ข่าว

กะเหรี่ยงเผาป่าไม้เมืองพญาตองซูแล้ว

กะเหรี่ยงเผาป่าไม้เมืองพญาตองซูแล้ว

08 พ.ย. 2553

ปูดรัฐบาลพม่าขีดเส้นตายกะเหรี่ยกลุ่มดีเคบีเอออกนอกพื้นที่-ขู่เผาเมียวดีไล่ ชาวบ้านผวาอพยพทะลักเข้าไทย ขณะที่จนท.คลินิกแม่ตาว รับเหตุการณ์น่ากลัว-คนไข้หวาดผวา นอภ.พบพระ ระบุชายแดนไทย-พม่าด้านอ.พบพระ มีการปะทะกันประปราย แต่ไม่น่าห่วง ส่วนใหญ่เน้นตึงกำลังย

 (8พ.ย.) รายงานข่าวชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในอ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า รัฐบาลพม่าได้สั่งให้คนพม่าใน จ.เมียวดี เร่งออกจากพื้นที่โดยด่วนและขีดเส้นตายภายใน 16.00 น.ให้กลุ่มกะเหรี่ยงพุทธ (ดีเคบีเอ) ออกจากพื้นที่โดยด่วน พร้อมขู่จะเผา จ.เมียวดีหากไม่ปฏิบัติตาม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่ารัฐบาลพม่าจะทำตามที่ได้ขู่ไว้หรือไม่ แต่ยังไม่สามารถไว้ใจเหตุการณ์ได้ จากคำขู่ดังกล่าวทำให้ชาวพม่าหวาดผวาและอพยพข้ามมาฝั่ง อ.แม่สอด เป็นจำนวนมาก

 นางปัทธินี สวนประเสริฐ ผู้ประสานงานติดตามและประเมินผลการให้บริการ คลินิกแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารพม่าและกองกำลังกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ. ครั้งนี้ถือว่าน่ากลัวพอสมควร ไม่เคยเห็นเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ทุกทีเป็นการทะเลาะกัน 2 ประเทศปิดด่าน แต่ตอนนี้เป็นการทะเลาะกันในประเทศ ทะเลาะกันในตัวเมืองจนทำให้คนที่อาศัยอยู่ต้องอพยพออกมาเพื่อความปลอดภัย

 ขณะนี้ผู้ป่วยที่อาศัยในคลินิกแม่ตาวหลายคนก็ต่างตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ในฝั่งจ.เมียวดี เป็นจำนวนมาก บางรายก็ไม่สามารถติดต่อกันได้ จึงสร้างความกังวลเป็นอย่างมาก เพราะไม่สามารถคาดเดากับสถานการณ์ใดๆ ได้เลย ทั้งนี้ ในส่วนของคลิกนิกแม่ตาวเองก็ได้ทำข้าวกล่องและพร้อมน้ำดื่มนำไปมอบช่วยเหลือให้กับผู้อพยพชาวพม่าที่ตอนนี้อาศัยอยู่ที่ค่ายทหาร อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะเข้ามารักษาตัวที่คลิกนิกแม่ตามแต่อย่างใด

กะเหรี่ยงเผาสนง.ป่าไม้ที่เมืองพญาตองซูแล้ว

แหล่งข่าวความมั่นคง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า กองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มดีเคบีเอกับทหารมอญได้รวมกันจำนวนประมาณเกือบ 100 นาย เข้าโจมตีทหาพม่าในเขตเมืองพญาตองซู โดยเข้าโจมตีและเผาสำนักงานป่าไม้ที่เมืองพญาตองซู ตรงข้ามกับด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9. ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในเบื้องต้นทหารพม่า เสียชีวิต 1 นายบาดเจ็บ 1 นาย 

ชายแดนไทย-พม่าด้านอ.พบพระเริ่มปะทะประปราย

 นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอพบพระ จ.ตาก  เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-พม่าด้าน อ.แม่สอด จะตึงเครียดจากเหตุปะทะกันระหว่างทหารพม่าและกะเหรี่ยงดีเคบีเอ แต่ชายแดนด้าน อ.พบพระ ยังไม่น่าเป็นห่วง แม้ทหารพม่ากับกะเหรี่ยงดีเคบีเอจะปะทะกันแต่เป็นไปอย่างประปรายไม่รุนแรงเน้นการตึงกำลังแต่ยังไม่เผชิญหน้า

 นอกจากนี้มีชาวกะเหรี่ยงจากฝั่งพม่าประมาณ 100 -200 คน เตรียมอพยพเข้ามาในฝั่งไทย แต่ฝ่ายปกครอง ทหารและตชด.ที่วางกำลังดูแลความปลอดภัยอยู่ในพื้นที่ยังไม่อนุญาตให้อพยพเข้ามา เพราะมองว่าชาวกะเหรี่ยงเหล่านั้นยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะกันมากนัก แต่ทั้งนี้หากพบว่าสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นฝ่ายปกครองก็พร้อมเปิดรับผู้อพยพเข้ามาดูแลเพื่อความปลอดภัย ตามหลักสิทธิมนุษยชน

 ส่วนราษฎรในฝั่งไทยส่วนใหญ่ยังมีขวัญกำลังใจ ยังประกอบอาชีพทำมาหากินตามปกติไม่หวาดวิตกกับเหตุปะทะที่เกิดขึ้น แต่อำเภอและฝ่ายปกครองไม่ได้นิ่งนอนใจได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน และอส.ดูแลความปลอดภัยเพิ่มเตรียมถ้าพบว่ามีเหตุรุนแรงก็พร้อมอพยพราษฎรไทยออกนอกพื้นที่ได้ทันที สำหรับแนวชายแดนไทย-พม่าด้าน อ.พบพระ มีระยะทางกว่า 85 กม. มีทั้งจุดที่แม่น้ำเมยเป็นพรมแดนกั้นและจุดที่เป็นภูเขากั้นพรมแดน

