
ศธ.ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วมลด
ศธ.เดินหน้าโครงการ ศธ.ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำลด เตรียมลงพื้นที่ สิงห์บุรี ลพบุรี ขนหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ลูกเสืออาสา และหน่วยบริการ Fix it center บริการประชาชน พร้อมมอบบ้านน็อคดาวน์แก่ 2 ครอบครัวที่บ้านพังจากเหตุดินถล่มที่นครศรีธรรมราช ขณะที่ยังมีโรง
(8พ.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ซึ่งส่งผลกระทบสร้างความเสียหายแก่โรงเรียนทุกสังกัดการศึกษาทั่วประเทศขณะนี้ จำนวน 3,441 โรง โดยในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่จะต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ออกไปจำนวนอีก 7 วันจำนวน 828 โรง ใน 147 เขตพื้นที่การศึกษาโดยส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในสำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 747 โรง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 54 โรง มูลค่าความเสียหายประมาณ 2,329 ล้านบาท
แบ่งเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 1,326 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 376 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 403 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 94 ล้านบาท และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 42 ล้านบาทและสำนักงานเขตผู้ตรวรจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 10 ล้านบาท
“ขณะนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณเบื้องต้นเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน จำนวน 176 ล้านบาท แบ่งเป็น จัดสรรให้ สพท.ละ 2 แสนบาทรวม 20 ล้านบาทและจัดสรรให้ช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบอุทกภัย วาตภัย จำนวน 136 ล้านบาท อนุมัติให้ สอศ.สร้างเรือท้องแบน 10 ล้านบาท และสร้างสุขาลอยน้ำ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ทุกองค์กรหลักปรับลดงบประมาณในส่วนที่ ครม.อนุมัติงวดสุดท้ายจำนวน 336 ล้านบาทลงร้อยละ 50 เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือสถานศึกษา นักเรียนที่ประสบภัย หากไม่พอมอบให้คณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณปีงบประมาณ 2554 พิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนของ ศธ.ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อจะได้นำงบประมาณมาใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่หากงบประมาณไม่เพียงพอก็ให้แต่ละองค์กรทำเรื่องขอเบิกจ่ายงบประมาณกรณีฉุกเฉินเพื่อนำมาแก้ปัญหาต่อไป “
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้กำชับเรื่องการฟื้นฟูช่วยเหลือหลังน้ำลดทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว นอกจากนี้ ศธ.ได้เตรียมจัดโครงการ ศธ.ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำลด โดยวันที่ 9 จะจัดปล่อยคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม วันที่ 10 พ.ย. จะจัดกิจกรรมลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี และลพบุรี ได้แก่ มอบถุงยังชีพแก่นักเรียน 500 คน, หน่วยแพทย์เคลื่อนที่
โดยนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาศาสตร์ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ลงพื้นที่จังหวัด ลพบุรี และคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี, บริการตัดผมฟรี ของ สช.,ลูกเสืออาสาทำความสะอาดชุมชน ของ สพฐ.,ฝึกอาชีพระยะสั้น ห้องสมุดเคลื่อนที่ของ กศน.,คาราวานศูนย์ซ่อมสร้างบริการชุมชน (Fix it center) ของ สอศ.และ สช.20 คันออกให้บริการชุมชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง และบริการโรงครัว โดย สช.รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด ลพบุรี ส่วนสมาคมโรงเรียนนานาชาติรับผิดชอบ จังหวัดสิงห์บุรี นอกจากนี้วันที่ 13 พ.ย.จะเดินทางไปมอบบ้านน็อคดาวน์ ให้กับ 2 ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนบ้านพังจากเหตุการณ์ดินถล่มที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย ทั้งนี้ ศธ.จะเดินหน้าช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนและประชาชนเต็มที่
“ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ทุกองค์กรหลักไปเตรียมการโครงการ ศธ. ร่วมใจสู้ภัยหนาว โดยเบื้องต้นสั่งการให้สำนักงานปลัด ศธ. ไปเตรียมมาตรการช่วยเหลือทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว กำหนดกลุ่มเป้าหมายและโรงเรียนที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือและให้ทำแผนบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานด้วย โดยเบื้องต้นในเดือน ธ.ค.นี้ ตนจะเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่แรก”นายชินวรณ์ กล่าว



