
ลูกชายซูจีขอวีซ่าสถานทูตพม่าไปหาแม่
พรรคพลังประชาธิปไตยแห่งชาติพรรคฝ่ายค้านจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งพม่า หลายชาติมหาอำนาจประสานเสียงระบุ เลือกตั้งพม่าล้มเหลว
(8พ.ย.) นายคิม อาริส ลูกชายวัย 33 ปีของนางอองซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่า ได้ไปที่สถานทูตพม่าประจำกรุงเทพฯในวันนี้เพื่อจะขอวีซ่าเข้าพม่าเพื่อไปเยี่ยมแม่ ที่คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณในวันที่ 13 พฤศจิกายน และหากได้รับอนุญาตให้เข้าพม่า เขาก็จะได้พบหน้าแม่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีหลังจากพบกันครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม 2543
ตอนแรกเขาไปถึงสถานทูตช่วง 11.30 น.ใกล้เวลาปิดพักเที่ยง และได้กลับเข้าไปติดต่อใหม่ในเวลาบ่ายโมง เขาใช้เวลาอยู่ในแผนกติดต่อวีซ่านานครึ่งชั่วโมง จากนั้นได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเขาไม่รู้ว่าจะได้รับวีซ่าหรือไม่และต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่จะอยู่ในกรุงเทพฯจนกว่าจะได้รับคำตอบเรื่องคำขอวีซ่า และหากถูกปฏิเสธ ก็จะลองขอใหม่ในอีกหลายเดือนข้างหน้า
เขา ยอมรับว่า ไม่รู้ว่าแม่จะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ โดยบอกว่า บรรดาผู้นำพม่าเป็นบุคคลที่ไม่อาจคาดเดาได้ จึงไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไร และในขณะที่มีกระแสข่าวคาดเดาถึงสิ่งที่ซูจีจะทำต่อจากนี้หากได้รับอิสระ นายอาริส บอกว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแม่และเขาเคารพสิ่งที่แม่ตัดสินใจเสมอ
ก่อนหน้านี้นายอาริสเคยพยายามขอวีซ่าเข้าพม่าหลายครั้ง แต่ก็ถูกรัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธคำขอ เขามีถิ่นอาศัยในอังกฤษ ส่วนอเล็กซานเดอร์ พี่ชาย มีข่าวว่าอาศัยอยู่ในสหรัฐ อเล็กซานเดอร์เป็นคนที่ขึ้นรับรางวัลโนเบลแทนนางซูจีเมื่อปี 2534
ช่วง 21 ปีที่ผ่านมา นางซูจี วัย 65 ปีต้องถูกกักบริเวณโดยไร้อิสรภาพหลายครั้งรวมเวลา 15 ปี เธอถูกจับครั้งแรกในปี 2532 ตอนลูกชายอายุ 11 ปี และ 16 ปี นายไมเคิล อาริส สามีของเธอเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในวัย 53 ปี เมื่อปี 2542 หลังจากพยายามขอพบภรรยาตลอด 3 ปีก่อนตาย
กองกำลังไทยใหญ่เย้ยเลือกตั้งพม่าแค่เปลี่ยนชุดทหาร
พ.ต.หลวงแสง โฆษกสภากอบกู้รัฐฉานและกองทัพรัฐฉาน(SSA)ภายใต้การนำของเจ้ายอดศึก กล่าวถึงการเลือกตั้งในพม่าที่ลงคะแนนเสร็จสิ้นไปวานนี้(7 พ.ย.53)ว่ากองกำลังไทใหญ่มองตั้งแต่แรกแล้วว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้กันอยู่ในการเลือกตั้งซึ่งผ่านมติมาตั้งแต่ปี 2551 นั้นร่างโดยลำพังของกลุ่มทหารพม่า ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใด ๆต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆซึ่งเป็นเสียงข้างมาก เพราะกำหนดให้ภาคทหารได้เปรียบ
"การเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งที่จะออกมาจึงไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่า การเปลี่ยนจากชุดทหารมาเป็นชุดพลเรือนก็เท่านั้น" พ.ต.หลวงแสงกล่าว
พรรคฝ่ายค้านไม่ยอมรับผลเลือกตั้งพม่า
หลังจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งทั่วไปพม่าที่ทยอยออกมาบางส่วนบ่งชี้ว่า สองพรรคใหญ่ที่กองทัพให้การหนุนหลังจะได้รับที่นั่งมากที่สุด และพรรคฝ่ายค้านหลายพรรคประกาศว่าจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะนับคะแนนอย่างโปร่งใสและชัดเจน โดยพรรคพลังประชาธิปไตยแห่งชาติหรือ NDF ได้ขอให้พรรคเหล่านี้อย่ายอมรับผลการเลือกตั้ง หากไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าและความผิดปกติระหว่างการนับคะแนน
ขณะที่เจ้าหน้าที่เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีหรือแอนเฟรล ประเมินว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดต่ำกว่า 50% และในบางพื้นที่มีไม่ถึง 30% จึงไม่อาจสร้างความชอบธรรมให้กับผลการเลือกตั้งได้ ส่วนเหตุผลที่บางพื้นที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิมากอาจเป็นเพราะการใช้สิทธิล่วงหน้า
หลายชาติมหาอำนาจประสานเสียงระบุเลือกตั้งพม่าล้มเหลว
สหรัฐและออสเตรเลียออกแถลงการณ์ร่วมหลังการหารือด้านความมั่นคงที่เมลเบิร์นของออสเตรเลียวันนี้ระบุว่า สองชาติรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่พม่าล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ เป็นธรรมและรวมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
แถลงการณ์ร่วมของการประชุมซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศ และกลาโหมของสองชาติเข้าร่วมยังเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าและนักโทษการเมืองทั้งหมดในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และให้พม่าเคารพต่อสิทธิมนุษยชน
ขั้นพื้นฐาน รวมถึงริเริ่มการเจรจาอย่างจริงจังเพื่อนำไปสู่ความปรองดองแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลทหาร ให้ความเชื่อมั่นว่า สถาบันที่จะจัดตั้งขึ้นหลังเลือกตั้งจะโปร่งใส น่าเชื่อถือและตอบสนองต่อความปรารถนาของประชาชน
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นระบุวันนี้ว่า ผิดหวังอย่างมากต่อการเลือกตั้งของพม่า ที่นางซูจี ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางซูจีและนักโทษการเมือง รวมถึงเปิดเจรจากับนางซูจีและพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD โดยขณะนี้ ญี่ปุ่นยังคงมีการค้าขายและติดต่อกับพม่า แต่ยกเลิกการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2546 ยกเว้นเฉพาะด้านมนุษยธรรมและกรณีฉุกเฉิน



