ข่าว

อภิสิทธิ์ชี้ปรองดองของทักษิณเป็นไปได้หรือไม่อยู่ที่ปชช.

อภิสิทธิ์ชี้ปรองดองของทักษิณเป็นไปได้หรือไม่อยู่ที่ปชช.

09 พ.ย. 2553

"เสธ.หนั่น” เปิดใจคุย “ทักษิณ” ที่นอร์เวย์ เอ่ยปากขอ “ให้ลืมอดีต” ยันแม้วไม่ป่วย หน้ายังเหลี่ยมเหมือนเดิม ปรองดองยังไม่จบ เดินสายพบทหาร-ปชป.-ภท.ก่อนปิดฉาก ม.ค. 54 กกต.การันตี ” บุญจง-เกื้อกูล ไม่ต้องลาออกจากรมต. เหตุขายหุ้นต้องห้ามทิ้งก่อนเป็น รมต.

 (9พ.ย.) เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงข่าวว่า จากการที่ได้เดินทางไปรับพระคัมภีร์พุทธศาสนาโบราณ ที่ประเทศนอร์เวย์ นั้น ตนได้พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 6 พ.ย. แต่ไม่ได้นัดหมายกันล่วงหน้า เพราะพ.ต.ท.ทักษิณได้รับเชิญจากเจ้าอาวาส โดยได้พูดคุยกันประมาณ 15 นาที ตนได้กล่าวถึงแผนปรองดองที่กำลังเดินหน้าทำอยู่ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเห็นด้วย อยากเห็นในคนชาติหันหน้าเข้ามาพุดคุยกันด้วยดี อยากให้ทุกคนรักใคร่ปรองดองกัน

 พร้อมกันนี้ ตนก็ได้กล่าวกับพ.ต.ท.ทักษิณด้วยว่า ขอให้ลืมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต อย่าได้คิดเคียดแค้น เพราะการเคียดแค้นไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร ทุกคนควรหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของประเทศ ซึ่งเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ฟังในสิ่งที่ตนขอร้องก็ๆได้แต่หัวเราะ และถามถึงแนวทางปรองดองที่ตนทำ ซึ่งก็ให้การสนับสนุนบอกให้เดินหน้าต่อไป

 พล.ต.สนั่น กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนขอร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น ไม่ได้รวมถึงเรื่องคดีความเพราะเป็นคนละเรื่องกัน เรื่องที่บอกว่าให้ลืม คือ ใครถูกกระทำมาอย่างไรให้ลืมเสีย ส่วนเงื่อนไขหรือปัจจัยทางพ.ต.ท.ทักษิณ มองว่าจะเกิดความปรองดองได้นั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งในรายละเอียดที่ตนจะต้องเดินหน้าทำงานต่อไป และการพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการพูดถึงเรื่องเงื่อนไขอะไร ตนรับฟังอย่างเดียว เหมือนกับไปที่ต่างๆคือไปรับฟังมา และการจะเปิดเผยเมื่อไรนั้นตนขอใช้เวลาในการรวบรวมความเห็นทั้งหมดก่อน ซึ่งแนวทางปรองดองหลังจากนี้ ต้องเดินอีกหลายก้าว แต่หากมีเรื่องต้องคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะใช้วิธีโทรศัพท์พูดคุยกัน แต่ไม่มีการพูดเรื่องคดีความกับท่าน
 
 “เรื่องที่ผมไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณมานั้นได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยสิ่งที่รายงานนั้นเหมือนกับทุกที่ที่ไปพบกลุ่มต่างๆมา” พล.ต.สนั่น กล่าว

 เมื่อถามว่า ได้อธิบายให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจหรือไม่ว่าเงื่อนไขทั้งหมดและการไม่มีนิรโทษกรรมอย่างที่รัฐบาลปัจจุบันต้องการ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า หลักการที่ตนไปฟังมาใครคิดเห็นอย่างไร ก็เอามารวบรวมจะได้ทำเป็นพิมพ์เขียว อีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามย้ำอีกว่า มีการพูดถึงเรื่องนิรโทษกรรมทักษิณหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่าไม่ได้พูดกัน

 เมื่อถามว่า ท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอย่างไร พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ดูดี สมบูรณ์ หน้าตา ก็ยังเป็นเหลี่ยมอยู่อย่างนั้น ใครบอกว่าป่วยไม่เห็นป่วย ยังหัวร่อต่อกระซิบกันอยู่เลย เมื่อถามว่า ตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักอยู่ที่ไหน พล.ต.สนั่น ตอบว่า ไม่บอกและไม่ได้ถามเพราะจะเป็นการเสียมารยาทส่วนเรื่องจะกลับมาเมืองไทยหรือไม่ ตนไม่ทราบเพราะท่านบอกว่ากำลังสนุกอยู่กับการทำธุรกิจ เมื่อถามย้ำว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาหรือไม่นั่นอย่างไหนทำให้สถานการณ์ดีกว่ากัน พล.ต.สนั่น กล่าวว่า คนไทยอยู่เมืองไทยสบายกว่า ท่านไปอยู่เมืองนอก 4 ปีแล้ว เป็นคุณจะอยู่ได้ไหม

