ข่าว

เปิดสวย /บายไลน์ ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ

เปิดสวย /บายไลน์ ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ

08 พ.ย. 2553

ถือเป็นการ “เปิดหัว” ได้ค่อนข้างสวยหรูทีเดียวสำหรับทีมฟุตบอลไทยที่เดินหน้าไล่ถล่ม ปากีสถาน แบบหมอไม่รับเย็บ 6-0 ถือเป็นชัยชนะครั้งแรกของทัพนักกีฬาไทยใน “กวางโจวเกมส์”


 ใครบางคนเคยบอกเอาไว้ว่า “เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” แม้จะเป็นการไล่ถล่มทีมระดับ “สมันน้อย” แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของทีมฟุตบอลไทยและนักกีฬาไทย
 ถึงตรงนี้ก็ต้องบอกว่า “กวางโจวเกมส์” เริ่มต้นเปิดฉากอย่างไม่เป็นทางการแล้วครับ บรรยากาศที่กวางโจวก็เริ่มคึกคักตามลำดับ นักข่าวหลายสำนักไม่ว่า จะของไทยหรือเทศเริ่มทยอยกันเข้าสู่เมืองจีนกันแล้ว และทุกคนต่างเริ่มปรับตัวเข้ากับการจัดแข่งขันของกวางโจว


 ต้องบอกว่า “เจ้าภาพ” มีความมุ่งมั่นที่จะจัดการแข่งขันให้ออกมาเนี้ยบที่สุด เลยทำให้ทุกคนต้องยอมรับกับกฎกติกาและสิ่งที่ต้องเป็นไปในครั้งนี้ สิ่งที่นักข่าวและนักกีฬาต่างปรับตัวคงจะเป็นเรื่องของการเดินทางและการดูรักษาความปลอดภัยที่เจ้าภาพเข้มจัดเหลือเกิน
 “กวางโจวเกมส์” ครั้งนี้กระจายสนามแข่งขันออกไปทั่วทุกพื้นที่ สนามบางแห่งอยู่ในระดับ “ไกลปืนเที่ยง” อย่าง สนามหวางปู ที่ทีมชาติไทยลงเตะในนัดแรกนี่ก็ต้องถือว่าโคะตะระไกล ถ้าดูในแผนที่โรงแรมที่ผมพักจะอยู่เยื้องฝั่งซ้าย ส่วนสนามอยู่ตกขอบฝั่งขวาเลย
 กองทัพนักข่าวไทยเดินทางด้วย “รถชัตเติลบัส” จากศูนย์สื่อมวลชนใช้เวลากว่า 40 นาทีจึงไปถึงที่หมาย วิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางมีแต่พื้นที่เกษตรกรรมปลูกผัก ปลูกข้าว นานๆ ทีถึงจะมีชุมชนเมืองที่เป็นตัวตึกใหญ่ และโรงงานอุตสาหกรรม


 ดูแล้วไม่น่าจะมีถนนระดับ 8 เลนตัดผ่าน แต่เจ้าภาพก็ลงทุนทำถนนใหม่เอี่ยมอ่องเพื่อเชื่อมต่อไปสู่สนาม ส่วนสนามกีฬาแม้จะไม่ได้สร้างใหม่ทั้งหมด แต่ก็มีการบูรณะใหม่แบบสวยสด รวมถึงสร้างยิมเนเซียมเพิ่มขึ้นเพื่อให้ครบฟังก์ชั่น
 เท่าที่เห็นทุกสนามใน “กวางโจวเกมส์” ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งนั้น พอตกกลางคืนจะมีแสงไฟสว่างสวยงาม และตัวสนามจะกระจายไปทุกแห่งทั่วเมือง ที่สำคัญทุกสนามมีระบบการรักษาความปลอดภัยแบบเข้มจัด จนบางทีจัดซะจนคนโดนตรวจยังเสียอารมณ์


 ไม่ใช่แค่นักข่าวที่บ่น นักกีฬาหรือคนทำทีมก็ต่างเอ่ยปากบ่นกันทั้งนั้น ประเด็นนี้มีเรื่องให้คุยกันเยอะเดี๋ยววันหน้าจะร่ายยาวแบบเต็มๆ วันนี้ขอยินดีกับผลงานของนักเตะไทยก่อนละกัน เพราะค่อนข้างโล่งใจไปเยอะ หลังจากก่อนหน้านี้เกรงว่า ทีมชาติไทยอาจจะเอาชื่อมาทิ้งที่กวางโจว
 ที่ต้องหวั่นใจเพราะทีมชาติไทยมีเวลารวมทีมฝึกซ้อมกันน้อยเหลือเกิน นักเตะที่เรียกมานอกจาก “ตัวจริง” แล้วก็เป็นประเภทหวังได้ยากเกือบทั้งนั้น แต่การเจอกับปากีสถาน ในเกมแรกถือว่า ทีมไทยโชคดีๆมาก เพราะเจอทีมไม่หนักจึงถือเป็นการลงทีมฝึกซ้อมไปในตัวด้วย แถมยังทำให้นักเตะมีความมั่นใจขึ้นด้วย


 ถึงตรงนี้ “ร็อบโบ้” ไบรอัน ร็อบสัน ที่เป็น “ร็อบบื้อ” ให้โดนตำหนิมาเสียนานเริ่มจะกลับมาน่ารักอีกครั้ง ตั้งแต่กล่าว “สวัสดีครับ” เป็นประโยคแรกในห้องแถลงข่าวหลังจบเกม
 รวมถึงการจัดตัวผู้เล่นที่เริ่มเข้าที่เข้าทางดูมีอนาคตมากขึ้น และแววตาเป็นมิตรมากขึ้นกว่าสมัยที่มี สตีฟ ดาร์บี้ อยู่ข้างๆ เยอะ ช่วงนี้ “ร็อบโบ้” มีความสุขจริงๆครับ เขาบอกกับผมเองว่า
 “นี่เป็นสัปดาห์ที่วิเศษมากๆ แมนฯ ยูไนเต็ดชนะ อาร์เซนอลแพ้นิวคาสเซิล ลิเวอร์พูลชนะเชลซี และเรา (ไทย) ชนะ 6-0”
 ผมชอบตรงประโยคสุดท้ายนี่ล่ะ และหวังว่า “ร็อบโบ้” จะได้แฮปปี้ไปตลอด เพราะมันหมายถึงคนไทยทั้งประเทศจะได้แฮปปี้มีความสุขด้วยเช่นกันขอรับ