ข่าว

ศาลรธน.ร่อนสารแจ้งถอนพาสปอร์ตพสิษฐ์

ศาลรธน.ร่อนสารแจ้งถอนพาสปอร์ตพสิษฐ์

08 พ.ย. 2553

เลขาฯศาลรธน.แจ้งกต.เพิกถอนพาสปอร์ตราชการ “พสิษฐ์ ศักดาณรงค์”แล้ว “ประยุทธ์” ชี้บ้านเมืองยังมีบุคคลจ้องทำลายเพื่อไม่ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย ถามหาใครอยากทำปฏิวัติ เชื่อระบบศาลยุติธรรมไทยยังแข็งแรง ยันกองทัพมีแผน รปภ.วีไอพี เข้ม

(8พ.ย.) นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวออกมาระบุว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ประสานให้เพิกถอนหนังสือเดินทางประเภทราชการของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ดำเนินการ ตนก็ดำเนินการทันที โดยได้ประสานไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยได้ทำเป็นหนังสือด่วนที่สุดไปให้ แต่ที่เขายังไม่ได้รับก็คงเป็นเพราะขั้นตอนคงจะช้า เพราะว่าเขาเป็นหน่วยงานที่ใหญ่

 นายเชาวนะ ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในช่วงเช่าของวันนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้โทรศัพท์มาหาตน และแจ้งให้ทราบว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางประเภทราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าสำหรับกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงกรณีการสอบข้าราชการและจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าจะอธิบายความได้ชัดที่สุดว่า ตนยังไม่ทราบว่าจะมีตุลาการท่านใดไปประสานให้มาชี้แจงแทนหรือไม่ หากจะมีการดำเนินการอะไรก็ต้องได้รับมอบหมายจากคณะตุลาการฯ ตนจะทำเองไม่ได้ ซึ่งก็ต้องให้ระดับผู้ใหญ่บัญชามา และตนก็พร้อมจะน้อมรับ อีกทั้งนายไพบูลย์ ก็เคยเป็นผู้บังคับบัญชาตนมาก่อนเช่นกัน     

มาร์คเล็งสอบข่าวถอนหนังสือเดินทางพสิษฐ์
 
 เมื่อเวลา 14.1 5 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเพิกถอนหนังสือเดินทางประเภทราชการของนายพสิษฐ์ว่า “เห็นแต่ข่าวผมไม่ได้ลงไปดูในรายละเอียดในเรื่องนี้”  

ศาลรธน.ร่อนสารแจ้งถอนพาสปอร์ต“พสิษฐ์”

 ทั้งนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งโทรสารเอกสารขอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทางประเภทราชการของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญไปยังทุกสำนักพิมพ์ โดยในหนังสือดังกล่าวลงวันที่ 29 ต.ค. 2553 ถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

 และมีเนื้อหาระบุว่าเนื่องจากคณะตุลาการมีมติให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพิกถอนหนังสือเดินทางดังกล่าวเนื่องจากนายพสิษฐ์ได้พ้นจากตำแหน่งแล้ว จึงขอให้กระทรวงต่างประเทศพิจารณาดำเนินการและแจ้งผลให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทราบด้วย ลงชื่อนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และทางกระทรวงต่างประเทศได้ลงบันทึกรับทราบในวันที่ 29 ต.ค. 2553 เวลา 15.05 น.

บัวแก้วรับเพิกถอนพาสปอร์ต“พสิษฐ์”แล้ว

 นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการขอให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางราชการของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระทรวงก็ได้มีการดำเนินการแล้ว

