ข่าว

กองทัพพม่าอ้างยึดเมืองเมียวดีคืนแล้ว

กองทัพพม่าอ้างยึดเมืองเมียวดีคืนแล้ว

09 พ.ย. 2553

กองทัพพม่า อ้างยึดเมืองเมียวดีคืนได้แล้ว กะเหรี่ยงพุทธ ระบุ ที่จับปืนสู้รัฐบาลเพราะทนไม่ได้ที่เห็นรังแกปชช. ด้านกะเหรี่ยงพุทธ DKBA อ้าง ยึดสำนักงานของรัฐบาลได้ แต่มีการจุดไฟเผาสถานที่ราชการหลายแห่งเพื่อทำลายหลักฐาน ขณะที่นายอำเภอแม่สอด ระบุ ได้ย้ายผู้อพยพ

(9พ.ย.) สำนักข่าว CNN รายงานอ้างคำกล่าวของพลโทวรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 ว่า ทางกองทัพพม่าได้แจ้งว่า สามารถยึดเมียวดีคืนจากกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ DKBA ตั้งแต่บ่ายวันจันทร์ หลังจากนำกำลังเสริมอีก 500 นาย เข้าปะทะกับ DKBA

 มีคนพม่าอย่างน้อย 5 คน และคนไทยอีก 5 คน ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันในครั้งนี้ จากการที่กระสุนปืนใหญ่ข้ามมาตกในฝั่งไทย แต่ทหารไทยไม่ได้ตอบโต้กลับไป จากรายงานของสำนักข่าวเบอร์ม่า อิเล็คชั่น แทร็คเกอร์ ระบุว่า การปะทะกันได้เริ่มต้นตอนที่สมาชิกของกองกำลัง DKBA ที่ได้รับการว่าจ้างจากรัฐบาลทหารให้คอยรักษาการณ์บริเวณแนวชายแดน ได้เกิดแปรพักตร์ เมื่อเห็นรัฐบาลทหารใช้อาวุธขู่บังคับให้ผู้คนไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์

 รายงานอ้างการเปิดเผยของผู้บัญชาการ นา คาม มเว แห่งกองกำลัง DKBA ว่า เพียงเพื่อที่จะเอาชนะการเลือกตั้ง รัฐบาลทหารได้รัง แกและบังคับให้ประชาชนไปลงคะแนนเสียง แต่ประชาชนต้องการบอยคอยการเลือกตั้ง พวกทหารเลยเอาปืนขู่บังคับพวกเขา ทหาร DKBA ได้เข้าแทรกแซง และเข้าช่วยเหลือประชาชน

 ขณะนี้กองกำลังชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงในพม่า ได้แตกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กะเหรี่ยงพุทธที่สนับสนุนรัฐบาลทหาร กับกะเหรี่ยงคริสต์ที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร ส่วนพวกที่จับอาวุธต่อสู้กับทหารรัฐบาลล่าสุด เป็นพวกกะเหรี่ยงพุทธที่แยกตัวออกจากพวกที่สนับสนุนรัฐบาลทหาร

 ด้านสำนักข่าว DVB ของชาวพม่าพลัดถิ่น รายงานว่า การสู้รบบริเวณชายแดนของพม่า ได้ลุกลามไปถึงพญาตองซูแล้ว และกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ DKBA ระบุว่า มีการจุดไฟเผาอาคารของรัฐบาลหลายแห่ง

 ทหารพม่าได้จัดกำลังพลเข้าตรึงพื้นที่ตลอดแนวพรมแดน ด้านที่ติดกับอำเภอสังขละบุรีของไทยและเจ้าหน้าที่ของ DKBA ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์ต่อสำนักข่าว DVB ท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่นอยู่ด้านหลังว่า สามารถยึดอาคารสำนักงานของหน่วยข่าวกรองพิเศษของตำรวจ หรือ SB และหน่วยความมั่นคงทางทหารได้ และสังหารทหารของรัฐบาลไป 1 นาย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการจุดไฟเผาสำนักงานของ กระ ทรวงข่าวสารและกระทรวงก่อสสร้าง ซึ่งน่าจะเป็นคำสั่งจากเบื้องบนเพื่อทำลายหลักฐานที่เป็นเอกสารและข้อมูลทั้งหมด เกี่ยวกับแผนการกวาดล้าง DKBA