 เมื่อถามว่า มีคนโจมตีว่าการที่คนที่เป็นระดับรองนายกฯไปพบผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีสำคัญถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า จะให้ไปทำอะไร กฎหมายไม่ได้ให้ดำเนินการอะไร ตนไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานต้องอ่านกฎหมายด้วย ตนไม่มีอำนาจหน้าที่ไปจับใครทั้งนั้น แม้แต่เจ้าพนักงานถ้าไปต่างประเทศเจอคุณทักษิณ ก็ไปจับไม่ได้ต้องไปแจ้งประเทศนั้นให้รับทราบ อย่าไปสับสน เมื่อถามต่อว่าในที่สุดแล้วรัฐบาล มีนโยบายที่จะจับกุมหรือจะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ กันแน่ พล.ต.สนั่น ย้ำว่า ที่ตนไปไปเป็นการส่วนตัว รัฐบาลไม่ได้ใช้ตนไป

 พล.ต.สนั่น กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ ตนจะไปพบกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ทหาร และกลุ่มคนเสื้อแดง คาดว่ากระบวนการปรองดองประมาณเดือน ม.ค. จะสำเร็จหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ก็ได้พยายามทำแล้ว

 เมื่อถามว่าการคุยกัน 15 นาที ไม่เห็นรูปธรรมทำให้บรรยากาศดีขึ้น พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ก็นั่นสิ เมื่อถามต่อว่าหลังเสร็จพิธีไม่มีการพบปะกันต่ออีก พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่ได้คุย และยังไม่ได้นัดกัน ทั้งนี้หากมีอะไรก็สามารถโทรศัพท์คุยกันได้ เมื่อถามว่าบุคคลนอกรัฐธรรมนูญอีกคนถ้าไม่คุยก็จะไม่สำเร็จ พล.ต.สนั่น ไม่ตอบ เพียงขยิบตาเท่านั้น

 เมื่อถามว่ากับกลุ่มเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวได้มีการขอร้องอะไรพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ได้ขอร้องและทำความเข้าใจ ก็ขอทุกอย่างใครที่ทำความเข้าใจได้ก็ขอร้องให้ช่วยด้วย ส่วนเรื่องการพบพรรคการเมืองอีก 2 พรรคการเมืองนั้นให้เรื่องบน้ำท่วมและการแก้ปัญหาผ่านไปก่อน ต้องหยุดเดินสายก่อน 

นายกฯ-เสธหนั่นจูงมือออกจากห้องถกครม.

 เมื่อเวลา 14.00  น. ภายหลังจากการประชุม ครม.เสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.ต.สนั่น  ได้เดินทางออกมาจากห้อง  203-206  ชั้น  2  อาคารรัฐสภา  2  ซึ่งใช้เป็นห้องประชุม ครม. โดยนายอภิสิทธิ์ และพล.ต.สนั่น เดินพูดคุยกันจูงมือกันออกจากห้องดังกล่าวเพียงครู่เดียวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่ทั้งสองจะปล่อยมือแล้วพล.ต.สนั่น ได้จับแขนข้างซ้ายบริเวณเหนือข้อศอกของนายอภิสิทธิ์ เดินผ่านกลุ่มผู้สื่อข่าวออกไปยังห้องประชุมรัฐสภาเพื่อร่วมการประชุมรัฐสภา ก่อนจะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อแถลงข่าวถึงข่าวการพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศนอร์เวย์

อภิสิทธิ์ชี้ปรองดองของทักษิณเป็นไปได้หรือไม่อยู่ที่ปชช.