ประยุทธ์ชี้บ้านเมืองยังมีบุคคลจ้องทำลาย

ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการลอบทำร้ายบุคคลสำคัญทางการเมืองว่า ถ้าจะเกิดก็เกิดจากบุคคล เพราะมีคนต้องการไม่ให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย วันนี้ทุกฝ่ายน่าจะเบื่อความขัดแย้ง และไม่ชอบ น่าจะแอนตี้ การทำอะไรต่าง ๆ ที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย และทำให้เจ้าหน้าที่ตกเป็นจำเลยของสังคมว่าใช้ความรุนแรงหรือเปล่า หรือพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อต้องการใช้อำนาจเพื่อมุ่งไปสู่อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งตนคิดว่าไม่มีใครคิดแบบนั้น และไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนคิดแบบนั้น ไม่มีใครคิดว่าจะทำอย่างไรจะมีอำนาจนานขึ้น ก็จะต้องสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น และทำร้ายประชาชน ซึ่งความคิดดังกล่าวไม่น่าจะถูกต้อง

            “ พวกผมคิดอยู่ทุกวันว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเรียบร้อย ผมจะได้กลับไปทำตามหน้าที่ของผม เช่น การดูแลชายแดน การดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยเหลือประชาชน และพัฒนาประเทศ ดีกว่าจะให้ผมไปตั้งด่านจุดตรวจเพื่อสกัดกั้น หรือเอากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อมาปฏิบัติกับคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น แต่ถ้าเป็นชาติอื่นและมาบุกบ้านเรา แล้วเราป้องกันก็ว่ากันไปอย่าง แต่นี่คนไทยด้วยกันทั้งนั้นทำให้ต้องทำให้เกิดความลำบากด้วย ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

            เมื่อถามว่า ข่าวการลอบทำร้ายบุคคลสำคัญทางการเมือง หรือ วีไอพี โดยมีนายกรัฐมนตรี ร่วมอยู่ด้วยนั้น ทางกองทัพจะมีการเพิ่มมาตรการป้องกันดูแลอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กองทัพเต็มที่อยู่แล้ว ทั้งนี้ต้องเข้าใจถึงมาตรการในการดูแลของเจ้าหน้าที่มีแผนการปฏิบัติ และมีหน่วยรับผิดชอบชัดเจนตามแผนการปฏิบัติ 1-2-3-4 จะมีการเพิ่มลดตามลำดับสถานการณ์ แต่สำหรับการดูแลบุคคลสำคัญ หรือ วีไอพี มันลดไม่ได้อยู่แล้วก็จะต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม อย่างไรก็ตาม ที่หมายไม่ว่าจะเป็นบุคคล ยานหนะ หรือ แผนการเคลื่อนย้าย การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จะมีแผนงานชัดเจน จะมาบอกว่าช่วงนี้หรือช่วงไหนจะต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมันคงไม่ได้ การรักษาความปลอดภัยจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง และตลอดเวลา   แม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันตลอดเวลาก็ยังไม่ได้ป้องกันได้ตลอดเวลา เพราะบ้านเมืองเรามันกว้าง และ กทม.ก็ใหญ่ คนมันเยอะ ผู้คนพยายามจะขอความเห็นใจเพื่อให้ลดระดับการดูแล และเว้นกฎหมายต่าง ๆ

 “ผมเห็นว่าหากทุกคนรักษากฎหมาย และให้ความร่วมมือ ทุกคนมองเจ้าหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต่างคนต่างมองด้วยความบริสุทธิ์ใจผมคิดว่าแก้ไขได้ปัญหาบ้านเมือง ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงคุณคนเดียว แต่ปัญหาจะต้องหลาย ๆ คนช่วยกันแก้ไข และสิ่งสำคัญคือกระบวนการยุติธรรมจะต้องไม่ถูกทำลาย ส่วนกรณีที่มีคลิปศาลรัฐธรรมนูญออกมาแพร่หลายในเวลานี้ ก็จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนกันไป แต่ผมคิดว่าระบบงานศาลไม่ได้เริ่มเมื่อวานนี้ และจะมาล้มวันนี้ แต่ระบบศาลเกิดมาเป็น 100 ปีแล้ว ผมว่าระบบศาลยุติธรรมของเราแข็งแรงพอสมควร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นตัวบุคคลไม่ใช้ระบบ ฉะนั้นไม่ใช่คนว่านั้นทำความผิด และก็บอกว่าแย่ทั้งระบบ ผมยกตัวอย่างกรณีมีทหารทำความผิดสักคน และบอกว่าทหารไม่ดีมันเลว ทหารมีสองแสนกว่าคน มันก็จะต้องมีคนไม่ดีอยู่บ้าง เมื่อคนไม่ดีก็จะต้องเอาออกไป และใช้กฎกติกา ซึ่งทุกอย่างเหมือนกัน ทุกระบบ ทั้งอำนาจการบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ หรือ อำนาจตุลาการ ถ้าคนไม่ดีมันก็จะต้องออกไปเรื่อย ๆ ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