ยันผู้อพยพชาวพม่าไม่ทะลักล้นท่าอากาศยานแม่สอด

 นายทิวา ชื่นใจตรง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้มีชาวพม่าอพยพลี้ภัยการปะทะระหว่างทหารพม่าและกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.เข้ามาในฝั่งไทยบริเวณ อ.แม่สอดเป็นจำนวนกว่า 6-7 พันคน ซึ่งจากการฟังวิทยุสื่อสารของทางอ.แม่สอด พบว่าได้มีการจัดให้พักพิงบริเวณโรงเรียน 2-3 แห่งบริเวณริมเมย และกำชับย้ำไม่ให้ออกมาจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด จึงยืนยันว่าไม่มีชาวพม่าที่อพยพมาจากจ.เมียวดี เข้ามาบริเวณท่าอากาศยานแม่สอดแต่อย่างใด

 ขณะนี้เที่ยวบินของสายการบินโซลาแอร์ เส้นทางบินแม่สอด-กรุงเทพฯ ที่ให้บริการสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ในวันจันทร์ พุทธ ศุกร์และอาทิตย์ ยังคงให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม ทางการสายการบินเองก็ได้มีการเตรียมแผนฉุกเฉินหากสถานการณ์ชายแดนพม่าไม่น่าไว้ใจก็จะเปลี่ยนสถานที่จอดเป็นที่ท่าอากาศยานตากแทน

กองกำลังไทยใหญ่ประเมินหนักสุดรอบ10ปีส่อเค้ายืดเยื้อ
  
 พ.ต.หลวงแสง โฆษกสภากอบกู้รัฐฉานและกองทัพรัฐฉาน(SSA)ภายใต้การนำของเจ้ายอดศึก เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้กองกำลังไทใหญ่ยังไม่ได้รับการร้องขอจากทางกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ให้เข้าร่วมรบกับทหารพม่า เนื่องจากไม่เคยมีสัญญาในการรบร่วมกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพม่าถือเป็นฝ่ายตรงข้ามร่วมของไทใหญ่และชนกลุ่มน้อยอีกหลายกลุ่ม     

 ทั้งนี้ประเมินว่าหลังกะเหรี่ยงพุทธ (ดีเคบีเอ) ได้บุกยึดเมียวดี  ทหารพม่าคงไม่ยอมแน่ต้องมีการตอบโต้เอาคืนเนื่องจากเป็นการเสียศักดิ์ศรีอย่างหนัก ขณะนี้ทราบว่าทหารพม่าได้มีความเคลื่อนไหว  เริ่มใช้กำลังพลและระดมกองกำลังที่อยู่ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงต่าง ๆและขนอาวุธหนักต่างๆกว่า 20 คันเพื่อเข้าปิดล้อมแล้ว  เบื้องต้นคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 1 กองพันหรือมากกว่าพันนาย โดยใช้รถขนอาวุธหนักออกมาจากทางด่านเจดีย์สามองค์ไปยังเมียวดีแล้ว  เชื่อว่าการรบครั้งนี้จะเป็นการสู้รบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ10 ปีของพม่าที่มีมา

  พ.ต.หลวงแสง  กล่าวว่า  เชื่อว่าทหารพม่าจะมุ่งเข้าไปจับกุมบรรดาพลเมืองชาวเมียวดีที่เป็นลูกหาบขนยุทโธปกรณ์ก่อน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเกิดการสู้รบทุกครั้งที่มีมา  และประเมินว่าหากกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ดึงเอาเครือข่ายพันธมิตรทั้งกลุ่มมอญ กะเหรี่ยงคริสต์ (เคเอ็นยู) และกลุ่มมอญใหม่ที่มีกว่า 4 กลุ่มซึ่งทั้งหมดได้เคยทำข้อตกลงกันไว้มาร่วมรบกับทหารพม่า 

 "หากกลุ่มต่างๆยอมเข้าร่วมรบกับทหารพม่าจะทำให้มีกำลังรวมกัน 10,000-15,000 คน การสู้รบของสองฝ่ายจะขยายวงกว้างและยืดเยื้อในระยะยาวอย่าง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบต่อแนวชายแดนไทยอย่างหนัก  จากจุดเมียวดีการรบจะขยายวงต่อไปยังชายแดนฝั่งตรงข้ามด่านเจดีย์สามองค์ต่อ"

 พ.ต.หลวงแสง  กล่าวอีกว่า  สำหรับสาเหตุที่กะเหรี่ยงดีเคบีเอ ลุกขึ้นมารบกับทหารพม่าในครั้งนี้มีการอ้างเหตุผล 2 ประการคือ ประการแรกความไม่พอใจในการเลือกตั้งของพม่าที่มีขึ้น  เพราะรัฐบาลทหารพม่าได้ทำการกดขี่ประชาชนให้ไปเลือกพรรค USDP ของรัฐบาลพม่าถ้าหากไม่ไปก็จะไปข่มเหงรังแกชาวบ้านที่เป็นกะเหรี่ยง   ประการที่สองคือประเมินแล้วว่าหลังเลือกตั้งทหารพม่าชนะจะออกคำสั่งให้กะเหรี่ยงดีเคบีเอ ต้องปลดอาวุธและอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาลพม่า  จึงทำให้กะเหรี่ยงดีเคบีเอ อาศัยช่วงที่ทหารพม่าวุ่นอยู่กับการเลือกตั้งเข้ายึดเมียวดีในครั้งนี้