
เงินเฟ้อติดลบ3เดือนไม่น่าห่วง เอกชนชี้สะท้อนกำลังซื้อ-เตือนไม่ควรให้ยาว6เดือน
เงินเฟ้อไตรมาสแรกติดลบ 0.3% หลังราคาน้ำมันลดลง พาณิชย์ยันยังไม่เป้าหมาย รอดูสถานการณ์ใกล้ชิดอีก 2 ไตรมาส ด้านเอกชนชี้เงินเฟ้อยังไม่น่าเป็นห่วง คาดไว้ล่วงหน้าแล้ว มองสะท้อนภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว เตือนต้องไม่ให้ติดลบยาวถึง 6 เดือน อาจเกิดเงินฝื
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนมีนาคม 2552 เท่ากับ 103.6 ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2551 เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง แต่เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ของปีเดียวกันพบว่าเงินเฟ้อสูงขึ้น 0.5% ส่วนดัชนีเงินเฟ้อ 3 เดือนแรกของปีนี้ ลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับ 3 เดือนแรกของปี 2551 สาเหตุหลักยังเป็นปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง
"กระทรวงพาณิชย์ยังยืนยันประมาณการเงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ 0-0.5% แต่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ยังตอบไม่ได้ ส่วนที่หลายฝ่ายกำลังกังวลว่าจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดหรือไม่นั้น จะต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องถึง 2 ไตรมาสจึงจะสามารถบอกได้ ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ยังไม่อยากประเมิน เพราะการเกิดเงินฝืด ราคาสินค้าจะไม่มีความเคลื่อนไหว แต่ปัจจุบันราคาสินค้ายังมีทั้งขึ้นและลง จึงยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเกิดภาวะเงินฝืดหรือไม่" นายศิริพลกล่าว
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง 3 เดือน ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นอัตราการติดลบที่ยังต่ำและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ราคาสินค้าปรับตัวลดลง และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นช่วงที่ราคาน้ำมันขยับสูงขึ้นมากทำให้ฐานการเปรียบเทียบสูง อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการใช้จ่ายประชาชนยังมีอยู่ และเงินเฟ้อที่ติดลบ ไม่กระทบต่อแผนกระตุ้นการบริโภคของรัฐเนื่องจากภาพรวมราคาสินค้าที่ลดลง จะสอดคล้องกับรายได้ประชาชนในปัจจุบัน
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง 3 เดือนเป็นสัญญาณสะท้อนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อประชาชนลดลง แต่อัตราติดลบเพียง 0.2% เป็นอัตราต่ำไม่น่าห่วง เพราะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่ติดลบไม่น่าจะทำให้รัฐเปลี่ยนแปลง แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเน้นการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการอัดฉีดเม็ดเงินการใช้จ่ายของรัฐ ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเร่งดูแลเศรษฐกิจผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบายลงเร็วขึ้นและแรงขึ้น เฉลี่ยที่ 0.5%
"เงินเฟ้อที่ติดลบไตรมาสแรกเป็นเรื่องที่คาดการณ์กันไว้แล้ว และอัตราติดลบที่ไม่สูงมากจึงไม่น่าตกใจอะไร แต่ก็ต้องดูแลไม่ให้ติดลบต่อเนื่อง 6 เดือนเพราะจะนำไปสู่เงินฝืด" นายธนวรรธน์ กล่าว



