ข่าว

ไทยส่งผู้อพยพกะเหรี่ยง2พันกลับพม่า

ไทยส่งผู้อพยพกะเหรี่ยง2พันกลับพม่า

10 พ.ย. 2553

นอภ.พบพระ ส่งผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงกว่า 2 พันคนกลับพม่าหลังเหตุ การณ์คลี่คลาย รับพื้นที่รองรับผู้อพยพไม่สะดวกต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก ยันพร้อมดูแลหากได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ผู้ว่าฯตาก พร้อมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหากไม่ปลอดภัย DVB ระบุ ชาวพม่าอพยพกลับบ้านแม้ไ

(10พ.ย.) นายพจน์ หรูวรนนท์ นายอำเภอพบพระ จ.ตาก เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนด้านอ.พบพระ ว่า เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ ชาวกะเหรี่ยงจากพม่าที่อพยพหนีภัยการสู้รบระหว่างทหารพม่าและชนกลุ่มน้อย ดีเคบีเอ.กว่า 2,000 คน ที่พักค้างคืนฝั่งไทยตั้งแต่เมื่อคืนนี้ได้เดินทางกลับไปยังฝั่งพม่าแล้ว หลังทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองชี้แจงให้ทราบว่าสถานการณ์ในพม่าเริ่มคลี่คลายและหากอยู่ในไทยอาจไม่ได้รับความสะดวกเรื่องที่พัก อาหาร เท่าที่ควร

 เนื่องจากจุดที่ชาวกะเหรี่ยงอพยพเข้าอยู่อาศัย 2 จุดที่อ.พบพระ คือบ้านวาเลย์เหนือและบ้านมอเกอไท ต.วาเลย์ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งเต้นท์ ห้องสุขา ผู้อพยพต้องอาศัยอยู่ในที่โล่งแจ้ง หรือตามร่มเงาของต้นไม้ ไม่มีร่มกำบังแดดและลมหนาว แต่หากสถานการณ์ในพม่าตรึงเครียดและชาวกระเหรี่ยงได้รับผลกระทบจากการสู้รบก็สามารถอพยพกลับมาได้ฝ่ายไทยยินดีช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ ทั้งหมดจึงยอมเดินทางไป

 นายพจน์ กล่าวว่า การอพยพของชาวกะเหรี่ยงเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวานนี้ หลังมีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นปะปรายในฝั่งพม่าตรงข้ามอ.พบพระ หลังดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่มและเห็นว่าสถานการณ์เริ่มสงบ ในช่วงบ่ายฝ่ายความมั่นคงจึงแจ้งให้ชาวกะเหรี่ยงเดินทางกลับซึ่งทั้งหมดก็ยินยอม แต่ปรากฎว่าช่วงเย็นวันเดียวกันชาวกะเหรี่ยงชุดเดิมก็อพยพกลับมาอีกครั้ง 

 จากการสอบถามทราบว่าผู้นำหมู่บ้านกะเหรี่ยงได้รับแจ้งว่าจะมีการปะทะและใช้อาวุธโจมตีกันระหว่างทหารพม่าและดีเคบีเอ. ทำให้ชาวกะเหรี่ยงหวาดผวาเกรงได้รับอันตรายจึงขนสิ่งของอพยพเข้ามาในฝั่งไทยอีกครั้งและพักค้างคืนจนถึงเช้านี้ (10 พ.ย.) ซึ่งในช่วงกลางดึกก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 5 นาทีก่อนจะเงียบไป

 "แม้มีองค์กรเอกชน ทั้งเอ็นจีโอ และเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์เข้ามาดูแล แต่ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนักนอกจากนำเครื่องอุปโภค-บริโภคมาแจกจ่าย เพราะผู้อพยพจะเดินทางข้ามไป-มาอยู่เป็นระยะ เนื่องจากชายแดนในพื้นที่อ.พบพระเป็นต้นแม่น้ำเมยที่มีช่วงแคบและบางส่วนเป็นพื้นที่ป่า จึงง่ายต่อการเดินทางข้ามไป-มา"นายพจน์กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวพม่าที่ลี้ภัยจากการสู้รบจากจังหวัดเมียวดีของพม่า ตรงข้ามต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด โดยเข้าอาศัยอยู่ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด 509 คน เดินทางออกจากกองร้อยตชด.แล้ว โดยเจ้าหน้าที่จัดรถไปส่งถึงท่าข้ามขนส่งสินค้าต่างๆ เพื่อให้ราษฎรจังหวัดเมียวดีที่หนีภัยไดกกลับไป หลังจากที่พล.ต.สนธิศักดิ์ วิทยาเอนกนันท์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดประสานงานชายแดนไทย-พม่า กล่าวกับชาวพม่าที่ลี้ภัยอยู่ในกองร้อยตชด.ว่า ขณะนี้เหตุการณ์ในจังหวัดเมียวดีได้สงบแล้ว ขอให้ผู้ลี้ภัยทั้งหมดเดินทางกลับได้แล้ว ซึ่งบรรยากาศการเดินทางกลับเป็นไปด้วยดี ทางผู้ลี้ภัยได้โบกมือ และยกมือไหว้ขอบคุณทางฝ่ายไทย ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้โบกมือให้  

