ข่าว

ป.ป.ท.ไล่บี้สวมสิทธิของบริจาค

ป.ป.ท.ไล่บี้สวมสิทธิของบริจาค

10 พ.ย. 2553

"สำนักงาน ป.ป.ท." ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ พร้อมจัดชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว 5 ชุด ตรวจสอบการใช้งบภัยพิบัติของทุกจังหวัดที่ประสบภาวะน้ำท่วมในขณะนี้ การทำงานของชุดเคลื่อนที่เร็วจะลงพื้นที่ตรวจสอบในทางลับทันทีหากได้รับการร้องเรียน"

 "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี สั่งให้ "กระทรวงมหาดไทย" ไปตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการทุจริตของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หลังจากมีการร้องเรียนเรื่องการกักตุนของบริจาคไว้ใช้เอง นำไปขายให้ร้านค้า หรือแม้กระทั่งการสวมสิทธินำสิ่งของมาเป็นของตัวเองลักษณะเปลี่ยนตรา เปลี่ยนถุง เปลี่ยนชื่อผู้บริจาค จนกระทั่งมีการทำใบเสร็จปลอมไปเบิกราชการ หรือทำหลักฐานเป็นเท็จแล้วนำไปเบิกกับหน่วยงานราชการ

 การกระทำลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะมีการร้องเรียนมาจากพื้นที่ภาคอีสาน ถือเป็นการ "หากิน" บนความทุกข์ของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

 กรณีการทุจริตของบริจาคไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้าที่จะเป็นข่าว "สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ" (ป.ป.ท.) โดย "ประยงค์ ปรียาจิตต์" รองเลขาธิการ ป.ป.ท. เคยลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สิงห์บุรี หลังจากมีประชาชนร้องเรียนไปยัง ป.ป.ท.ว่าถุงยังชีพที่ภาครัฐและภาคเอกชนแจกมายังได้รับไม่ทั่วถึง

 และพบว่ามีการกักตุนถุงยังชีพหรือของบริจาคไว้จริง!

 ดังนั้นเมื่อมีการแจกสิ่งของไม่ทั่วถึงจนทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนไม่พอใจจนต้องมีการร้องเรียน "ระดับแกนนำ" ในหมู่บ้าน ซึ่งทำหน้าที่แจกจ่ายสิ่งของจึงถูกเพ่งเล็งเป็นกรณีพิเศษ

 ขณะนี้ถือว่าหน่วยงานของ "ป.ป.ท." สังกัดกระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานแรกที่มีความเคลื่อนไหวเรื่องการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเรื่องการทุจริตของบริจาคหลังมีประชาชนร้องเรียน

 โดย "สำนักงาน ป.ป.ท." ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ พร้อมจัดชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว 5 ชุด ตรวจสอบการใช้งบภัยพิบัติของทุกจังหวัดที่ประสบภาวะน้ำท่วมในขณะนี้ การทำงานของชุดเคลื่อนที่เร็วจะลงพื้นที่ตรวจสอบในทางลับทันทีหากได้รับการร้องเรียน

 แม้ว่า "ป.ป.ท." ในขณะนี้ยังไม่มีอำนาจลงโทษผู้กระทำความผิดได้ เพราะยังไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ท. จึงแก้ปัญหาตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ของส่งเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ท. 99 คน ไปช่วยราชการที่ ป.ป.ช.มีหนังสือแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำาจลงโทษผู้กระทำความผิดโดยอาศัยกฎหมายของ ป.ป.ช.ดำเนินการ

 ดังนั้นเมื่อตรวจพบการกระทำความผิดกรณีทุจริตของบริจาคหากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดร้ายแรงก็มีโทษถึงขั้นไล่ออก!

 สำหรับพื้นที่ถูกจับตาเป็นพิเศษกรณี "ทุจริตของบริจาค" คือ จ.นครราชสีมา เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี

 คำสั่งของ "นายกรัฐมนตรี" ที่ให้ "กระทรวงมหาดไทย" ในฐานะกำกับดูแล "กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น" ไปตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะผู้ที่ถูกเพ่งเล็งน่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตของบริจาคน่าจะเป็นระดับแกนนำในชุมชน บางพื้นที่เกี่ยวโยงกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักการเมืองท้องถิ่น จึงมอบให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้

 และเผอิญ "บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแล "กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น" เป็นอดีต ส.ส.นคครราชสีมา และจะมีการเลือกตั้งซ่อมเร็วนี้ จึงกลายเป็น "เป้า"

 ดังนั้นไม่แปลกที่จะถูก "คู่แข่ง" ทางการเมืองถือโอกาส "ตีปลาหน้าไซ" ให้สังคมช่วยกันจับตาเพื่อตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ

 โดยเฉพาะประเด็นที่ "ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี" แกนนำกลุ่มโคราช พรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมาระบุมีรัฐมนตรีบางคนหักหัวคิวร้อยละ 30 ในการจัดสรรงบประมาณลงฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม

 คำพูดของ "ไพโรจน์" มองในแง่ของ "คู่แข่งทางการเมือง" ถือเป็นการพูดดักคอไว้ก่อน เพราะการจัดสรรงบประมาณลงฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมจะทำหลังระดับน้ำลดลงเป็นปกติแล้ว

 "ประยงค์ ปรียาจิตต์" รองเลขาธิการ ป.ป.ท. เชื่อว่าเป็นการออกมาเปิดเผยข้อมูลเพียงเพื่อดักคอ กระตุ้นให้เกิดการเฝ้าระวัง เพราะขณะนี้งบเพื่อฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคเพิ่งจะเริ่มถูกนำมาใช้จ่าย

 "ขณะนี้งบเพื่อฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคเพิ่งจะเริ่มถูกนำมาใช้จ่าย เบื้องต้นจึงเชื่อว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นเพียงการพูดเพื่อดักคอ กระตุ้นให้เกิดการเฝ้าระวังมากกว่า"

 แต่ถือว่าได้รับการตอบรับจากหลายหน่วยงาน "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลเรื่องดังกล่าวทันที หากพบว่ามีการเรียกหักค่าหัวคิวจริงจะถือว่าเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือฮั้วประมูล

 ถือว่าการตีปลาหน้าไซของ "ไพโรจน์" ประสบผลสำเร็จ เพราะนอกจากจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบแล้ว ในทางการเมืองถือว่าเป็นการตีจุดได้เปรียบของ "คู่แข่ง" ให้สังคมช่วยกันตรวจสอบเรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัว

ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย