
เนชั่นส่งมอบสิ่งของช่วยภัยน้ำท่ามผ่านกห.
"เนชั่น" ส่งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคผ่านกลาโหม เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ปลัดกลาโหม ระบุ เหล่าทัพให้ความสำคัญเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 พ.ย.ที่อาคารเนชั่น พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานรับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค ที่มีผู้จิตศรัทธาบริจาคสิ่งของผ่านมายังบริษัท เนชั่น มัลติมิเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สะทิงพระ จ.สงขลา ที่ขณะนี้ยังมีบางส่วนที่การช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง โดยนี้มีผู้บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ทั้ง นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร นายธนะชัย สันติชัยกูลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายพนา จันทรวิโรจน์ กรรมการอำนวยการ นายพงษ์ศักดิ์ ศรีสด President หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก คุณอรพิมพ์ เหลืองอ่อน President หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก และคุณณัฐวรา แสงวารินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายโฆษณา
พล.อ.กิตติพงษ์ บอกว่า ขณะนี้กระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย เหล่าทัพ ให้ความสำคัญในเรื่องการช่วยเหลือที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ เป็นการเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้สิ่งของที่ได้รับการบริจาคจากประชาชนทางกระทรวงกลาโหมจะพยายามจัดส่งให้ถึงมือประชาชนทุกชิ้น ขณะเดียวกันทางกระทรวงกลาโหมก็มีแผนในการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนภายหลังน้ำลดในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับให้เหล่าทัพเตรียมแผนให้พร้อมในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะสถานการณ์ต่างๆ ถึงจะกลับสู่ภาวะปกติ
“สุขุมพันธุ์”เตรียมประกาศแผนแก้น้ำท่วมกรุงระยะยาว
รายงานข่าวจากศาลาว่าการ กทม. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำในปีนี้ที่มีจำนวนมากจนทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ กทม.ด้วยนั้น ล่าสุด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมที่จะแถลงข่าวถึงแผนการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว โดย กทม.มีโครงการการป้องกันน้ำท่วมหลายแผนด้วยกัน เช่น โครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมเจ้าพระยา โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา โครงการพัฒนาคูคลองระบายน้ำ การเพิ่มพื้นที่แก้มลิง เป็นต้น สำหรับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ถือเป็นโครงการอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ ที่จะช่วยระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร กำลังสูบรวม 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที งบประมาณ 4,900 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนรูปแบบจากโครงการเดิมที่จะก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่คลองประเวศบุรีรมย์ อุโมงค์ขนาด 3 เมตร ระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็น 9.4 กิโลเมตร ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติเปลี่ยนแปลงเนื้องานจากกระทรวงมหาดไทยและให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ หาก ครม.อนุมัติจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว กทม.มีแผนที่จะก่อสร้างสถานีในพื้นที่บริษัท ไม้อัดไทย ถ.สรรพาวุธ เขตบางนา ซึ่ง กทม.ได้ซื้อที่ดินจาก บ.ไม้อัดไทย เพื่อก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียคลองเตย ซึ่งยังมีพื้นที่ว่างให้สามารถก่อสร้างได้ โดยจะช่วยระบายน้ำผ่านสุขุมวิทและจากคลองบางนาไปออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้หาก ครม.อนุมัติจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตประเวศ บางนา พระโขนง สวนหลวง วัฒนาและคลองเตยครอบคลุมพื้นที่ 85 ตารางกิโลเมตรของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ กทม.ยังมีโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ 7 แห่ง งบประมาณ 15 ล้านบาทและสถานีสูบน้ำเพิ่มอีก 5 แห่ง งบประมาณ 59 ล้านบาท กำลังสูบรวม 27 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี 54
ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีช่วยผู้ประสบภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบมาตรการภาษีให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... จำนวน 3 ฉบับ และร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไป โดย กระทรวงการคลังเสนอ
1.ปัจจุบันกระทรวงการคลังได้มีมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอยู่บ้างแล้ว แต่เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ซึ่งไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างปกติ อันส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินและเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยดังกล่าว สมควรกำหนดให้มีมาตรการภาษีให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติมจากมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ได้เสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2553 เพิ่มเติม โดยมีมาตรการทางภาษีรวมอยู่ด้วย ต่อคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 แล้ว
2.มาตรการภาษีดังกล่าวประกอบด้วยมาตรการภาษีสำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งกำหนดให้มีการขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ที่จะต้องยื่นในเดือนกันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม โดยให้นำไปยื่นภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2553 ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
3.มาตรการภาษีดังกล่าวสามารถดำเนินการได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน 3 ฉบับ และกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว จะมีการออกประกาศของกรมสรรพากรเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในทางปฏิบัติต่อไป
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
กำหนดมาตรการภาษีให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ดังนี้ 1.กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเงินทรัพย์สิน หรือสินค้า ที่ได้บริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สินหรือสินค้าที่บริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนั้น (ร่างพระราชกฤษฎีกา 1)
2.กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ประสบอุทกภัย สำหรับเงินได้เท่าจำนวนเงินชดเชยที่ได้รับจากรัฐบาล และสำหรับเงินได้เท่าจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับการบริจาค การช่วยเหลือเพื่อชดเชยความเสียหายที่ได้รับนอกเหนือจากกรณีการได้รับเงินชดเชย ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่ามูลค่าความเสียหายที่ได้รับ (ร่างพระราชกฤษฎีกา 2)
3.กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่เป็นค่าสินไหมทดแทนซึ่งได้รับจากบริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัยเพื่อชดเชยความเสียหาย เฉพาะส่วนที่เกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลือจากการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ ( 2) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2553 ( ร่างพระราชกฤษฎีกา 3)
4.กำหนดให้เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) (8) แห่งประมวลรัษฎากรของผู้ประสบอุทกภัยที่ได้ลงทะเบียนไว้กับศูนย์หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือของทางราชการ เท่าจำนวนความเสียหาย เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ( ร่างกฎกระทรวง)