 เมื่อถามถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณที่จะร่วมปรองดองกับคนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาล ทหารมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ดูแลรักษากฎหมาย เรื่องใดก็ตามเป็นเรื่องของการเมือง หรือ รัฐบาล และไม่เกี่ยวกับกองทัพตนไม่ขอตอบ เมื่อถามถึงกรณีที่นายจาตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาระบุว่า มีทหารบางกลุ่มร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยกเรื่องเอ็มโอยู ขึ้นมาเพื่อเป็นเงื่อนไขในการทำปฏิวัติรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ ผมอ่านข่าวเมื่อเช้าแล้ว ผมดูแล้วคนมันช่างคิดได้ดีเหมือนกัน คิดเพื่อเอาเหตุผลเพื่อมาอ้างเหตุในการปฏิวัติ ผมอยากถามว่าใครมันอยากจะปฏิวัติตอนนี้ ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ดีที่สุดในโลกแล้ว ประเทศไทยมีความแตกต่างจากประเทศอื่น ที่ประเทศอื่นเขามีความเป็นประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว แต่เรามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขถือว่าสุดยอดกว่าประเทศอื่น และจะไปหาระบบระบอบไหนมาอีก และไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหา สิ่งที่เขาทำไปครั้งที่แล้ว   เขาทำเพื่อต้องการหยุดปัญหาที่จะเกิด หลังจากนั้นก็จะต้องมาแก้ไขกันด้วยกลไกหลัก กลไกปกติของบ้านเมือง จะย้อนกลับไปอีกทำไม หากย้อนกลับไปกลับมามันก็ไม่จบ สถานการณ์วันนั้นกับวันนี้มันคนละอย่างกัน

 “เรื่องเอ็มโอยู นั้นไม่มีทหารคนไหนที่อยากจะเสียแผ่นดินไทยไปหรอก ประเทศอาเซียน 10 ประเทศ เขามีสัญญา ถ้าเรามาพูดกันไปมาอีกหน่อยอาเซียนก็คงแตกกันหมด การที่ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่รักประเทศไทย ไม่อย่างนั้นเขาจะยอมตายกันมาทำไม ทหารกว่าจะโตมาวันนี้ 30 กว่าปีกว่าจะเป็นพลโท พลเอก มันเรื่องอะไรจะไปยอมเสียแผ่นดินให้กับประเทศหรือคนอื่นเขา จะทำอย่างไรทำให้แผ่นดินมันเกิดประโยชน์ให้กับประเทศชาติของตนเองอย่างไร ประเทศเขามีกติการ่วมมือกันไม่ได้มีไว้เพื่อทะเลาะกัน ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของรัฐบาล และกรรมาธิการ เขาจะต้องไปพิจารณากัน และบอกให้ทหารได้รับทราบเหมือนกัน “ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

 เมื่อถามว่า รำคาญหรือไม่ที่การเมืองเล่นไม่เลิก พยายามนำกองทัพเข้าไปเชื่อมโยงกับการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันตอบรำคาญไม่ได้ ผมเป็นผู้บัญชาการทหารบกขี้รำคาญขนาดนั้นหรือ จะถามผมว่ารำคาญมั้ย ก็ลองทำตัวเองดู เวลาถามผมตัวเองรำคาญหรือไม่