ข่าว

โวยไทยส่งผู้อพยพกลับฝั่งพม่าเร็วไป

โวยไทยส่งผู้อพยพกลับฝั่งพม่าเร็วไป

09 พ.ย. 2553

เอ็นจีโอแม่สอดโวยพม่ายิงกระสุนเพิ่งเกิด แม่ทัพภาค 3 เร่งส่งผู้อพยพกลับเร็วเกินไป หวั่นไม่ปลอดภัย ขณะที่ร้านค้าตลาดริมเมยปิดกิจการเงียบ แม่ค้าใช้ใต้ถุนเป็นที่หลบภัย หอการค้าจังหวัดตาก เผย สู้รบพม่าทำค้าชายแดนชะงัก ระบุเหตุสู้รบแค่สงบชั่วคราวจับตารัฐบาลพม่

(9พ.ย.) นายโซดา มโนทิพย์เจริญ ไออาร์ซี กล่าวกรณีแม่ทัพภาค 3 แจ้งต่อผู้อพยพเช้านี้ว่าได้พูดคุยกับทางพม่าผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดีและทางการพม่ายืนยันว่าขณะนี้ไม่มีการสู้รบเหตุการณ์สงบแล้ว และหากประสานแน่ชัดคาดว่าไม่เกินเที่ยงวันนี้จะส่งผู้อพยพกลับไปฝั่งพม่าเพื่อกลับไปยังบ้านที่ทิ้งมานั้น เรื่องนี้ตนซึ่งดูแลผู้อพยพและเท่าที่ได้พูดคุยถึงสถานการณ์ฝั่งพม่ามา มองว่าเป็นการเร็วเกินไปที่ประเทศไทยจะส่งผู้อพยพเหล่านี้กลับในวันนี้

 เนื่องจากเหตุพม่าเพิ่งยิงอาร์พีจีมาตกฝั่งไทย 3 ลูกเมื่อวาน และตอนเช้าอีก 1ลูก  แต่กลับจะเร่งส่งผู้อพยพกลับวันนี้ ซึ่งตนมองว่าเป็นการเร็วเกินไปที่จะส่งกลับในวันสองวันนี้ ควรจะให้ผู้อพยพอยู่ที่ค่ายต่อจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างแท้จริงจึงจะปลอดภัย 

 นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมครม.กรณีเหตุการณ์ชายแดนไทย - พม่าหลังจากที่พม่ามีการเลือกตั้งและมีการปะทะกันระหว่างชนกลุ่มน้อยกับทหารพม่าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ว่า ขอเรียนว่าสถานการณ์ชายแดนนั้น ไทยทราบเป็นระยะแล้วว่ายังมีหลายฝ่ายในพม่า ที่ไม่เห็นด้วยและคัดค้าการเลือกตั้งตลอด โดยเฉพาะกองกำลังที่เกาะติดตด้านชายแดนและมีการสู้รบกันระหว่างชนกลุ่มน้อยและทหารพม่า และมีผู้อพยพหนีเข้ามาในไทยที่ อ.แม่สอด จ.ตา กราว 17,000 คน ,ที่ อ.พบพระ จ.ตากราว 400 คน,ที่ด่านเจดีย์สามองค์อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ราว 1,700 คน รวมแล้วราว 20,000 คน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนคือ หากเป็นกองกำลังติดอาวุธเข้ามานั้นต้องปลดอาวุธก่อน แต่ยืนยันว่าตอนนี้ไม่มีส่วนนี้เข้ามา  ส่วนใหญ่ที่รับรายงานว่าผู้อพยพนั้นจะเป็นเด็ก สตรี คนชรา และเราต้องดูแลจนกว่าสถานการณ์จะสงบเรียบร้อยก่อนที่จะดำเนินการส่งกลับ

 “เหตุปะทะวานนี้ (8 พ.ย.) ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก รับรายงานแล้วว่าไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ผู้บาดเจ็บนั้นมีทั้งคนไทยและพม่า 7-8 คน และสุนัขตายไป 1 ตัว” นายถวิลกล่าว

 เมื่อถามว่าชนกลุ่มน้อยยึด จ.เมียวดี ได้จริงหรือไม่ นายถวิลกล่าวว่าเข้าใจว่ามีการเข้าไป แต่ครั้งนี้ต่างจากเดิมเพราะเดิมนั้นอพยพเข้าป่า แต่ครั้งนี้อพยพมาจากจ.เมียวดีซึ่งเป็นเมืองใหญ่ จึงเข้าใจว่ามีการสู้รบที่นั่น และตอนนี้กำลังตรวจสอบว่าพม่ายึดคืนได้แล้วหรือไม่เพราะคาดว่าน่าจะมีการสู้กันหนักเพื่อยึดกลับ ยอมรับว่าสถานการณ์ครั้งนี้น่าจะยืดเยื้อ แม้จะเป็นเรื่องภายในของประเทศเพื่อนบ้าน และมีอาวุธตกลงมาในฝั่งไทยบ้าง และหากเกิดอันตรายกับไทย ทหารก็มีวิธีปฏิบัติตามขั้นตอน โดยต้องแจ้งเตือนไปก่อน

