ.นครสวรรค์ เป็นจังหวัดแรกเนื่องจากได้เสนอแผนการฟื้นฟูที่มีความพร้อมที่สุด โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นในพื้นที่ประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ องค์กรเอกชน อาสาสมัคร อาชีวะ กองทัพ นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากเข้าฟื้นฟูอาชีพและหาตลาดเพื่อเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วย ส่วนข่าวการคอร์รัปชั่นงบประมาณที่ใช้เยียวยาผู้ประสบภัยนั้นยืนยันว่านายกฯได้ย้ำให้ตรวจสอบอย่างจริงจังไม่ให้มีการรั่วไหลเกิดขึ้น



