ข่าว

มาตรฐานกฎหมาย

มาตรฐานกฎหมาย

10 พ.ย. 2553

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ส.ส.จำนวน 6 คน พ้นสมาชิกภาพตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีถือหุ้นในกิจการสื่อ และบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งในจำนวนนั้นมี บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ส.ส.เขต 6 นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย และเกื้อกูล ด่าน

 แต่มีข้อโต้แย้งในประเด็นที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับบุญจง และเกื้อกูล ให้รักษามาตรฐานเดียวกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ลาออกจากรองนายกรัฐมนตรี ก่อนไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.เขต 1 สุราษฎร์ธานี ซึ่งพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลอื่น ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า การลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีของสุเทพ เป็นมาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นและไม่อยู่ในเงื่อนไขของการร่วมรัฐบาล รวมถึงกฎเหล็ก 9 ข้อของนายกฯ อภิสิทธิ์ด้วย

 การลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีของสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่น่าจะมีเหตุผลมาจากความได้เปรียบเสียเปรียบในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐ หรือความเท่าเทียมกันของผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนเพียงประการเดียวไม่ เพราะช่วงนั้นมีการพูดถึงเรื่องข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าสุเทพลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่ลาออกจากรองนายกรัฐมนตรี มีคนจ้องจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า สุเทพ มีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยยกรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ว่าด้วยบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และใน (11) กำหนดข้อต้องห้ามไว้ว่า "เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ"

 แม้แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต. หรือ ส.ท. ถ้าจะลงสมัคร ส.ส.ก็ยังต้องลาออกจากตำแหน่ง แน่นอนว่าสุเทพไม่ได้เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ แต่คำว่า "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" ซึ่งทั้งสุเทพ บุญจง และเกื้อกูล ต่างรับเงินค่าตอบแทนจากรัฐอยู่ทั้งสิ้น และเคยมีฎีกาไว้แล้วว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยนั่งอยู่นั้น "เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" แล้ว รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี จะไม่เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือ แม้สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา จะออกมาโต้แย้งว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดห้ามรัฐมนตรีลงเลือกตั้ง แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาน่าจะอยู่ที่คำว่า "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" มากกว่าความเท่าเทียม หรือความได้เปรียบเสียเปรียบเพียงสถานเดียว เพราะปัญหาความยุ่งยากจะตามมาให้แก้ไขกันภายหลัง ที่ยุ่งยากยิ่งกว่าอีก