
เปิดขุมกำลังดีเคบีเอผนึกชนกลุ่มน้อยสู้ศึกพม่า
แนวรบด้านตะวันตกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลทหารพม่าเปิดฉากโจมตีชนกลุ่มน้อย(หลายกลุ่ม)ด้วยอาวุธหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
กระสุนปืนขนาดใหญ่ที่เหินฟ้าลัดเลาะตะเข็บชายแดน ตั้งแต่ จ.ตาก ไล่เรียงลงมาถึงกาญจนบุรีที่เป็นสมรภูมิ สร้างความเสียหายให้แก่ชาวบ้านถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย จนต้องอพยพหนีตายเข้าฝั่งไทยจำนวนมาก
แม้จะเป็นการรบพุ่งกับชนกลุ่มน้อยกลายเผ่าพันธุ์ที่เป็นปรปักษ์กันมาช้านานก็ตาม แต่นับเป็นช่วงต้นๆ ระหว่างอดีตมหามิตรอย่างกะเหรี่ยงพุทธ(ดีเคบีเอ)กับทหารรัฐบาลพม่า ซึ่งแตกคอกันด้วยเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว
หากมองย้อนไปเมื่อปี 2537 เลือดของชนเผ่ากะเหรี่ยงหลั่งไหลตามลุ่มแม่น้ำเมยและสาละวิน เนื่องจากเป็นการต่อสู้ระหว่างกะเหรี่ยงพุทธกับกะเหรี่ยงคริสต์(เคเอ็นยู)ที่แตกคอกัน
วันนั้นกะเหรี่ยงพุทธได้หันเหไปพึ่งทหารรัฐบาลพม่าขอเป็นทัพหน้ารบกับฝ่ายกะเหรี่ยงคริสต์ที่นำโดยนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีกะเหรี่ยงในสมัยนั้น ท่ามกลางผลประโยชน์ตอบแทนที่ได้รับสารพัด
การตีโอบรุกไล่กะเหรี่ยงคริสต์ทำให้พวกเขาก้าวหน้าในด้านธุรกิจ ทั้งการทำบริษัทรถยนต์ขนส่งสินค้า ทำไม้ และอื่นๆ จนมีเงินทองมากมายที่นำไปพัฒนากองทัพและกำลังพลที่เพิ่มขึ้นกลายเป็น "รัฐกันชน"
ปีใหม่ที่ผ่านมากะเหรี่ยงพุทธได้จัดงานปีใหม่ที่ค่ายวาเล่ย์ ตรงข้าม อ.พบพระ งานนี้มีนายพลจ่อซาน บุรุษหมายเลข 1 หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดของดีเคบีเอ ไปเป็นประธานเปิดงานท่ามกลางกองกำลังติดอาวุธของเขากว่าหมื่นนาย
นายพลจ่อซาน แต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศ และมีผ้าเหลืองคลุม เสมือนกองทัพธรรม มาพร้อมกับมือขวาคือ พ.อ.นะเคามวย ขุนพลคู่ใจ ผู้บังคับการยุทธวิธี กองพล 999 ที่คุมกองกำลัง 3 กองพัน ด้านใต้แม่สอด ไปจนถึงตรงข้าม จ.กาญจนบุรี มีกองกำลังเฉพาะกิจอยู่ในมืออีกประมาณ 1,000 นาย
ขณะที่ พ.อ.หม่องชิตู ผู้บังคับการยุทธวิธี กองพลที่ 333 อีกหนึ่งขุนพลรับผิดชอบด้านเหนือ อ.แม่สอด จ.ตาก ไปจนถึงด้าน จ.แม่ฮ่องสอน หรือบริเวณกองบัญชาการกะเหรี่ยงมาเนอปลอว์
นอกจากนี้ยังมีนายทหารที่คุมกำลังระดับกองพันอีกหลายคน เช่น พ.ท.เมาะโต หรือเมาะตู่ ผู้บังคับกองพันที่ 907 ซึ่งรับผิดชอบค่ายวาเล่ย์ ตรงข้าม อ.พบพระ ผาลู เมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด และเมืองกอกาเลก กับผาอ่างของพม่า
พ.ท.ซอพลู พ.ท.หย่านมิน รับผิดชอบพื้นที่ด้านในพม่า ไปจนถึงชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.กาญจนบุรี, พ.ท.ซานเปียว มือขวา พ.อ.หม่องชิตู รับผิดชอบด้าน อ.แม่ระมาด และ อ.ท่าสองยาง รวมกำลังทั้งหมด 15 กองพัน ทั้งกองพันพิเศษ และกองพันประจำที่มั่น
กองกำลังดีเคบีเอในทำเนียบหน่วยความมั่นคงทั้งในและนอกประเทศ ระบุ ว่ามีทั้งหมด 3 กองพล คือ กองพล 999, 333 และ 555 โดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันไปแต่ละส่วน
สถานะวันนี้กะเหรี่ยงดีเคบีเอได้พ้นยุครุ่งเรืองที่สุดในยุคของ พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ เป็นนายกรัฐมนตรีพม่า จึงเริ่มถูกกดดันและลดบทบาทจากทางการทหารพม่าถึงขั้นให้วางอาวุธ
การหารือลับของสองผู้นำกะเหรี่ยงดีเคบีเอและกะเหรี่ยงเคเอ็นยู เพื่อหวังจะร่วมปกป้องชาติกะเหรี่ยง ตามเจตนารมณ์ของนายซอบาอูคะยี วีรบุรุษของชาวกะเหรี่ยงที่ล่วงลับไปแล้วจึงมีอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายจึงยุติการสู้รบกันเองไปโดยอัตโนมัติ
ขณะที่รัฐบาลทหารพม่านำโดย พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (เอสพีดีซี) พล.อ.หม่องเอ รองประธานสภาเอสพีดีซี และ พล.ท.เต็งเส็ง เลขาธิการเอสพีดีซี ต่างไม่ค่อยชอบชนกลุ่มน้อยพม่าเท่าใดนัก
โลกกำลังเฝ้าจับตาประชาธิปไตยจอมปลอมจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าก็มิอาจทำอะไรรุนแรงได้ เนื่องด้วยติดกระแสกดดันจากนานาประเทศ และการย้ายเมืองหลวง
แต่สบช่องเมื่อไรเชื่อได้ว่าสงครามล้างเผ่าพันธุ์ของชนชาติพม่าต้องบังเกิดขึ้นแน่ และจะรุนแรงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ...!!!



