
ปณทรุกเพิ่มรายได้"เพย์แอดโพสต์"
ปณท เดินหน้าเต็มสูบ เพิ่มรายได้จาก "เพย์ แอด โพสต์" หลังพบมีอัตราการเติบโตสูง ล่าสุดจับมือ ธอส.รับบริการฝากเงินผ่านเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ
น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาด และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ปณท จะเน้นการให้บริการด้านการเงินผ่านการรับชำระค่าบริการ "เพย์ แอด โพสต์" เพิ่มขึ้น เพราะถือเป็นบริการที่มีการอัตราการขยายตัวสูง โดยปี 2553 คาดว่าจะมีรายได้จากบริการดังกล่าว 400 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
โดยปัจจุบันมีพันธมิตร และคู่ค้า ที่ให้รับชำระค่าบริการผ่านที่ทำการไปรษณีย์ไทยกว่า 200 รายการ รายการที่ชำระมากที่สุด คือ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบัตรเครดิต แต่ละเดือนมียอดการทำธุรกรรมประมาณ 3 ล้านครั้ง ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยรายการละ 10-15 บาท
พร้อมกันนี้ ปณท ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดให้บริการรับฝากเงินบัญชี ธอส. ผ่านเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ไทยที่มีจุดให้บริการกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ โดยลูกค้าที่ต้องการฝากเงินผ่านเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ ต้องเป็นลูกค้าประเภทบุคคลธรรมดามีบัญชีฝากประเภทกระแสรายวัน ออมทรัพย์ ออมทรัพย์พิเศษ และบัญชี ธอส.-รักการออม ไปฝากเงินที่ ปณท เป็นเงินสดไม่เกินวันละ 1 แสนบาทต่อบัญชี คิดค่าธรรมเนียม 10 บาทต่อรายการ
"ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยให้ทันทีในวันที่ลูกค้าฝากเงินที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ กำหนดเปิดให้บริการได้สิ้นปีนี้ เป็นระบบออฟไลน์ แต่ภายในไตรมาสแรกปี 2554 พร้อมจะเปิดให้บริการแบบออนไลน์เรียลไทม์" น.ส.อานุสรากล่าว
สำหรับรายได้รวมในปีนี้ คาดว่าจะเป็นไปตามเป้ารายได้ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท กำไรราว 700 ล้านบาท ส่วนแบ่งรายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจการสื่อสาร เช่น การรับส่งจดหมาย อีเอ็มเอส การจัดส่งใบแจ้งหนี้ ราว 70-80% ธุรกิจขนส่ง 10% ส่วนธุรกิจการเงิน และค้าปลีก มีสัดส่วน 7-9%
น.ส.อานุสรากล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดตั้งธนาคารคนจน (ไมโคร ไฟแนนซ์) ที่จะปล่อยกู้ให้ประชาชนระดับรากหญ้า คิดอัตราดอกเบี้ย 2% ว่าได้จ้างบริษัท บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (BCG) เป็นที่ปรึกษาศึกษาแนวทางและรูปแบบการจัดตั้ง ซึ่งคาดว่าภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้จะได้ข้อสรุป และนำเสนอยังกระทรวงการคลังต่อไป



