
อภิสิทธิ์ค้านฝ่ายค้านช่วยรักษาการหลังยุบสภา
นายกฯบอกไม่เห็นด้วย ฝ่ายค้านช่วยรษก.หลังยุบสภา แนะสังคมเลือกตั้งอย่าเลือกคนสุดโต่ง แย้มสมัยหน้าไม่ได้เป็นนายกฯก็จบ
เมื่อเวลา 18.30น. วันที่ 8พ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นเกียรติในงาน “ราตรีประดับดาว” ของสถาบันพระปกเกล้าและให้สัมภาษณ์ในหัวข้อ "ตอบโจทย์ประเทศไทยปี54 การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ยุ่งหรือรุ่ง?" โดยมีนายสุภาพ คลี่ขจาย เป็นผู้ซักถามที่ห้องจูบีลี่ ศูนย์แสดงสินค้าเมืองทองธานี โดยตอนหนึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีลักษณะแบบนี้ ตนตั้งใจที่จะเข้าใจการเมืองตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยอยากทำงานการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย ทั้งนี้ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่คิดว่าประเทศไทยจะผ่านเหตุการณ์เช่นนี้แต่ตนก็ทำทุกอย่างตามกติกา ทั้งนี้งานนายกฯที่น่าเบื่อที่สุดในการทำหน้าที่นายกฯคืองานที่ไม่ส่งผลอะไรต่อส่วนรวมงานที่ไม่เกี่ยวกับนโยบาย เช่น การโยกย้ายในหน่วยงาน
“ผมไม่ได้คิดว่าการเป็นนายกฯจะคุ้มหรือไม่คุ้ม เพราะผมสูญเสียความเป็นส่วนตัวมาตั้งแต่ก่อนเป็นนายกฯ แม้แต่ครอบครัวก็ไม่อยากไปไหนกับผม ส่วนความปลอดภัยตอนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แม้จะผ่านหลายเหตุการณ์ เพราะปัจจุบัน 24 ชั่วโมง เรื่องจะคิดอะไรตามใจชอบก็ไม่มีทาง แต่เสียดายการไปพบปะประชาชนทำไม่ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ตอบคำถามถึงการอยู่ในตำแหน่งจนครบเทอมว่า ถ้าตนจะอยู่ครบเทอมก็คือในเดือนธันวาคม ปี 2554 ดังนั้นจะเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2555 หากบ้านเมืองสงบ เรียบร้อย ไม่วุ่นวายไม่ขัดแย้งเป็นใช้ได้
เมื่อนายสุภาพถามว่าเคยคุยกับนายอุทัย พิมใจชน อดีตประธานสภา ที่เสนอว่าถ้าสมมติจะยุบสภาควรให้ฝ่ายค้าน 17 คนเข้ามาเป็นครม.รักษาการด้วย นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ตนเคยฟังอยู่และพิจารณาเหมือนกัน แต่ตนก็มองไม่ออกว่าจะเดินไปสู่จุดนั้นอย่างไร แต่ทั้งนี้ตนเคยได้ยินมาหลายสูตรที่เสนอเข้ามาและตนก็พยายามฟัง
เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อไทยจะเป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่สังคมถ้าสังคมแสดงออกถึงความตั้งใจว่าจะสนับสนุนทุกฝ่าย ซึ่งในแต่ละฝ่ายจะมีกลุ่มคนที่อยากให้บ้านเมืองสงบ กับกลุ่มคนที่มีความสุดโต่ง ซึ่งคนที่สุดโต่งใช้ความรุนแรง แต่ถ้าสังคมสนับสนุนฝ่ายที่ไม่สุดโต่งไม่ว่าอยู่ฝายไหนให้เป็นหลักของบ้านเมือง หากถึงจุดนั้นมันก็ไม่วุ่นวาย แต่ถ้าสนับสนุนฝ่ายสุดโต่งให้มีพื้นที่ให้ชนะก็วุ่นวาย เพราะนี่อาจจะเป็นการต่อสู้ที่สำคัญกว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่ถ้าเป็นเรื่องของรัฐบาลและฝ่ายค้านควรเป็นการต่อสู้ตามกฎหมายและกติกา
เมื่อถามว่าหากแก่ตัวลงอยากทำอะไร สมมติว่าไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จบแล้ว ก็เต็มที่แล้ว ถ้าไม่ได้เป็นนายกฯก็สันนิษฐานว่าแพ้เลือกตั้ง ถ้าเป็นส.ส.ก็ทำหน้าที่ส.ส. ถ้าไม่ได้เป็นส.ส.ก็ยังไม่ได้คิดรายละเอียด เมื่อถามว่าเป็นนายกฯมาสองปีถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้แล้วย้อนเวลาได้จะเป็นนายกอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนเราย้อนเวลาไม่ได้ และไม่ได้คิดอย่างนั้น



