ข่าว

เกื้อกูลอ้างมติพรรค15พ.ย.อยู่หรือไป

เกื้อกูลอ้างมติพรรค15พ.ย.อยู่หรือไป

09 พ.ย. 2553

"เกื้อกูล" อ้างรอฟังมติพรรค 15 พ.ย. เผย "บรรหาร" โทรให้กำลังใจแล้ว ชี้ ถูกปลดจากส.ส.ถือเป็นความรับผิดชอบ "ชุมพล" โดดป้องกรณี"เกื้อกูล"อยู่นอกเหนือกฎเหล็ก 9 ข้อ

(9พ.ย.) นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.นาคม และอดีตส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.ที่รัฐสภากรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยกบรรทัดฐานของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯก่อนไปลงสมัครส.ส.ว่า ยังไม่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม พรรคชาติไทยพัฒนา จะประชุมวันที่ 15 พ.ย. ต้องรอฟังมติพรรค อย่างไรก็ตาม นายบรรหาร ศิลปาชา ที่ปรึกษาพรรคฯได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจแล้ว

 เมื่อถามว่า การไม่ลาออกจากตำแหน่งแล้วไปลงสมัครส.ส.จะไม่เป็นการเอาเปรียบคนอื่นหรืออย่างไร นายเกื้อกูล กล่าวว่า เรื่องนี้มันมีกฎหมายกฎกติกาอยู่แล้ว เมื่อถามว่าถ้าวันที่ 15 พ.ย.พรรคไม่ส่งลงสมัครส.ส.จะทำอย่างไร นายเกื้อกูล กล่าวว่า ได้ครับ เพราะตนมาได้เพราะพรรคอยู่แล้ว เมื่อถามว่า สังคมถามหาความรับผิดชอบทางการเมือง นายเกื้อกูล กล่าวว่า ก็นี่ไงคือไม่ได้เป็นผู้แทน เพราะภรรยาตนถือหุ้น 1,000 หุ้นที่ซื้อในตลาดหลักทรัพย์และโดนตัดสินว่าขาดสมาชิกภาพ แต่ตอนตนเป็นรัฐมนตรีตนไม่มีหุ้น

 ด้านนายชุมพล ศิลปาอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.)ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กดดันให้ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตรลาออกจากตำแหน่งรมช.คมนาคมก่อนไปลงสมัครส.ส. โดยยึดบรรทัดฐานเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ลาออกจากรองนายกฯว่า ประเด็นที่ 1. คือตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและตำแหน่งรัฐมนตรีไม่เหมือนกัน ตำแหน่งนายกฯรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องมาจากส.ส. แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีรับธรรมนูญไม่ได้บอกว่าต้องมาจากส.ส. เพราะฉะนั้นใครก็ได้ที่จะเป็น ดังนั้นความผูกพันระหว่างสถานะภาพส.ส.และตำแหน่งทางการเมืองนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ถ้าเทียบกับนายกฯและรมต. ต่างกันเลย

 “ถ้าพฤติกรรมของส.ส.มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่เกิดขึ้นเวลานี้ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีก็ผูกพันถึงตัวตำแหน่งนายกฯ แต่ถ้าเป็นตัวรัฐมนตรีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย เพราะรัฐมนตรีไม่ได้ตั้งจากส.ส.”นายชุมพล กล่าว

 นายชุมพล กล่าวถึงประการที่ 2. ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงแต่ประการใด เป็นเรื่องการถือหุ้นนิดหน่อยเท่านั้นเองที่อาจจะผิดพลาดไป และประการที่ 3 ถ้าถือมาตรฐานอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งจริงๆตนทราบมาว่าจริงๆนายสุเทพไม่ได้ตั้งใจจะลาออก แต่เป็นมติพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นตนต้องปฏิบัติอย่างเช่นเดียวกัน

 “ก็ต้องเป็นเรื่องของแต่ละพรรค เคารพแต่ละพรรค ถ้าพรรคใดมีมติอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ฉะนั้น 3 ประการนี้ต้องเป็นหลักในการพิจารณา โดยวันที่ 15 พ.ย.ช่วงเช้าเราจะพิจารณากัน”นายชุมพล กล่าว

 เมื่อถามว่าก็คือคนละมาตรฐานไม่เกี่ยวกันใช่หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ก็ต้องไปพิจารณากันในพรรคก่อน เพราะต้องให้เกียรติพรรคเขาพิจารณาก่อน เมื่อถามว่าแต่นายอภิสิทธิ์ย้ำหลายรอบแล้วว่าจะต้องลาออก นายชุมพล กล่าวว่า “ไม่รู้หล่ะ เราถือหลักมาตรฐานเดียวกัน ถ้าต้องเป็นมติพรรคก็ต้องเป็นมติพรรคด้วยกัน” เมื่อถามว่ามาตรฐานเดียวกันคือต้องทำเหมือนนายสุเทพหรือไม่ นายชุมพล ย้อนถามว่า “คุณสุเทพลาออกด้วยมติพรรคหรือเปล่าละ และตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งนายกละคนเรื่องกันเลย ดังนั้นความร้ายแรงของเรื่องมันคนละเรื่องกัน”    

 เมื่อถามว่าถ้ามติพรรคไม่ให้ลาออกจะทำยังไง นายชุมพล กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปพูดถึงวันข้างหน้า เพราะพรรคเรายังไม่ได้มีมติ เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่จำเป็นต้องลาออกเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ยังไม่รู้ ขอให้เป็นเรื่องของพรรค ตนจะไปพูดโดยส่วนตัวแทนพรรคไม่ได้ ก็เพียงแต่ถือหลักของรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง

 “อย่างไรก็ตามผมไม่ได้มองว่าเป็นการกดดันชทพ. เพราะท่านนายกท่านมีเจตนาดีมาก ภาพพจน์ของท่านดีตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ท่านออกมาตรการ 9 ข้อมาแล้วแต่อันนี้มันไม่ได้อยู่ใน 9 ข้อของท่าน”นายชุมพล กล่าวว่า