
ชายแดนเมืองกาญจน์เริ่มคลี่คลายแล้ว
สถานการณ์ชายแดนเมืองกาญจนบุรี เริ่มคลี่คลายแล้ว ชาวพม่ากว่า 3 พันคน ทยอยเดินทางกลับประเทศ
(10พ.ย.) เวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศผู้อพยพชาวพม่ากว่า 3,500 คน ทยอยเดินทางออกจากโรงเรียนบ้านซองกาเรีย สาขาย่อยโรงเรียนบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัยจากการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับทหารกะเหรี่ยง DKBA เดินทางกลับประเทศ
โดยสถานการณ์ล่าสุดเวลา 02.30 น.วันนี้ มียินเสียงปืนเล็กยิงจากฝั่งประเทศพม่าประมาณ 5 นัด จากนั้นเวลา 04.00 น.มีเสียงปืนเล็กอีกครั้งหนึ่ง ส่วนสถานการณ์การสู้รบคาดว่าอาจยืดเยื้อต่อไป ซึ่งผลการปะทะเมื่อคืนที่ผ่านมา มีครอบครัวกะเหรี่ยง 4 คนที่อาศัยบ้านตองซอย อ.พญาตองซู เด็กหนุ่มหนีเข้าป่าไปได้ แต่มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นคนชรา เนื่องจากไม่สามารถหนีทัน ขณะที่บรรยากาศการค้าในบริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์ ยังปิดตัวเงียบ เนื่องจาเกรงจะไม่ปลอดภัยจากสถานการณ์สู้รบ
ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รองผู้ว่าฯกาญจนบุรี เดินทางมาตรวจสถานที่พักชั่วคราว เพื่อตรวจเยี่ยมผู้อพยพ และพูดคุยปรึกษากับ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.กกล.สุรสีห์ เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาอย่างบูรณาการต่อไป พร้อมกันนี้ยังลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์เริ่มคลี่คลายทางที่ดีประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านคาดอีก1-2วัน สถานการณ์คงเข้าสู่สภาวะปกติ
พล.ต.ตะวัน เปิดเผยว่า มีเสียงปืนเล็กดัง 2 ครั้งช่วงคืนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เป็นการยิงปะทะเป็นเพียงการปกป้องพื้นที่ฝ่ายทหารพม่า เพื่อมิให้ฝ่ายตรงข้ามลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของตน สำหรับสถานการณ์โดยรวมคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ต้องเฝ้าระวังไป 1-2 วัน ถ้าไม่มีเหตุรุนแรง คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติใน 2 วันนี้ อย่างไรก็ตามกองกำลังสุรสีห์จะออกลาดตระเวนตามแนวตะเข็บชายแดนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศต่อไป
ส่วนสำนักสงฆ์วัดเตาถ่าน ซึ่งห่างชายแดนด้าน อ.พระเจดีย์สามองค์ ประมาณ 3 กม.มีผู้หลบภัยอยู่ราว 1,000 คน ด้านพระชาติชาย ชาคโร หัวหน้สำนักสงฆ์ กล่าวว่า มีผู้อพยพทั้งชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่เดินทางผ่านเข้ามาช่องทาง 6 พันไร่ มีจำนวนมากขึ้น อาการอิดโรย เริ่มขาดแคลน อยากจะให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้
พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.กองกำลังสุรสีห์ เปิดเผยว่า การสู้รบระหว่างทหารพม่ากับชนกลุ่มน้อยในประเทศทำให้ชาวพม่าจำนวนมาก อพยพเข้ามายังประเทศไทยในพื้นที่ จ.ตาก และ จ.กาญจนบุรีนั้น สถานการณ์ชายแดนบริเวณอ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรีนั้น เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จากการตรวจสอบพบว่าชาวพม่าที่อพยพเข้ามา ต่างทะยอยเดินทางกลับแล้ว ทั้งนี้หากเกิดความรุนแรงขึ้นอีก ทหารไทยก็มีแผนที่จะอพยพชาวบ้านของไทย ออกจากบริเวณที่เกิดปัญหาได้ทุกเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์การสู่รบบริเวณชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก จากการตรวจสอบเช้าวันนี้ (10พ.ย.) พบว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา ไม่มีการยิงปะทะแต่อย่างใด โดยพบว่าชาวพม่าบางส่วนที่อพยพเข้ามา ได้เดินทางกลับเมียวดีไปแล้วบางส่วน ขณะนี้เหลือชาวพม่าอยู่ประมาณ 1708 คน ส่วนการค้าขายบริเวณตลาดริมเมย เริ่มเข้าสู่ปกติแล้ว ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมา พ่อค้าแม่ค้าทะยอยเข้ามาเปิดร้านแล้วในบางส่วน
นายณฐพล วิเชียรเพริศ ผู้ว่าฯกาญจนบุรี กล่าวว่า คืนที่ผ่านมาชาวพม่าหนีเข้าเมืองผ่านด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี มาประมาณ 3500 คน เนื่องจากตอนหัวค่ำมีการปะทะ มีเสียงปืนบ้าง มีกระสุนปืนค.ตกเข้ามา และมีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นเด็กผู้หญิงชาวพม่าทั้งคู่ แต่เช้านี้สถานการณ์ล่าสุดทางการพม่าสามารถคุมสถานการณ์ได้แล้ว และกองกำลังกะเหรี่ยงถอยกลับแล้ว ผู้หลบหนีเข้าเมืองทยอยเดินทางกลับบ้านจนหมดแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ของไทยอำนวยความสะดวกให้ ขณะเดียวกันกองพลทหารราบที่ 9 ของไทย ยังตรึงกำลังไว้อย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านนายอภิสิทธิ์ ชนสาคร หอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า ตั้งแต่มีการปิดด่านไทย-พม่า ช่วง 3 เดือนก่อนทางจังหวัดตาก ได้รับความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท กระทั่งมีการปะทะในประเทศพม่าเกิดขึ้นอีกการค้าขายตามแนวชายแดนต้องหยุดชะงักทุกอย่างทันที ซึ่งในช่วงนี้พ่อค้าแม่ค้า บริษัทเอกชนในจังหวัด ร่วมมือร่วมใจกันจัดอาหาร เครื่องดื่ม ไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยก่อน จากนั้นเมื่อเหตุสงบทางจังหวัดก็หามาตร การฟื้นฟูการท่องเที่ยว การค้าขายอีกครั้ง เชื่อว่าเหตุการณ์ในประเทศพม่าจะไม่ยืดเยื้อ



