ข่าว

เนชั่นร่วม26องค์กรเอกชนต้านคอรัปชั่น

เนชั่นร่วม26องค์กรเอกชนต้านคอรัปชั่น

09 พ.ย. 2553

วงสัมมนาต่อต้านทุจริตภาคเอกชนไทย แนะเปิดกว้างข้อมูล สร้างบรรษัทภิบาล เปิดเสรีภาพสื่อลดปัญหาคอรัปชั่นได้ พร้อมประกาศจุดยืนต่อต้านคอรัปชั่น 27 บริษัท นำร่องแนวร่วมขจัดทุจริตในองค์กร ดึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน-คู่ค้า เข้าร่วม

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย หอการค้าต่างชาติ และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จัด “การประชุมระดับชาติว่าด้วยการสร้างแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action)” เพื่อนำเสนอผลสรุปจาก “แบบสำรวจความคิดเห็นของผู้นำธุรกิจภาคเอกชนเกี่ยวกับการสร้างแนวร่วมปฏิบัติในการต่อต้านทุจริต”

 ดร.อเล็กซานเดอร์ โคลนิคอฟ ผอ.ศูนย์กลางโครงการปฏิรูปนโยบายจากกิจการเอกชนระหว่างประเทศ (ซีไอพีอี)  กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตของภาคเอกชน เป็นปัญหาเชิงสถาบัน ที่มีรากเหง้ามาจากความไม่ชัดเจนของตัวบทกฎหมาย ความสลับซับซ้อนของกฎระเบียบ ขาดความโปร่งใส การดำเนินธุรกิจในลักษณะผูกขาด ไม่มีการแข่งขันเต็มที่ การที่ข้าราชการมีรายได้ต่ำ เจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่มีดุลพินิจการตัดสินใจที่รอบคอบ ซึ่งมองว่าการแก้ปัญหาให้ได้ผล บริษัทต่างๆ ต้องมีจุดแข็งด้านความเป็นบรรษัทภิบาล มีการจัดทำบัญชีที่มีมาตรฐานตรวจสอบได้ ที่สำคัญต้องเข้าถึงข้อมูลสาธารณะต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพ และต้องเป็นสังคมที่ส่งเสริมให้สื่อมีอิสระในการทำหน้าที่

 ผู้อำนวยการซีไอพีอี กล่าวถึงผลสำรวจในหัวข้อ ผลกระทบของปัญหาการทุจริตที่มีต่ออุตสาหกรรม จากการสุ่มสำรวจบริษัทตัวอย่าง 1,007 แห่ง มีบริษัทที่ตอบแบบสอบถาม 569 แห่ง มองว่าการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และการยื่นประมูลโครงการต่างๆ เป็นกิจกรรมที่เอื้อให้เกิดการทุจริตสูงสุด

 รองลงมาคือ การจดทะเบียนทางธุรกิจ หรือขั้นตอนการให้ไลเซนส์ ที่มีผู้ตอบแบบสอบถาม 430 แห่ง  อันดับสาม คือ การตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐ เป็นกิจกรรมที่เอื้อให้เกิดการทุจริตในแวดวงธุรกิจ ที่มีผู้ตอบแบบสอบถามสนับสนุนข้อนี้ 330 แห่ง

 ขณะที่ผลสำรวจหัวข้อที่ว่านักธุรกิจมองว่าอะไรคือ รากเหง้าของปัญหาที่ทำให้เกิดการทุจริตในไทย ผู้ตอบแบบสำรวจ 576 ราย มองว่าอันดับหนึ่งคือ ผลประโยชน์ทางการเมือง รองลงมาคือ ความอ่อนแอในการบังคับใช้กฎหมาย ที่มีผู้ตอบแบบสอบถามในส่วนนี้ 549 ราย และสุดท้ายคือการใช้อำนาจของข้าราชการที่มีผู้ตอบแบบสอบถามในส่วนนี้ 314 ราย