 ด้านผู้อพยพราว 5 พันคน ได้หลั่งไหลข้ามชายแดนเข้ามายังประเทศไทย ขณะที่มีการปะทะอย่างหนักที่เมียวดี ซึ่งคิตตี้ แม็คคินซีย์ โฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ระบุว่า ทหารไทยได้นำผู้อพยพเข้าไปในพื้นที่ใกล้กับสนามบินแม่สอดและพวกเขากำลังต้องการอาหารและน้ำ

 เสียงการยิงปะทะกันและเสียงระเบิด ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมียวดี ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เมื่อวานนี้ หลังกองกำลัง DKBA บุกเข้าไปในเมืองตั้งแต่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ บริเวณชายแดนยังคงเต็มไปด้วยผู้อพยพที่หลบหนีภัยสงคราม ซึ่งผู้อพยพคนหนึ่ง ระบุว่า ทางฝั่งพม่าได้ปิดพรมแดนแล้ว หลังจากทหารพม่าได้ประกาศให้ประชาชนอพยพออกจากเมือง เนื่องจากการสู้รบได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบัน DKBA ซึ่งเคยภักดีต่อรัฐบาลทหารพม่า และอยู่ภายใต้การนำของผู้บัญชาการ นา คาม มเว ได้แข็งข้อ เพราะไม่ต้องการเปลี่ยนกองกำลัง
ของตัวเองไปเป็นหน่วยรักษาการณ์ชายแดนให้กับกองทัพรัฐบาล

 นายกิตติศักดิ์ โตมรศักดิ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า ได้ย้ายผู้อพยพชาวเมียวดีครึ่งหนึ่งจาก 20,000 คน จากกองร้อยตชด. 346 มาอยู่ที่แห่งใหม่ คือ ที่วัดไทยวัฒนารามและมีห้องน้ำเพียงพอเพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้เตรียมรองรับชาวเมียวดีที่จะอพยพเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งคาดว่าจะเหลือ1ไม่เกิน 5,000 คน
 
 นายกิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังมีการปะทะเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 22.00 น. ถึงขณะนี้เหตุการณ์ยังเงียบสงบ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยยังคงครึงกำลังเข้ม คาดว่าสถานการณ์การเผชิญหน้าจะยาวนานอีกประมาณ 1 สัปดาห์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.45 น.วานนี้(8พ.ย.) พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.กองกำลังสุรสีห์ พร้อมคณะได้เดินทางมายังโรงเรียนบ้านซองกาเรีย สาขาบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมผู้อพยพชาวพม่าที่เดินทางหนีภัยจากการสู้รบกันระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังทหารของชนกลุ่มน้อย ที่อำเภอพญาตองซู ของประเทศพม่า ซึ่งมีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศไทยด้านบริเวณบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี

 หลังจาก ผบ.กองกำลังสุรสีห์พร้อมคณะนายทหารเดินทางมาถึงโรงเรียนบ้านซองกาเรีย และประชุมหารือกับ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกว่า 30 นาที หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ผบ.กองกำลังสุรสีห์เดินทางไปทำการตรวจเยี่ยมกลุ่มผู้อพยพชาวพม่าพร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ให้กับผู้อพยพจำนวนกว่า 3 , 000 คน

 ต่อจากนั้น ผบ.กองกำลังสุรสีห์ได้เดินทางต่อไปยังวัดพระเจดีย์สามองค์เพื่อเยี่ยมผู้อพยพอีกกว่า 500 คน ต่อจากนั้นได้เดินทางต่อไปยังบริเวณด้านหลังพระสยามเทวาธิราช บริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์ซึ่งเป็นบริเวณที่ลูกปืน เอ็ม 79 ตก จำนวน 2 ลูก เสร็จแล้วจึงเดินทางต่อไปยังที่ตั้งหน่วย ชป.ฉก.ลาดหญ้า เพื่อประชุมหารืออีกครั้งแล้วจึงเดินทางกลับ

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้อพยพที่หนีภัยมาในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็ก สตรี และคนชรา ซึ่งทางโรงพยาบาลสังขละบุรี ใด้จัดเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล เพื่อตรวจและรักษาผู้ป่วยที่อพยพมาจากฝั่งพม่าด้วย