
มาร์คคาดแนวชายแดนพม่าเดือดอีก3เดือน
นายกฯคาดแนวชายแดนพม่าเดือดอีก 3 เดือน เชื่อเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายอำนาจหลังเลือกตั้ง สั่งตรึงกำลังตลอดแนว
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 8 พ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุระเบิดที่ชายแดนไทย-พม่าว่า เมื่อเช้าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมได้รายงานตนแล้วก็เป็นปัญหาการปะทะกันในฝั่งพม่า แต่บังเอิญว่ามีอาร์พีจีมาตกอยู่ในฝั่งไทยแล้วก็ทำให้คนของเราได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ได้มีประเด็นที่จะเป็นการปะทะกันระหว่างไทยกับใคร ซึ่งช่วงนี้ปรากฏว่ายังมีการสู้รบอยู่ แล้วก็ทำให้คนทะลักเข้ามาในฝั่งไทยค่อนข้างมากขณะนี้เป็นหลักพันคนแล้ว ส่วนแนวของเราก็จะพยายามที่จะดูแลด้านมนุษยธรรมให้คนเหล่านี้เท่านั้น โดยจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องและจะต้องบริหารจัดการกันต่อไป
นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่ตนเคยเรียนไว้ว่าทางพม่ามีความกังวลกับเรื่องของชนกลุ่มน้อยและกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะช่วงของการเลือกตั้ง ฉะนั้นจึงคาดว่าเรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าในช่วงจากนี้ไปประมาณ 3 เดือนจะมีเรื่องซึ่งทางพม่ากังวลกับกระบวนการในการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากรัฐบาลปัจจุบันมาเป็นรัฐบาลที่หลังการเลือกตั้ง ซึ่งทางกองทัพและเจ้าหน้าที่ชายแดนรับทราบแล้วก็จะมีความตื่นตัวในการเฝ้าระวัง
เมื่อถามว่ามีการสั่งตรึงกำลังรอบชายแดนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ และได้ให้ระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะมีโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันและมีผลกระทบมาฝั่งเรา เมื่อถามถึงการแจ้งเตือนในฝั่งของไทย นายกฯ กล่าวว่า ความจริงได้คุยกันตั้งแต่ที่ตนไปพม่า ซึ่งพม่าก็จะพยายามที่จะบอกให้เราทราบว่าเขาคิดว่ามันมีปัญหาอยู่กับคนกลุ่มนี้ แต่เราก็ได้อธิบายไปแล้วว่ามันมีผลกระทบกับเราอย่างไร แต่คงจะไม่มีปัญหาความเข้าใจผิดกันในเรื่องของการที่จะมาเป็นปัญหากันเองในแง่ของการสู้รบระหว่างเรากับใคร ขณะเดียวกันในแง่ของการดูแลคนที่ข้ามเข้ามาเราก็บอกหลักชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไร
เมื่อถามว่า เป็นเรื่องที่ไม่พอใจในการเลือกตั้งในพม่าใช่หรือไม่เพราะมีฝั่งไทยไปเคลื่อนไหวเช่นกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่ ซึ่งเรื่องนั้นเข้าใจกันดี เพราะเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้วในเรื่องไปสู้รบอะไรต่างๆ เราเพียงแต่ต้องการเห็นความเรียบร้อยเกิดขึ้นเพราะเราพูดเสมอ และส่วนนี้เราก็พูดกับประเทศตะวันตกตลอดด้วยว่าเวลามีปัญหาในฝั่งนู้นมันกระเทือนเรามากที่สุด อันนี้ก็เป็นแนวทางที่ชัดเจนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า จะกลายเป็นภาระที่เราจะต้องไปดูแลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าปัญหาจะมีต่อเนื่องเพราะว่าในด้านหนึ่งเราก็มีหน้าที่ในเชิงของมนุษยธรรมที่จะต้องดูแล แต่เราก็ไม่ต้องการที่จะให้มันกลายเป็นภาระที่ไม่จบไม่สิ้น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องพยายามให้เขาหาทางจัดระเบียบให้เรียบร้อยในเรื่องภายในเรื่องของกระบวนการปรองดองอะไรของเขาก็ต้องเดินหน้าต่อ
เมื่อถามว่าจะมีการปิดด่านบริเวณนั้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ด้านตรงนั้นปิดอยู่แล้ว อย่างที่เคยวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะว่าที่มันปิดเพราะสาเหตุอะไร และที่ตนกลับมาจากพม่าก็ได้เรียนให้ทราบว่า เขากำลังมีปัญหาความกังวลในเรื่องของการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มต่างๆ แล้วเขาคิดว่าถ้าไม่ปิดด่านจะทำให้เขาควบคุมดูแลสถานการณ์ได้ยาก จะไปกระทบกระเทือนกับกระบวนการเลือกตั้งกับการเปลี่ยนถ่ายอำนาจของเขา ส่วนการเลือกตั้งในพม่าเมื่อวานนี้ว่า ก็เห็นว่าการเลือกตั้งก็ผ่านไปแล้วก็อยู่ระหว่างการนับคะแนน
เมื่อถามว่ากองทัพจะเพิ่มกำลังลงไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขามีการวางกำลังอยู่แล้ว และเมื่อเช้าคุยกับรมว.กลาโหม ท่านก็บอกว่าได้สั่งการไปแล้วและทางกองทัพภาคที่ 3 กำลังดูแลอยู่ อย่างไรก็ตามการเพิ่มกำลังจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดเพราะเราไม่ได้มีเรื่องอะไรกับใคร มันเป็นเรื่องภายในของพม่าที่กระทบมาถึงเรา ส่วนการผลักดันคนที่หลบหนีเข้ามาในไทยก็ต้องทำต่อไปตามปกติ ซึ่งเราก็ต้องระมัดระวังเพราะว่าหน่วยงานต่างๆและองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ก็บอกว่าเรามีหน้าที่ไม่ให้ผลักดันใครกลับไปอยู่ในภาวะอันตราย แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ใช่ที่ที่จะให้ใครมาซ่องสุมทำอะไรเหมือนกัน อย่างไรก็ตามชาวพม่าที่ข้ามมาอยู่ฝั่งไทยยังมีจำนวนเยอะและการจะดำเนินการส่งกลับแต่ละครั้งก็ยังไม่ราบรื่น เพราะหน่วยงานต่างๆจะมีประเด็นปัญหาเข้ามาไม่เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ในส่วนของคนที่ได้รับบาดเจ็บเราก็มีหน้าที่ดูแล
“เราก็บอกว่าเราต้องระมัดระวังตลอดแนว เพราะว่าทางสถานการณ์ในพม่าก็อยู่ในช่วงที่มีการทดสอบกันระหว่างท่าทีของชนกลุ่มน้อย กลุ่มต่อต้านกับทางรัฐบาล” นายกฯ กล่าว