 ส่วนพฤติกรรมการทุจริตรูปแบบใดที่โดดเด่นมากที่สุดในไทย นักธุรกิจที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 766 ราย มองว่าเป็น พฤติกรรมการติดสินบน  รองลงมาคือ การเอื้อประโยชน์ทางการเมือง ที่มีผู้เห็นด้วย 681 ราย และการเอื้อประโยชน์พวกพ้อง 620 ราย การจ่ายเงินใต้โต๊ะ 597 ราย และ 78 รายมองว่าเป็นการรีดไถ

 จากนั้น นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวเปิดการประชุมระดับชาติว่าด้วยการสร้างแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนไทย และการประกาศแนวร่วมเอกชนต่อต้านคอรัปชั่นของ 27 บริษัท ว่า ปัญหาคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่คาราคาซังมานาน ถ้าปล่อยทิ้งไว้ประเทศจะอยู่ลำบาก ยอมรับว่าปัญหาคอรัปชั่นฝังลึกในสังคมไทย ภาคเอกชนต้องออกมารณรงค์ ไม่อย่างนั้นประเทศจะมีปัญหา 

 ทั้งนี้ หอการค้าไทยจะเป็นผู้แทนของแนวร่วมภาคเอกชนต่อต้านคอรัปชั่นลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมต่อต้านทุจริตแห่งชาติกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ในที่ประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านคอรัปชั่นครั้งที่ 14 ซึ่งจะเป็นการลงนามระดับชาติเพื่อประกาศจุดยืนของภาครัฐ และภาคเอกชนที่จะต่อต้านคอรัปชั่น และเป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลประเทศให้มีปัญหาคอรัปชั่นน้อยลง

 นายชาญชัย จารุวัสตร์ กรรมการอำนวยการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย กล่าวว่า การประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้เป็นการแสดงพลังของภาคเอกชนในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งหลังจากนี้จะมีการกำหนดแนวปฏิบัติให้กับบริษัทที่เข้าร่วม และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าร่วมในเดือนมกราคม 2554 โดยจะประกาศคัดเลือกบริษัทที่ผ่านเกณฑ์การเป็นแนวร่วมต่อต้านคอรัปชั่นภายใน 3-4 เดือน

 ทั้งนี้ บริษัทที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ 27 บริษัท เช่น บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด

 นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี กล่าวในการเสวนา ว่า การคอรัปชั่นเป็นตัวบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมไทยมานาน ถึงเวลาแล้วที่ต้องจัดการให้ลดลง โดยปัญหาคอรัปชั่นเกิดจากความโลภแต่เชื่อว่าพวกเราทุกคนจะร่วมต่อต้านได้ และผู้ที่จะทุจริตก็ขอให้กลัวบาปและขอให้เข้าใจว่าทุจริตไปเท่าใดเมื่อนำไปดูแลลูกหรือพ่อแม่ก็จะได้รับบาปไปด้วย

 นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมต่อต้านคอรัปชั่น และต้องการสร้างวัฒนธรรมต่อต้านคอรัปชั่นภายในองค์กรขึ้นมา โดยถ้ามีการต่อต้านคอรัปชั่นอย่างต่อเนื่องจะทำให้บริษัทมีวัฒนธรรมที่ดี และในส่วนของภาครัฐเห็นว่าควรแก้ไขกฎระเบียบที่ต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐในการพิจารณา เพราะปัจจัยดังกล่าวเป็นต้นเหตุของการทุจริตคอร์รัปชั่น

 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการรองเลขาธิการ หอการค้าไทย กล่าวว่า การต่อต้านคอรัปชั่นเป็นเรื่องทำยากแต่ต้องเริ่มต้น ปัจจุบันมีหลายคนร่วมคิดแล้วและเริ่มทำแล้ว 27 บริษัท จึงเชื่อว่าการต่อต้านคอรัปชั่นจะดีขึ้น รวมทั้งเห็นว่าการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองของบริษัทเอกชนเป็นเรื่องที่ต้องโปร่งใส ไม่ควรปิดบังว่าบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเท่าใด หรือให้แล้วได้ตำแหน่งอะไร