
รายงาน-ยืมมือ"มวลชน"ต้านทักษิณ
ยังแรงได้อีกกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ที่เร่งปิดเกมเร็วก่อนถึงสงกรานต์นี้ หลังจากยกระดับการต่อสู้ขับไล่รัฐบาล เป็นการโค่นระบอบอำมาตยาธิปไตย
โดยมี ทักษิณ ชินวัตร เป็นแกนนำในการเคลื่อนไหว พุ่งเป้าโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เป้าประสงค์ครั้งนี้คือการกลับมาทวงคืนอำนาจแบบเต็มสูบ พร้อมทั้งปลุกกระแสพา "ทักษิณ" กลับบ้านโดยเอาประเด็นการเรียกร้องประชาธิปไตยบังหน้า เพื่อนำไปสู่ระบอบทักษิณาธิปไตย เต็มรูปแบบ
การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงครั้งนี้ได้มีความพยายามทุกวิถีทางในการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นเพื่อเป็นเงื่อนไขให้ "ทักษิณ" กลับเข้าประเทศมาร่วมขบวนต่อสู้ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลโดยพรรคประชาธิปัตย์จะรู้ทัน
“รัฐบาลทราบว่ามีความพยายามให้เกิดความรุนแรงก่อนเทศกาลสงกรานต์ โดยปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะใช้กำลังสลายการชุมนุม รัฐบาลจะไม่ยอมตกหลุมเป็นเหยื่อ มั่นใจว่าผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ และหากจะมีม็อบชนม็อบ รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่”
นี่คือสุ้มเสียงของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ให้สัมภาษณ์ก่อนเหินฟ้าไปร่วมประชุม จี 20 ที่ลอนดอน โดยมอบหมายให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง รักษาการแทน
ซึ่ง "สุเทพ" ก็พยายามที่จะลดแรงปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยการยกเลิกการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่ยังปล่อยให้กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมยืดเยื้อได้ต่อไป
กระทั่งฝ่าย "เสื้อแดง" ยังคงประกาศปักหลักชุมนุมต่อไปจนถึงวันที่ 9 เมษายนนี้ พร้อมทั้งเร่งปลุกระดมมวลชนให้มาร่วมชุมนุมด้วย เพื่อให้หางขบวนทอดยาวไปถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ "พล.อ.เปรม" ศัตรูหมายเลข 1 ของ ทักษิณ
รัฐบาลประชาธิปัตย์ จึงต้องตกอยู่ในภาวะงานเข้า เพราะขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางจัดการกับ "ทักษิณ" โดยเฉพาะการออกมาแฉผ่านวิดีโอลิงก์ สาดโคลนสถาบันต่างๆ
แต่รัฐบาลยังมองไม่เห็นทางออกในการจัดการกับวิดีโอลิงก์ของ "ทักษิณ" แม้จะพยายามหาช่องทางตัดสัญญาณแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะยังมีข้าราชการบางส่วนเป็นมือเป็นไม้ให้แก่ "ทักษิณ"
ก็อย่างว่าสถานะของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้ ไม่ต่างจากการเป็นนอมินีของระบอบอำมาตยาธิปไตย จะขยับหรือดำเนินการมาตรการอะไร จึงต้องรอคำสั่งจากผู้ใหญ่ เพราะลำพังประชาธิปัตย์พรรคเดียวไม่สามารถที่จะตัดสินใจเองได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาล ตำรวจ และทหาร
แม้แต่ภายในพรรคประชาธิปัตย์เองยังเสียงแตก เพราะอีกฝ่ายต้องการให้มีการจัดการเด็ดขาดกับกลุ่มเสื้อแดง แต่อีกฝ่ายต้องการให้ใช้ความอดทนและทำความเข้าใจกับประชาชน
ถึงขนาด ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ต้องออกมาเบรกให้รัฐบาลใช้ความอดทนอดกลั้นและพยายามเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าสุดท้ายการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจะฝ่อไปเอง
เพราะฉะนั้น ในเมื่อกลุ่มเสื้อแดงประกาศ "ไม่ชนะไม่เลิก" แถมประกาศชุมนุมถึงขั้นแตกหักในวันที่ 9 เมษายนนี้
หากในช่วงนี้รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ก็จะสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง !
นาทีนี้จึงเริ่มเห็นการออกมาเคลื่อนไหวของ "พันธมิตรพรรคประชาธิปัตย์" ไล่ตั้งแต่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่ออกแถลงการณ์ ให้ "ทักษิณ" ยุติวิดีโอลิงก์
พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาล ทหาร ออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ และองคมนตรี
ขณะเดียวกันยังมีความพยายามเคลื่อนไหวของ ส.ส.กลุ่มหนึ่งภายในพรรคประชาธิปัตย์ บรรดาลูกป๋า นำโดยนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน ที่เตรียมยกพลไปให้กำลังใจ "พล.อ.เปรม" ถึงบ้าน แต่ถูกเบรกเอาไว้เพราะเกรงจะไปเข้าทางตีนของกลุ่มเสื้อแดง
ก่อนที่จะออกมาในรูปของกลุ่มพลังมวลชนจังหวัดสงขลานับหมื่น ในนามของ "กลุ่มคนรักป๋าเปรม" จากทั้ง 16 อำเภอ ออกมาให้กำลังใจ "พล.อ.เปรม" และตำหนิการกระทำของ วีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นคนสงขลาในคราวเดียวกัน
ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวขององค์กรต่างๆ เช่น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย จ.นครราชสีมา ออกมาจี้ให้รัฐบาลออกมาใช้มาตรการรุนแรงจัดการ "ทักษิณ" และคนเสื้อแดง
นอกจากนี้รัฐบาลยังเตรียมจับมือกับเครือข่ายวิทยุเพื่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (วมค.) เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน และหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะซ้ำเติมวิกฤติ
โดย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลด้านสื่อ ออกมายืนยันว่ารัฐบาลจำเป็นต้องอาศัยวิทยุชุมชนที่เข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางให้ช่วยกันรณรงค์ยึดสถาบันของชาติเป็นหลัก และจำกัดวงความขัดแย้งในบ้านเมือง
สำหรับช่องทางของกฎหมายก็ได้มอบหมายให้ "สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี" (สปน.) ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลแพ่งแล้ว
ล่าสุดศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดทางเข้าออกภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้ข้าราชการและครม.เข้าทำงานได้ตามปกติ รวมถึงยังมีการหาช่องทางตามกฎหมายเพื่อตัดช่องสัญญาณโฟนลิงก์ของ "ทักษิณ"
ทั้งนี้เพราะรัฐบาลรู้ดีว่าสถานการณ์ขณะนี้สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง หากตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใด จะกลายเป็นประเด็นโจมตี และนำไปสู่เงื่อนไขความรุนแรงได้
นาทีนี้รัฐบาลจึงต้องอาศัยช่องทางผ่าน "มวลชนพันธมิตร" ที่ใกล้ชิดพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านแทน
บัญชา แข็งขัน



