
ผู้ลี้ภัยพม่า1.2หมื่นคนทะลักเข้าแม่สอด
นภอ.ท่าสองยาง เผยชายแดนไทย-พม่าด้านอ.ท่าสองยาง ยังปกติไม่มีเหตุรุนแรง ระบุฝ่ายความมั่นคงทหาร-ตชด.ยังตรึงกำลังเข้มก่อนการเลือกตั้ง ห้าม ปชช.ข้ามฝั่งไป รพ.แม่สอด ยันเหตุทหารพม่าปะทะกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.แม่สอดไม่มีผู้เสียชีวิต ระบุมีผู้บาดเจ็บ 10 ราย ผู้ว่าฯตาก
(8พ.ย.) นายโภคากร สินสกลวัฒน์ นายอำเภอท่าสองยาง จ.ตาก เปิดเผยว่า สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.ท่าสองยาง ยังปกติไม่มีเหตุการปะทะหรือสู้รบระหว่างทหารพม่า-ชนกลุ่มน้อยเกิดขึ้น รวมทั้งยังไม่มีประชาชนฝั่งพม่าอพยพเข้ามา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นเขตอิทธิพลของกะเหรี่ยงเคเอ็นยูแต่ถูกปราบปรามไปแล้วและชายแดนพม่าที่ติดกับฝั่ง อ.ท่าสองยางเป็นที่อาศัยของชนกลุ่มน้อยซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน จึงคาดว่าไม่น่าจะมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งทหาร-ตชด. ได้ตรึงกำลังและปิดกั้นไม่ให้ประชาชนไทยข้ามไปฝั่งพม่าตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หรือก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ในพม่าเมื่อ 7 พ.ย. เพื่อความปลอดภัย และยังคงวางกำลังอย่างเข้มงวดหลังเกิดเหตุปะทะกันที่จ.เมียวดีตรงข้ามอ.แม่สอด
ผู้ลี้ชาวพม่าทะลักเข้าแดนไทยคาดนับหมื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ลี้ชาวพม่าจากจังหวัดเมียวดี ตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กว่า 5-6,000 คน ได้ลี้ภัยเข้ามายังเขตไทย โดยเดินทางข้ามแม่น้ำเมย โดยเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ. แม่สอด ได้นำมาไว้ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ( ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ) อส. และตำรวจ ในการดูแลผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ซึ่งขณะนี้ยังมีผู้ลี้ภัยทยอยมาเรื่อยๆอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่สถานการณ์การสู้รบระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ของพันเอกนะเคามวย ผู้บัญชาการฝ่ายดีเคบีเอ. ยังมีความมีความตรึงเครียดเหมือนเดิม โดยฝ่ายทหารพม่ายังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด
นายกิตติศักดิ์ โตมรศักดิ์ นายอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กล่าวว่า หากสถานการณ์ยึดเยื้อ จะมีผู้ลี้ภัยถึง 10,000 คนแน่นอน ส่วนสาเหตุที่ชาวพม่าเข้ามา เนื่องมาจากการสู้รบในฝั่งพม่า และมีข่าวว่า จะมีการสู้รบกับอีก ซึ่งถ้ามีการสู้รบอีกก็จะยืดเยื้อแน่นอน และทราบว่า มีการเจรจากันอยู่ อยากภาวนาให้สามารถเจรจากันได้ เพื่อที่กลุ่มผู้ลี้ภัยจะได้กลับไป
สำหรับเหตุการณ์ที่มีกระสุนอาร์พีจี. ล้ำเข้ามาตกในเขตไทยในระหว่างการสู้รบนั้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด 10 คน เป็นชาวพม่า 5 คน ชาวไทย 5 คน ขณะที่มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมากในฝั่งพม่า ซึ่งส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดเมียวดี ส่วนบรรยากาศในจังหวัดเมียวดี ชาวบ้าน ร้านค้า ต่างปิดร้านเก็บตัวอยู่ในบ้าน
ผู้ลี้ภัยพม่า1.2หมื่นคนทะลักเข้าแม่สอด
นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ในเวลา 17.10 น. ซึ่งมีรายงานว่ามีกระสุนปืน ค. ตกที่บริเวณตลาดริมเมยจำนวน 2 นัด ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกระสุนปืนเล็กยาวที่พลัดมายังฝั่งไทยบ้างเป็นประปรายเท่านั้นและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ส่วนพื้นที่พักพิงชั่วคราวในกองร้อย ตชด.ที่ 346 ล่าสุดมีผู้ลี้ภัยราว 12,000 แล้ว แต่ยังสามารถรองรับได้อีกประมาณ 3,000 คน แต่หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ทางอำเภอก็มีสถานที่รองรับเพิ่มเติมที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว
รพ.แม่สอดยันเหตุพม่าปะทะกะเหรี่ยงแม่สอดไม่มีคนตาย
