
สื่อมวลชนกับบทบาทนำสังคมในยามวิกฤติ
สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เป็นคำพูดที่พูดถึงกันบ่อย ใช้กันมานาน แม้กับเหตุการณ์ล่าสุดภัยพิบัติที่มากับสายน้ำในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความที่สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้รุนแรง และครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่าหลายๆ ครั้งก่อนในหลายภูมิภาค ทำให้มีจำนวนพี่น้อง
ความเดือดร้อนเป็นอย่างไรบ้าง ไม่จำเป็นต้องสาธยาย เพราะเชื่อว่าเราท่านคงได้รับรู้กันดี ทั้งที่ประสบด้วยตนเอง และจากสื่อนานาชนิดที่ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ทั้งเผยแพร่ความจริงให้ปรากฏ สะท้อนแนวคิดและความต้องการให้สาธารณชน และผู้เกี่ยวข้องรับรู้ เพื่อที่จะได้หาทางร่วมมือช่วยเหลือเยียวยาได้ถูกเวลา ถูกสถานที่ ถูกคน ถูกวิธี และทั่วถึง นอกจากนั้นสื่อทุกแห่งยังช่วยกันทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการระดมความช่วยเหลือจากผู้อ่าน ผู้ชม ผู้ฟัง ที่มีจิตศรัทธาต้องการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติในยามวิกฤติ เพื่อบรรเทาทุกข์เพิ่มเติมจากความช่วยเหลือที่ได้รับจากภาครัฐ
ยอมรับว่าหนึ่งในบรรดาเพื่อนร่วมอาชีพสื่อมวลชนทั้งหลาย ที่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ถึงลูกถึงคน และโดดเด่น เห็นจะเป็นคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา คนเล่าข่าวแห่ง “เรื่องเล่าเช้านี้”
ถ้าจำไม่ผิด คุณสรยุทธได้ลุกขึ้นมาเล่นข่าวนี้ พร้อมทั้งเชิญชวนให้ผู้ชมรายการและเหล่าสปอนเซอร์ทั้งหลาย ร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือตั้งแต่วันแรกๆ ของเหตุการณ์ ซึ่งเริ่มจากปักธงชัย โคราช แล้วเกาะติดไปยังจังหวัดต่างๆ จากภาคอีสาน สู่ภาคกลาง เลยมาจนถึงภาคใต้
การบุกบั่นไปทำข่าวในพื้นที่น้ำท่วมด้วยตนเองและทีมงาน การไปตั้งโต๊ะจัดรายการโดยมีบรรยากาศน้ำท่วมเป็นฉากหลังแทนการนั่งจัดที่สถานี การนำสิ่งของที่ได้มาจากการบริจาคของประชาชนหลายๆ ฝ่าย ออกไปมอบให้แก่ชาวบ้านถึงที่ทันทีทันใดและต่อเนื่อง บวกกับลีลาในการนำเสนอ ซึ่งเป็นบุคลิกและความสามารถพิเศษเฉพาะตัวยากที่จะเลียนแบบ เสริมให้มีผู้ชมเข้ามาติดตามรายการมากขึ้น ประกอบกับการที่ทุกครั้งที่ลงพื้นที่จะมีทีมงานติดตามไปรายงานข่าวด้วยเสมอ ช่วยให้ผู้ชมได้รับรู้บรรยากาศของเหตุการณ์ได้ต่อเนื่องชัดเจนยิ่งขึ้น และจากข่าวที่รายงานเหล่านั้นยังส่งผลให้มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินมากขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ได้ยินว่าได้รับเงินบริจาคเกินร้อยล้านบาทเลยทีเดียว นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่ภารกิจของสื่อมวลชนไทย
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า สื่อมวลชนนอกจากจะทำหน้าที่รับใช้สังคมด้วยการ ”เฝ้าระวัง” การเสนอข่าวสาร ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการป้องกัน แก้ไข และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศแล้ว ในยามที่บ้านเมืองมีเภทภัย สื่อมวลชน ยังสามารถทำหน้าที่ขององค์กรสาธารณะที่ช่วยระดมความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ให้แก่ผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นหมายความว่า หากมีการร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นระหว่างสื่อด้วยกัน และแต่ละองค์กรต่างช่วยกันอย่างทุ่มเทเต็มความสามารถดังเช่นกรณีน้ำท่วมคราวนี้ ก็มั่นใจได้ว่าประเทศของเราจะมีกลุ่มพลังในการกอบกู้วิกฤติที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างมีพลานุภาพยิ่ง
และคงจะดีไม่น้อย หากภาครัฐจะคล้องแขนจับมือกับสื่อมวลชนให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น แล้วเดินหน้าลุยออกไปกู้วิกฤติด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



