ข่าว

ประชาธิปไตยจอมปลอม (2)

ประชาธิปไตยจอมปลอม (2)

10 พ.ย. 2553

อีกประเทศหนึ่งที่จัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน อันเป็นวันอุบาทว์ที่เป็นอริกับประชาธิปไตยก็คือประเทศกินี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา เพราะแม้จะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้งเสรีเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่ได้

 แต่แล้ว คณะผู้นำทหารก็เกิดแตกคอกันเองอย่างปัจจุบันทันด่วนเมื่อปีที่แล้วนี้เอง หลังจากทหารกลุ่มหนึ่งเกิดอยากอวดศักดาว่ามีอำนาจล้นฟ้า เปิดฉากสังหารหมู่พลเรือนกลุ่มหนึ่ง จนนำไปสู่ความแตกแยกในหมู่ผู้นำ ตามด้วยความพยายามขององครักษ์กลุ่มหนึ่งที่ลงมือลอบสังหารผู้นำหมายเลขหนึ่ง ซึ่งดวงดีแค่บาดเจ็บแต่ต้องบินไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ก่อนจะถูกกดดันให้จำใจยอมลาออกจากตำแหน่งด้วยดี

 ท้ายสุดผู้นำหมายเลข 2 ของกินีก็ยอมตกลงปลงใจว่าทหารจะยอมวางมือจากการเมืองปล่อยให้พลเรือนขึ้นมาบริหารประเทศแทน พร้อมกับให้คำมั่นสัญญากับสหรัฐและฝรั่งเศสว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชน โดยจัดให้มีการเลือกตั้งผู้นำขึ้นเมื่อเดือนมิถุยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมเป็นครั้งแรก

 อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งครั้งนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า อันเนื่องจากผู้สมัครทั้ง 24 คนต่างไม่มีใครได้รับเสียงข้างมากมากพอ ท้ายสุดก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งรอบสอง ระหว่างนายเซลลูดาเลียน ไดแอลโล นายธนาคาร ในฐานะตัวแทนของเผ่าพยูล กับนายอัลฟา คอนเด ศาสตราจารย์ที่สอนวิชารัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ในฝรั่งเศสมานานหลายสิบปี ในฐานะตัวแทนเผ่ามาลินเก ซึ่งทั้ง 2 เผ่าต่างก็มีประชากรมากพอๆ กันคือราว 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วประเทศ

 แต่ก็ใช่ว่าประชาชนจะปลื้มกับความใจดีของผู้นำเผด็จการทหารครั้งนี้สักเท่าใดนัก

 ในเมื่อเห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นการเลือกตั้งที่สุดแสนจะเงียบเชียบเหมือนเป่าสาก เนื่องจากทางการสั่งห้ามการรณรงค์หาเสียง ห้ามการชุมนุมปราศรัยทางการเมือง หนำซ้ำประชาชนยังถูกห้ามใส่เสื้อสีของพรรคการเมืองต่างๆ เพราะจะกลายเป็นการช่วยหาเสียงทางอ้อม อย่างเช่นห้ามใส่สีเหลือง อันเป็นสีของพรรคขบวนการประชาชนกินี ของนายอัลฟา คอนเด ยิ่งกว่านั้นโปสเตอร์หาเสียงก็ห้ามติดรูปผู้สมัครทั้ง 2 คนเด็ดขาด

 "ก่อนหน้านี้เราต่างมีศัตรูร่วมกันซึ่งก็คือเผด็จการทหาร" ข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งของกินีให้ความเห็น "แต่ตอนนี้ศัตรูร่วมก็จากไปแล้ว กลายเป็นว่าพวกเราต่างเป็นศัตรูของกันและกันแทน"

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์