ข่าว

พุธที่ 10 พฤศจิกายน 2553

พุธที่ 10 พฤศจิกายน 2553

10 พ.ย. 2553

 00เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เดินทางลงไปสงขลา เพื่อติดตามข่าวน้ำท่วม-วาตภัย ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างความเสียหาย่อยยับให้เกิดขึ้นในภาคใต้ และไม่เฉพาะหาดใหญ่เท่านั้น ที่ตัวเลขความเสียหายเป็นหมื่นล้านเข้าไปแล้ว และเวลานี้ถ้าได้เห็นของจริง ต้องยอมรับว่า หาดใหญ่ยังไม่ฟื้นจากวิกฤติน้ำท่วม เพราะถ้าเดินลัดเลาะไปตามถนนตรอกซอกซอยต่างๆในเมืองหาดใหญ่ จะยังพบร่องรอยของความเสียหายเต็มไปหมด เจ้าของชาวขนซากสมบัติที่กลายเป็นขยะในพริบตาออกมากองไว้บนถนนรอให้เทศบาลมาจัดเก็บไปทำลายจำนวนมหาศาล และเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า บางกองเริ่มมีแมลงวันไปวางไข และมีหนอนออกมาไต่ยัวะเยี๊ยะแล้ว ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณะวิศิฏฐ์ แห่งกระทรวงสาธารณะสุข จึงสั่งให้เร่งฆ่าเชื้อเป็นการด่วน

 00ถ้าออกไปรอบนอกเมืองหาดใหญ่จะพบกับความวิบัติที่แตกต่างกัน ที่ต้องเจอกับ "วาตภัย" หรือพายุ ทั้งในเมืองสงขลา บ้านเมืองชาวบ้านเสียหายจำนวนมาก ต้นสนเก่าแก่ตั้งแต่หาดเก้าเส้ง ไปจนถึงหาดสมิหลา ยาวไปจนถึงหาดแหลมสนอ่อน ล้มระเนระนาด 1 อาทิตย์ผ่านไปแล้วยังกู้กันไม่จบไม่สิ้น หรือแม้กระทั้งบนเขาตังกวน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐ์ฐานพระบามสารีริกธาตุ ต้นไม้อายุนับ 100 ปี ล้มราบลงมากองอยู่กับพื้นอย่าน่าเศร้าใจ จนต้องปิดซ่อมเขาตังกวนชั่วคราว

 00 เช่นเดียวกับที่เกาะยอ อ.เมืองสงขลา ลัดเลาะไปหลังเกาะฝั่งตะวันตก จะพบร่องรอยความเสียหาย พายุหอบเอาบ้านเรือนชาวบ้านที่ปลูกพักพิงอยู่ริมทะเลเสียหาย 100% รวมทั้งกระชังเลี้ยงปลากะพงขาวเสียหาย 100% "คำรพ เสาวคนธ์" นายกอบต.เกาะยอ บอกว่า เฉพาะกระชังปลากะพงก็เสียหายไม่น้อยกว่า 70 ล้านเข้าไปแล้ว ยังไม่นับรวมโฮมสเตย์กลางทะเลอีก 4-6 หลังถูกพายุพัดพังยับหมดเช่นกัน

 00 เข้าใจว่า พายุลูกนี้น่าจะขึ้นที่สทิงพระ ของสงขลา ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด โดยเฉพาะบ้าน "อุทยานนกน้ำคูขุด" บ้านเรือนเสียหายกว่า 1,800 หลังคาเรือน ต้องสร้างใหม่ทั้งหลังกว่า 800 หลังคาเรือน "สมพงษ์ หนูสงค์" นายกอบต.คูขุด ได้แต่วิ่งช่วยชาวบ้าน แต่ปัญหาที่เจอคือ มีเงิน แต่วัสดุก่อสร้างไม่มีขาย "เอิบ ยางทอง" หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา ซึ่งที่ทำการพังยับเช่นกัน ต้องแบกรับภาระหนักในการฟื้นฟูกันต่อไป

 00 วัดพะโคะ หรือวัดหลวงปู่ทวด ต้นไม้อายุนับร้อยปี ใหญ่หลายคนโอบ ล้มระเนระนาดเต็มลานวัด แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของเกจิชื่อดังของภาคใต้ ห้ามน้ำห้ามทะเลได้ พายุจึงไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่โบสถ์ กุฏิ วิหาร เลยแม้แต่น้อย "พระครูปุญญาพิสาร" หรือพระอาจารย์ชัย บอกว่า เมื่อรู้ว่าพายุลง จึงยกมืออธิษฐานถึงหลวงปู่ทวดให้ปกปักรักษาคุ้มครองวัด จึงแคล้วคลาดมาได้

"นายหัวไทร"