
กร่อย
เล่นเอาซะงานกร่อยไปเลยสำหรับนักเตะ เจ้าภาพ จีน ที่ประเดิมสนามในเอเชี่ยนเกมส์หนนี้ด้วยฟอร์มรูดมหาราชพ่ายทีมคู่รักคู่แค้นอย่าง ญี่ปุ่น ยับเยิน 0-3
ผมมีโอกาสได้เข้าไปชมเกมนี้ด้วย เพราะสนามเถียนเหอ สังเวียนแข้งของคู่นี้อยู่ที่เดียวกับจุดเชื่อมต่อใหญ่หรือว่า “ฮับ” ของรถชัตเติลบัสที่จะกลับโรงแรม
บรรยากาศถือว่าใช้ได้ทีเดียวครับ กองเชียร์เจ้าภาพตามมาให้กำลังใจทีมรักของตัวเองแบบเนืองแต่ไม่แน่น เพราะไม่เต็มสนาม สนามเถียนเหอเป็นสนามกีฬาที่ตั้งอยู่กลางตัวเมือง ความจุน่าประมาณสัก 40,000 คน แต่คนที่เข้าดูในเกมนั้นมีประมาณสักเกือบ 3 หมื่นคน
นอกจากจะเป็นเกมนัดเปิดสนามแล้ว จีน กับ ญี่ปุ่น ยังถือว่าเป็นชาติที่ไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไร ด้วยเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทำให้คนของทั้งสองชาติไม่ค่อยจะลงรอยกัน พาลกระทบมาถึงเกมกีฬาด้วย
เมื่อเอเชี่ยนคัพ 2004 ที่เมืองฉงชิง ผมเจอกับตาตัวเองมาแล้ว ชาวจีนโห่ใส่นักเตะ “ซามูไร” ในระหว่างร้องเพลงชาติญี่ปุ่นก่อนลงเล่น ส่วนฟุตบอล “กวางโจวเกมส์” นัดนี้ก็ถือเป็นไฮไลท์เหมือนกัน สื่อต่างๆ คอยตีข่าวนอกจากเรื่องของฟุตบอลแล้วก็เป็นห่วงกองเชียร์ด้วย การรักษาความปลอดภัยในสนามเลยค่อนข้างเข้มงวดแบบเต็มสูบ เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจน่าจะมีหลายพันคน
คนดูทั้งสนามร้อยละ 99 เป็นเจ้าภาพครับ แต่คนดูอีก 1 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นชาวญี่ปุ่นกลับได้เฮเสียงดังกว่าเพราะยิงไปถึง 3 ลูก จังหวะที่ได้ประตูแต่ละลูกกองเชียร์ญี่ปุ่นก็ซ่าซะเหลือเกิน มีการดีใจแบบเยาะเย้ยใส่เจ้าถิ่นด้วย เลยมีอาการกองเชียร์ฮึดฮัดโห่ใส่กันพอสมควร แต่ในสนามไม่มีเหตุการณ์อะไรบานปลาย เจ้าหน้าที่มาคอยกั้นและห้ามไม่ให้มีอะไรลุกลามใหญ่โต
พวก “สงครามขวด” ปากระป๋องน้ำ เบียร์ ?ไม่มีให้เห็น บ.ไทยพรีเมียร์ลีก น่าจะส่งคนมาดูงานครับฟุตบอล “ไทยพรีเมียร์ลีก” จะได้ไม่เกิดปัญหานี่แบบซ้ำซาก
ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมานั้นก็ต้องยอมรับว่ามาตรฐานของฟุตบอลญี่ปุ่นยังไม่ธรรมดา แม้ว่าพวกเขาจะยึดแนวทางส่งเด็กมาเล่น “เอเชี่ยนเกมส์” ก็ตาม ญี่ปุ่นส่งเด็กอายุแค่ 21 ปีมาเล่นและไม่ใช้บริการนักเตะอายุเกิน 23 ปีเลย เฉลี่ยอายุของทีมอยู่ที่ 20 ปี 11 เดือน เพื่อเป็นการเตรียมทีม “โอลิมปิก รอบคัดเลือก”
แม้จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในเอเชี่ยนเกมส์ แต่ญี่ปุ่นยึดแนวทางนี้มาตลอดตั้งแต่มีการกำหนดอายุไว้ที่ 23 แล้วนักเตะญี่ปุ่นก็ได้ไปโอลิมปิก รอบสุดท้ายทุกปี เรียกว่าพวกเขายอมใช้เอเชี่ยนเกมส์เป็นเวทีเพื่อเตรียมทีมไปสู่เกมที่ใหญ่กว่าในระดับโลกอย่างโอลิมปิก
เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้หลายชาติก็เริ่มใช้นโยบายนี้ ทั้งจีนเจ้าภาพและโอมาน ส่วนทีมชาติไทยยังไม่กล้าเพราะยังไม่พร้อมและผู้บริหารเองก็สายตาไม่ค่อยยาวไกลขนาดนั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมาลุ้นผลงานในระดับเอเชียเป็นไปก่อนตามยถากรรม แต่ก็ฝากความหวังไว้ยากลำบากซะเหลือเกิน
นัดล่าสุดขนาด โอมาน เล่น 10 คนกว่า 70 นาทีทีมของ ไบรอัน ร็อบสัน ยังเอาชนะไม่ได้
ดูแล้วเหนื่อยใจเหลือหลายและพาให้กองเชียร์ไทยออกอารมณ์กร่อยไม่แพ้กองเชียร์ชาวจีนเจ้าภาพเลยทีเดียว