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า ที่พล.ต.สนั่นคุยกับตนก็คุยกันสั้นๆ โดยบอกว่าที่ไปเจอกับพ.ต.ท.ทักษิณเป็นการพบปะเพียงสั้นๆไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

 เมื่อถามว่าถ้าไม่มีอะไรแล้วไปพบปะกันทำไมในเมื่อเป้าหมายไปพบเพื่อความปรองดอง นายกฯ กล่าวว่า ก็ไปรับฟัง ส่วนแนวโน้มเรื่องการปรองดองจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบ แต่พล.ต.สนั่นชี้แจงให้ทราบว่าการไปพบกันก็เหมือนกับกลุ่มต่างๆ ก็ไปรับฟังความรู้สึกความคิดเห็น ยังไม่มีประเด็นเรื่องเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่มั่นใจใช่หรือไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะรับแนวทางการปรองดองจริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามพล.ต.สนั่น เพราะท่านเป็นคนไปพบมา และพล.ต.สนั่นก็บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณพูดกว้างๆ คือความพยายามที่จะดูว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เกิดความปรองดองความสงบสุข แต่ยังไม่มีอะไรที่เป็นเชิงข้อเสนอ หรือในเชิงเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น

 เมื่อถามว่ามีแนวโน้มว่าจะปรองดองได้จริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนว่าอยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ เราอย่าไปคิดว่าอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง อยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ว่าเราต้องการให้บ้านเมืองเดินไปอย่างไร ถ้าคนส่วนใหญ่ยึดมั่นว่า ความแตกต่างอะไรทั้งหลายมีกระบวนการทางกฎหมาย กับกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ไปใช่ความรุนแรง ตนคิดว่าทุกอย่างก็เดินหน้าได้ อย่างไรก็ตามพล.ต.สนั่นยืนยันว่าก็ยังจะเดินสายพบอยู่ ก็ยังจะนัดกับพรรคประชาธิปัตย์ในเร็วๆนี้ เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณฝากอะไรมาถึงนายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ยิ้มแล้วกล่าวว่า ไม่มีครับ 

 กกต.การันตี”บุญจง-เกื้อกูลไม่ต้องลาออกจากรมต.

 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แถลงว่า กรณีนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้พ้นจากส.ส.เนื่องจากถือครองหุ้นต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและจะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของทั้ง 2 รายนั้นจะสิ้นสุดลงหรือไม่ ว่า เรื่องดังกล่าวกกต.ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่า ช่วงที่มีการยื่นคำร้องเข้ามากกต.ให้ตรวจสอบส.ส.จำนวนหนึ่งถือหุ้นและเข้าข่ายผิดต่อกฎหมายหรือไม่นั้น

 การที่กกต.ได้มีมติให้ส.ส.สิ้นสภาพแล้ว ส.ส.ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกกต.ก็ได้มีการตรวจสอบด้วยโดยการตรวจสอบนำไปสู่การวินิจฉัยสั่งการของกกต.ที่ 1834/1/2552 ลงวันที่ 3 พ.ย. เรื่องรัฐมนตรีกระทำการอันเป็นการต้องห้ามเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการตรวจสอบแล้วพบว่ารัฐมนตรีที่ถือหุ้นในลักษณะผูกขาดตัดตอนนั้น เป็นกรณีที่มีรัฐมนตรีได้ดำเนินการขายหุ้นต้องห้ามทิ้งก่อนเป็นรัฐมนตรีแล้ว

           “ กรณีความเป็นรัฐมนตรีของนายบุญจงและนายเกื้อกูลทั้ง 2 ได้มีการซื้อและขายหุ้นหลายครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ขายหุ้นต้องห้ามทิ้งก็เป็นการขายหุ้นก่อนมาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งถือเรื่องดังกล่าวเป็นที่ยุติจากการพิจารณาของกกต.แล้ว ” เลขาธิการ กกต.กล่าว

ประกาศรับรอง"สุเทพ"เป็น ส.ส.เป็นทางการแล้ว

 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล  แถลงผลการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมกกต.มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 แทนตำแหน่งที่ว่างลงที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนน 149,458 คะแนน โดยคณะอนุกรรมการด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยได้ตรวจสอบเรื่องการคัดค้านการเลือกตั้ง ซึ่งก็ได้รับรายงานมาว่ายังไม่มีเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้ง ซึ่งในวันที่ 10 พ.ย.ผู้ที่ได้รับการประกาศผลสามารถมาขอรับหนังสือเพื่อไปรายงานต่อสภา

“สุทัศน์”หวั่น"ปชป."หลีกทางพรรคร่วมลุยลต.ซ่อมอีสาน

 นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์   กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ส่งตัวผู้สมัครส.ส.ของพรรคลงเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่อีสาน ว่า เบื้องต้นนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคอีสาน  ยังไม่ได้เรียกหารือถึงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการว่าจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ ทั้งนี้ หากไม่ส่ง หรือหลีกเลี่ยงเพื่อเป็นมารยาททางการเมือง เกรงว่าอาจมีความผิดเข้าข่ายฮั้วทางการเมือง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคไม่มีส.ส. เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการหารือก่อนว่าจะมีมติส่งไม่ส่งตัวผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมในเขตอีสานหรือไม่