
ปะทะวันเลือกตั้งพม่า
ลูกชายของ ออง ซาน ซูจี ชื่อ คิม อริส อายุ 33 ปี มาที่กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไปที่สถานทูตพม่า ที่ถนนสาทรเหนือ เพื่อจะยื่นขอวีซ่าเข้าพม่าเพื่อพบกับคุณแม่ ที่ไม่ได้เจอกัน 10 ปีเต็มๆ
คิม อริส บ้านอยู่ที่อังกฤษ คุณพ่อชาวอังกฤษ ไมเคิล อริส เสียชีวิตด้วยมะเร็งต่อมลูกหมากเมื่อ 11 ปีที่แล้ว พี่ชายชื่อ อเล็กซานเดอร์ ไม่ได้มาด้วย เมื่อมีข่าวว่าผู้นำทหารพม่าจะปล่อยตัว ออง ซาน ซูจี วันที่ 13 พฤศจิกายน หลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ จึงมารอที่กรุงเทพฯ หวังว่าจะได้วีซ่าไปพบกับคุณแม่
คิม อริส บอกว่า ไม่ได้ติดต่อกับคุณแม่มาเลย 10 ปีเต็มๆ Zero communication แปลว่าการติดต่อเป็นศูนย์
นักข่าวเจอคิม อริส ก็ถามว่ามีความหวังหรือไม่อย่างไรที่จะได้พบคุณแม่ อริสตอบว่าพวกเขาเป็นคนที่ทำนายอะไรไม่ได้ ต้องรอดูว่าพวกเขาจะทำอย่างไรกับคุณแม่ผม
ถามว่าถ้าหากเจอกับคุณแม่จะพูดจากันเรื่องอะไร คิมก็บอกว่าก็เหมือนทุกครั้ง แต่ก็ยังมีความหวัง และจะพูดจากันเรื่องครอบครัว ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
วันเดียวกันกับการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ก็เกิดการต่อสู้กันระหว่างชนกลุ่มน้อยกับทหารพม่าตรงบริเวณชายแดนติดกับไทย ทำให้มีคนพม่าหนีข้ามมาเกือบ 2 หมื่นคน บริเวณแม่สอด จ.ตาก เพราะว่าชนกลุ่มน้อยไม่พอใจรัฐธรรมนูญใหม่ที่เขียนไว้ทุกคนจะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพส่วนกลาง ไม่สามารถจะมีกองทัพเป็นของแต่ละกลุ่มอย่างที่เป็นมาตลอด
ชนกลุ่มน้อยมองว่านี่เป็นความพยายามของส่วนกลางที่จะยึดอำนาจจากชนกลุ่มน้อยโดยไม่เปิดโอกาสให้ชนกลุ่มน้อยได้มีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกันในรัฐสภาใหม่ เกิดการปะทะกันเช่นนี้ ผู้นำทหารอาจจะอ้างได้ที่จะไม่ปล่อยตัว ออง ซาน ซูจี ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ถึงแม้จะครบ 18 เดือน ของการกักบริเวณครั้งล่าสุดก็ตาม
ฉะนั้นเมื่อผลการเลือกตั้งออกมายังไม่รู้ว่าจะประกาศวันไหน ผู้ไปใช้สิทธิ์ก็ไม่คึกคักเท่าที่ควร ผลที่ออกมาเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ว่าผู้นำทหารพอใจหรือไม่ ฉะนั้นอนาคตทางการเมืองของพม่าจึงยังอึมครึมและน่าหวาดเสียวต่อไป
สุทธิชัย หยุ่น



