
ความจริงที่รับไม่ได้
การออกมาฟาดงวงฟาดงาของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ฝ่ายการเมืองกระทบบ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติกระเทือนเล็กน้อย
ส่วนอนาคตเจ้าตัวจะเป็นอย่างไร ต้องรอดู แต่คงไม่ลำบากไปกว่านี้เพราะบทลงโทษระดับนายพลเล็กน้อย
เรื่องนี้ถึงที่สุดแล้วคงไม่มีอะไรการันตีได้ว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในภายภาคหน้าจะดีขึ้นหรือเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
เพราะนั่นคือความเป็นจริงที่รับไม่ได้
การแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมา ต้องบอกว่า มีการฝากมาจากนักการเมืองแทบทุกโผ มากบ้างน้อยบ้าง ทั้งเด็กในสายของผู้นำ, รัฐมนตรีที่มีบารมีในรัฐบาล, ตำรวจของนาย, คนใกล้ชิดนักการเมือง ภาคเอกชน รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่
เหล่านี้คือความเป็นจริง ปัญหาของการแต่งตั้งทุกครั้งมักเกิดปัญหาขึ้นหากการเมืองเข้ามาล้วงลูกมากจนเกินไป คนทำงานถูกเบียดออกจากตำแหน่ง ยิ่งถ้าได้คนที่ไร้ประสิทธิภาพมานั่งบริหารหน่วย องค์กรก็เดินหน้าไม่ได้หรือเดินได้ก็เป๋ไปเป๋มาห่างจากเป้าหมายหรือพันธกิจที่วางไว้
พล.ต.ต.วิสุทธิ์อาจมองในแง่ข้อเท็จจริงที่เคยปรากฏ แต่ทั้งหมดไม่เคยมีหลักฐานยืนยันเพราะการฝากเด็กผ่านนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ ไม่ได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้ส่งตรงจากมือผู้มีอำนาจแต่มีคนรับโผไปส่งต่อ สตช.แล้วเอาไปรวมกับรายชื่อในส่วนของผู้บริหารหน่วย ตั๋วใครดีกว่าก็คว้าตำแหน่งไป แบ่งเค้กกันลงตัว
ในทางปฏิบัติรองวิสุทธิ์ย่อมรู้ดีเพราะกว่าตัวเองจะเติบโตมาถึงยศ พล.ต.ต. ตำแหน่งรอง ผบช. ก็ผ่านด่านเหล่านี้มาไม่น้อย
นายตำรวจใหญ่ๆ หลายคนเติบโตจากการซื้อเก้าอี้ วิ่งเต้นนักการเมือง กลายเป็นวัฒนธรรมเคยชิน จึงไม่รู้สึกอะไรกับการโวยวายของนายตำรวจที่มีเกือบทุกบัญชี
อย่างล่าสุดเหลือการแต่งตั้งระดับ พ.ต.อ. ผู้กำกับถึงรองผู้บังคับการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญและเชื่อกันว่า มีการวิ่งเต้นและซื้อขายกันมากที่สุด มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลปลิวว่อนในกลุ่มนี้ หากว่ากันถึงจำนวนเก้าอี้ย่อมมากกว่าระดับนายพลมากมาย
เห็นว่ามีการวิ่งเต้นกันแล้ว แถมบางส่วนยังว่าบิ๊กการเมืองที่ลาออกไปก่อนหน้านี้กำลังจะกลับมาทำโผด้วยตัวเอง ตอนนี้เม็ดเงินเลยหวั่นๆ กันอยู่ บ้างก็ว่ามีการเลื่อนทำบัญชีโยกย้ายเพื่อปั่นราคา
จะจริงเท็จอย่างไรเดี๋ยวรอฟังจากพวกอกหักมาร้องขอความเป็นธรรมก็แล้วกัน!!



