
แผ่นดินทลายที่ขนอม... สัญญาณเตือนภัยที่ภาคใต้
เช้าของวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์ของนครศรีธรรมราช ต้องบันทึกถึงเหตุการณ์ภัยธรรมชาติดินถล่ม โคลนทะลักในพื้นที่ ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เหตุการณ์เดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2516-2518 ที่บ้านขุนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ และในปี 2531 ที่
"ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นที่ขนอมครั้งนี้เกิดขึ้นได้ไม่ยากเลย ในทางธรณีภูเขาแห่งนี้เป็นภูเขาหินไนซ์ มีอายุมากและเป็นหินแกรนิตแปรที่ถูกบีบอัดรุนแรงมานานนับล้านปี ดังนั้นหินจึงแตกเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ระหว่างนั้นมีการผุพังกลายเป็นดินแทรกอยู่ ถ้าไม่มีน้ำเข้าไปเสริมหิน ดินเหล่านี้ตั้งอยู่อย่างนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อเจอกับฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานานเช่นที่ผ่านมาจำพวกทราย ดินที่แทรกอยู่ กลายเป็นโคลนที่ไหลออกมาทำให้การยึดเหนี่ยวลดลง ทั้งหินและดินจึงไหลทะลักตามความลาดเอียงของพื้นที่ กวาดสิ่งที่ขวางทางอยู่อย่างที่เห็นหินเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งจะแตกออก แต่แตกมานานมากแล้วสังเกตได้ชัดว่าเหลี่ยมหินไม่มีกลายเป็นก้อนมนทั้งนั้น สิ่งที่ยึดอยู่คือทรายดิน หินก้อนเล็กก้อนน้อยเมื่อมีน้ำมา" พล.ต.ดร.นพรัตน์ เศรษฐกุล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญธรณีปฐพีวิทยา สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ที่คร่ำหวอดศึกษาธรณีวิทยาในภาคใต้ ให้ความเห็น
สิ่งที่นักวิชาการรายนี้สะท้อนก็คือไม่ใช่เฉพาะอ.ขนอมเท่านั้น กระทั่งเทือกเขาหลวง ที่มีขอบเขตยาวทั้งจังหวัดตั้งแต่สุราษฎร์ธานี มา ที่ อ.ขนอม อ.สิชล อ.ลานสกา อ.ร่อนพิบูลย์ อ.เมือง อ.นบพิตำ อ.พิปูน อ.ฉวาง เชื่อมไปถึงแนวเทือกบรรทัดพัทลุง และที่จ.ตรัง ล้วนแต่เป็นแนวพื้นที่แห่งความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดปรากฏการณ์
"อย่านึกว่าไม่เกิด ผมยืนยันว่าโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อมีน้ำมากเช่นนี้ พื้นที่มีความลาดชันไม่จำเป็นต้อง 45 องศา ตอนนี้แค่ 35 องศา ก็ถือว่ามีความเสี่ยงมากแล้ว มันประจักษ์ว่าพื้นที่ไม่มีป่าธรรมชาติที่คอยยึดเหนี่ยวหน้าดิน สวนยางพาราบนภูเขารากไม่ได้หยั่งลึก เช่นป่าธรรมชาติที่มีพรรณไม้หลากหลายตามระบบนิเวศที่เกื้อกูลกันและกัน การไปปลูกสร้างบนเนินเขาเสี่ยงทั้งนั้น และเสี่ยงมากด้วย ไม่ใช่เฉพาะเทือกเขาหลวง ที่ราบเชิงเขาตลอดแนวจึงเป็นพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดด้วย"
นักวิชาการรายนี้ให้ความเห็นด้วยว่า จากนี้ไปได้เวลาในการร่วมมือกันทั้งกรมทรัพยากรธรณี กรมอุทยาน กรมป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมาหารือร่วมกัน ต้องทบทวนถึงเหตุการณ์ในอดีต จะเห็นว่าที่ผ่านมาเคยมีโครงการมิสเตอร์เตือนภัยในกรณีโคลนถล่ม ทรัพยากรบุคคล ที่มีอยู่แล้วต้องเพิ่มความเข้มข้น มาตรการต้องเร่งรัดที่สุด" พล.ต.ดร.นพรัตน์ ระบุ
ขณะที่ สุนทร ขนอม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมรราช ระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุการณ์มีทั้งเสียงฝน เสียงฟ้าร้อง เสียงภูเขาลั่น แผ่นดินสะเทือน เมื่อมองขึ้นไป จึงเห็นว่ามีทั้งกระแสน้ำ แผ่นดินที่เคลื่อนตัวลงมาพร้อมกับป่าสวนยาง ก้อนหินขนาดใหญ่กว่ารถสิบล้อกลิ้งลงมา
นี่คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของธรรมชาติ เป็นความท้าทายต่อการที่จะหาทางป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย
"กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล"