 พล.ต.สนธิศักดิ์ กล่าวว่า การเดินทางกลับไปครั้งนี้ เห็นว่าเหตุการณ์สงบแล้ว แต่หากกลับไปแล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องความปลอดภัย สามารถกลับข้ามมาได้ ฝ่ายไทยพร้อมที่จะดูแลอยู่แล้ว เช่นเดียวกับด้าน อ.พบพระ จ.ตาก และชาวพม่าส่วนใหญ่มีทรัพย์สินอยู่ฝั่งพม่า

 อย่างไรก็ดีทางนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ตาก ได้ไปดูการเดินทางข้ามไปของชาวพม่าก่อนหน้านี้ ที่บ้านห้วยม่วง โดยแจ้งว่ามีขบวนการปล่อยข่าวให้ชาวพม่ากลัวมาโดยตลอด แต่ทางจังหวัดได้ประสานไปยังจังหวัดเมียวดี และทราบว่า เหตุการณ์สงบแล้ว แต่ถ้าชาวพม่าที่กลับไปมีปัญหาความไม่สงบก็สามารถกลับเข้าได้ ทางไทยพร้อมดูแลในด้านมนุษยธรรมอยู่แล้ว

 นายกิตติศักดิ์ โตมรศักดิ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ (10พ.ย.) รองแม่ทัพภาค 3 ได้เดินทางมาพูดคุยกับผู้ลี้ภัยชาวพม่าราว 500 คน ที่พักพิงอยู่ในกองร้อยตชด.346 อ.แม่สอด ซึ่งยังปักหลักไม่ยอมเดินทางกลับไปจ.เมียวดี เพราะไม่ไว้ใจและเกรงไม่ได้รับความปลอดภัย แม้สถานการณ์สู้รบจะคลี่คลายและยุติไปแล้วก็ตาม  หลังการพูดคุยชาวพม่าที่ตกค้างทั้งหมดยินยอมเดินทางกลับไปโดยมีกำลังทหารและตชด.อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยระหว่างการเดินทางข้ามแม่น้ำเมยกลับไปฝั่งพม่า

 ส่วนบรรยากาศที่ตลาดริมเมยพ่อค้า-แม่ค้าเริ่มเปิดร้านเพื่อค้าขายกันแล้วหลังต้องปิดร้านไป 2 วัน  ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ สำหรับริมแม่น้ำเมยใกล้กับด่านศุลกากรแม่สอดทหารยังวางกำลังเพื่อดูแลสถานการณ์อยู่ แม้เหตุการณ์ใน จ.เมียวดี จะสงบไม่มีการปะทะกันระหว่างทหารพม่าและชนกลุ่มน้อยดีเคบีเอ

 ด้านเว็บไซท์สำนักข่าว DVB ของชาวพม่าพลัดถิ่น รายงานว่า ประเทศไทยได้เริ่มส่งกลับผู้อพยพที่หลบหนีการสู้รบจากฝั่งพม่า กลับประเทศแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้ แม้จะมีเสียงเตือนเรื่องความรุนแรงที่อาจประทุรอบใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้อพยพคนหนึ่ง เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารพม่าในเมียวดี ที่เต็มไปด้วยเสียงปืนและเสียงระเบิดเมื่อวันจันทร์ ได้ให้หลักประกันด้านความปลอดภัยต่อคนที่เดินทางกลับ ซึ่งจำนวนคนที่หลบหนีข้ามมายังฝั่งไทยในช่วงที่มีการสู้รบมีมากถึง 2 หมื่นคน และปัจจุบันยังเหลืออีกราว 2 พันคน ที่แม่สอด

 เมื่อวันจันทร์ ทหารพม่าได้เตือนประชาชนในเมียวดี ให้อพยพออกจากเมือง ทำให้ผู้คนทะลักข้ามชายแดนเข้ามายังแม่สอด ซึ่งการสู้รบได้มีขึ้น หลังจากกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ DKBA เข้ายึดสำนักงานของรัฐบาลตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มีการเลือกตั้ง

 กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธชุดนี้อยู่ภายใต้การนำของพันโท นะ เคา มวย ซึ่งไม่ต้องการให้กองกำลังของเขา เข้าไปอยู่ในสังกัดของกองทัพพม่า จึงได้ส่งกำลังคน 1 พันนาย เข้าไปในเมียวดีนอกจากนี้ ยังมีการปะทะกันที่พญาตองซู จนทำให้ประชาชนอีก 2 พันคน อพยพข้ามมาฝั่งไทยด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ DKBA ระบุว่า ทหารพม่าได้ทำลายที่มั่นของกลุ่มใกล้กับเมียวดี ซึ่งเป็นที่มั่นของพันโท นะ เคามวย ด้วย

 หลังจากปะทะสิ้นสุดลง ผู้อพยพจำนวนมาก ได้เดินทางข้ามแม่น้ำเมยกลับไปยังเมียวดี ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่สำคัญของไทยกับพม่า แม้จะไม่มั่นใจนักว่า เสถียรภาพได้กลับคืนมาแล้วหรือไม่แต่พวกเขาอยากกลับบ้าน เพราะตอนที่หลบหนี ส่วนใหญ่มามือเปล่า ไม่มีแม้แต่ผ้าห่มหรือสิ่งของจำเป็นใด ๆ ทั้งสิ้น