นางปัทมา พงษ์ศรี เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอดจำนวน 8 รายหลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ในพื้นที่จ.เมียวดี ตรงข้ามตลาดริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเป็นชาวไทย 3 ราย ที่เหลืออีก 5 รายเป็นชาวพม่า ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีแผลถลอกตามร่างกาย ซึ่งเดินทางกลับบ้านได้แล้ว 4 ราย
ส่วนอีก 4 รายที่เหลือรอดูอาการ เบื้องต้นพบว่ามีอาการนิ้วมือกระดูกแตก แผลข้อมูลด้านขวา กระดูกแขนขวาแตก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานจากโรงพยาบาลพะวอว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายเป็นคนไทย รายแรกเป็นหญิงอายุ 20 ปี เป็นแผลที่น่องด้านซ้าย รับยาและรักษาอาการต่อที่บ้าน อีกรายเป็นชายอายุ 40 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้ง 2 ข้าง นอนรักษาอาการที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด
"สถานการณ์ภาพรวมตอนนี้แพทย์และพยาบาลถือว่าอยู่ในข่ายเฝ้าระวัง และได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น" นางปัทมา กล่าว
ผู้ว่าฯตากสั่งทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์พร้อมรับมือสู้รบ
นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์สู้รบระหว่างทหารพม่าและชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ในพื้นที่จ.เมียวดี ตรงข้ามบ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก จนมีกระสุนปืนค. 60 ล้ำตกเข้ามายังเขตไทยหลายนัด เชื่อว่าเป็นเจตนาตั้งใจยิงระเบิดมาตกในฝั่งไทยเพื่อสร้างกระแสสังคมและเปิดสงครามข่าวสารต่อสาธารณะไม่ใช่ลูกหลงจากเหตุปะทะตามปกติ ล่าสุดมีประชาชนชาวพม่าอพยพหนีภัยการสู้รบจากจ.เมียวดีข้ามมาฝั่งไทยแล้วจำนวนมาก หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อคาดอาจสูงถึง 1 หมื่นคน
เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตชด.และตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้านี้ขององค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ได้เข้ามาดูแลผู้อพยพทั้งเรื่องที่อยู่ อาหาร ตามหลักมนุษยธรรมแล้ว สำหรับจังหวัดได้กำชับให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมรับมือไว้ เพราะเกรงว่าภายในคืนนี้อาจมีการปะทะกันจนถึงขั้นแตกหัก และอาจเกิดเหตุจราจลขึ้นจนส่งผลกระทบมายังชายแดนไทย ซึ่งขณะนี้บรรยากาศที่ตลาดริมเมยเป็นไปอย่างเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เริ่มอพยพออกมาแล้ว
พม่าเสริมกำลังคุมเข้มชายแดนตอนใต้ด้านเกาะสอง-ระนอง
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงประเทศพม่า ประจำจังหวัดเกาะสอง เปิดเผยว่า จากการที่เกิดการสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลพม่ากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยทางตอนบนของประเทศ ทำให้ขณะนี้ทางรัฐบาลทหารพม่าได้มีการเสริมกำลังเพื่อรักษาความเรียบร้อยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในส่วนของพื้นที่ภาคใต้หรือเขตตะนาวศรี ทางรัฐบาลทหารพม่าได้มีการเสริมกำลังทหารจากกองพลที่ 22 กว่า 100 คน จาก จ.สโต รัฐมอญ เข้ามาดูแลความเรียบร้อยในเขตพื้นที่ จ.เกาะสอง และดูแลแนวพรมแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสอง
นอกจากนี้ทางรัฐบาลทหารพม่าได้มีการเสริมเรือรบเพิ่มอีก 2 ลำ จากฐานทัพเรือภาคตะนาวศรี เข้ามาประจำการที่ จ.เกาะสอง เพื่อดูแลรักษาความสงบบริเวณด่านพรมแดน โดยเฉพาะทางทะเล นอกจากนี้ทางทหารพม่าได้มีการเสริมเสบียงทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง อาหารกระป๋อง และผงชูรสจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง กล่าวถึงบรรยากาศการค้าขายตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง ว่า บรรยากาศทั่วไปยังเป็นปกติ ยังมีการเดินทางข้ามฟากเข้ามาติดต่อ และค้าขายระหว่างกันตามปกติ แต่พบว่ามีรายงานความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจของทหารพม่าบริเวณจังหวัดเกาะสอง ที่เริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้น