 “ตอนนี้ไทยรับภาระดูแลผู้อพยพอยู่แล้วตามหลักมนุษยธรรม และไม่รับภาระตลอดไป เพราะเดิมนั้นมีผู้อพยพ 1.3 แสนคนในพื้นที่พักพิง 9 แห่งใน 4 จังหวัด ฉะนั้นการอพยพเป็นระยะแบบนี้มีมาตลอดและไทยดูแลได้ หากสถานการณ์เรียบร้อยก็เดินทางกลับเพราะคนเหล่านี้มีบ้านเรือนอยู่ในฝั่งนู้น   ส่วนกรรมการชายแดนไทย - พม่านั้นก็มีการคุยกันอยู่แล้ว   หากถามว่าเหตุการณ์จะเรียบร้อยเมื่อใดนั้น คงจะอีกระยะหนึ่ง และภาวนาให้พม่าจัดการให้เรียบร้อย”นายถวิลกล่าว

 นายถวิลกล่าวว่า ชนกลุ่มน้อยอื่นๆที่ต่อต้านพม่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรนั้น   ตนยังไม่ได้รับรายงาน ตอนนี้มีเพียงที่เป็นข่าว ด้านอื่นๆยังไม่มีการเคลื่อนไหว  

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้(9 พ.ย.) พ่อค้าแม่ค้าริมตลาดริมเมยฝั่งไทยยังปิดกิจการเป็นวันที่สองเนื่องจากยังไม่วางใจสถานการณ์การสู้รบฝั่งพม่า แม้ไม่มีการตื่นกลัวเนื่องจากเคยชินกับสถานการณ์กระสุนปืนค.และอาร์พีจีที่พลัดตก แต่ก็ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่หลบภัยให้กับตัวเองและครอบครัว  โดยยึดใต้ถุนร้านซึ่งเป็นที่โล่งไว้เป็นที่หลบภัยจากกระสุนปืนค. โดยจะคอยเฝ้าสังเกตเสียงกระสุนที่ดังแหวกอากาศดังวี๊ด  เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าวชาวบ้านแถวนี้จะพากันหลบเข้าไปกำบังหลังที่ปลอดภัยเพื่อเลี่ยงการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่หลายครั้งที่มีเหตุความไม่สงบในพม่า 

 แม่ค้าร้านอาหารเชิงสะพาน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่กระสุนอาร์พีจีถูกยิงลงมาเมื่อวาน ยังได้มีการจับกลุ่มคุยกัน โดยเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่เชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ระบุว่า  ญาติของตนได้รับโทรศัพท์จากพ่อค้าฝั่งเมียวดีแจ้งว่า สถานการณ์ฝั่งพม่ายังไม่คลี่คลาย 

 ล่าสุดมีข่าวลือว่าทหารพม่าได้บุกเข้าจับกุมนายทหารกะเหรี่ยงของกองกำลังดีเคบีเอ ที่มีชั้นยศสูงไว้แล้ว 4-5 นาย  ทำให้ฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ขู่ว่าหากไม่ปล่อยตัว  จะเผาเมียววดี เป็นการตอบโต้ในวันนี้

 ด้านนายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ  ประธานหอการค้าจังหวัดตาก  เปิดเผยว่า เหตุการณ์สู้รบในจ.เมียวดี ประเทศพม่า ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  ส่งผลกระทบกับการค้าชายแดนเป็นอย่างมาก เป็นการปิดช่องทางการขนส่งสินค้าและการซื้อขายทุกเส้นทาง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการปิดสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมเป็นต้นมารวมระยะเวลากว่า 4 เดือน แต่ก็สามารถขนส่งผ่านช่องทางผ่อนปรน ท่าข้ามต่างๆ ได้

 แต่ขณะนี้เส้นทางทุกอย่างถูกปิดหมดและไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ ซึ่งการค้าชายแดนหลังจากนี้ไปจะไม่เป็นไปตามปกติอย่างแน่นอน แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะยุติแล้วแต่เป็นการยุติชั่วคราวเท่านั้น ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องดูว่ารัฐบาลทหารพม่าจะสามารถจัดการกับชนกลุ่มน้อยอย่างใด สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนนั้นตลอดช่วงเวลาที่มีการปิดสะพานมิตรภาพพบว่าตัวเลขหายไปกว่า 30-40% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่าเดือนละกว่า 1,500 ล้านบาท หรือหายไปเดือนละกว่า 300-400 ล้านบาท

 "เมื่อต้นปีได้มีการประมาณการมูลค่าการค้าชายแดนไทย-พม่าผ่านด่านศุลกากรแม่สอดไว้มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีแรกที่มีรายได้มากที่สุดหลังจากที่มีการเปิดด่านศุลกากรมา แต่ตอนนี้เหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศพม่าทำให้การค้าชายแดนต้องหยุดชะงัก ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอาจต้องส่งออกผ่านทางเรือที่จ.ระนองแทน ไม่เพียงเท่านั้นยังส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดชั้นในของพม่าเดินทางมาที่อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย" นายบรรพต กล่าว