
บูรณาการความร่วมมือ สู่เป้าหมายฟื้นนครราชสีมายั่งยืน
การเดินทางมาที่ จ.นครราชสีมา ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัยจากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 14-31 ตุลาคม ที่ผ่านมา นั่นคือความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเกิดขึ้นโดย "เครือข่ายเพื่อ
ข้อมูลที่เสนอไปผ่านการระดมความคิดเห็นของ 10 องค์กร ที่ร่วมกันขับเคลื่อนผ่าน "เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช" ก็คือ การเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่กำกับและเยียวยา การฟื้นฟูนครราชสีมาเป็นการเรียกร้องที่ต้องการให้ผู้นำรัฐบาลรับรอง เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งคณะทำงาน ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อนการฟื้นฟู ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยความร่วมมือจากทางตัวแทนภาครัฐและภาคเอกชน
ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนครราชสีมาที่ศึกษาเอาไว้นั้น พบว่า ภาคเกษตรกรรมได้รับความเสียหายคิดเป็นเนื้อที่ 1.7 ล้านไร่ หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ 5,000 ล้านบาท บ้านพักอาศัย 8.5 หมื่นครัวเรือน มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรมมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบกว่า 100 ราย ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ และความเสียหายการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในช่วงของการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่ 300 ล้านบาท เหล่านี้คือสิ่งที่ต้องได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ
ขณะเดียวกัน ข้อเสนอของ "เครือข่ายสังคมโคราช" ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การเรียกร้องในเชิงมูลค่าหรือตัวเงินเพียงด้านเดียว แต่สาระหลักก็คือ ความต้องการให้ฝ่ายรัฐสนับสนุนในแง่ของการรับรองต่อการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ฟื้นฟูนครราชสีมาอย่างเต็มระบบ แทนที่การดำเนินการจะเกิดขึ้นเฉพาะภาครัฐเพียงลำพังเท่านั้น การตกผนึกทางความคิดร่วมกัน ที่เชื่อว่ากระบวนการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นจากทุกฝ่ายในภาคสังคมน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการฟื้นฟู จึงเป็นความหวังสำคัญ
"เราต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนแนวคิดนี้ เพราะเชื่อว่า นี่คือแนวทางการขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่ายมากที่สุด ที่ผ่านมาการกำหนดแผนพัฒนาอาจจะเกิดขึ้นโดยภาครัฐ แต่แนวคิดที่เราต้องการก็คือ เห็นการประสานความร่วมมือของทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ไม่ได้ต้องการให้การกำหนดนโยบายไปจากภาครัฐเพียงด้านเดียวเช่นที่ผ่านมา เพราะหากเป็นเช่นนั้นการพัฒนาหรือเยียวยาจะไม่ได้เป็นไปอย่างยั่งยืน" ภารดี เกียรติภิญโญชัย เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช บอกเล่าถึงเป้าหมาย
ภารดี กล่าวว่า ข้อเสนอของเครือข่ายเพื่อสังคมโคราช ไม่ได้เรียกร้องที่จะให้รัฐบาลสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว จากความต้องการของภาคประชาสังคมหรือเครือข่ายภาคธุรกิจเฉพาะที่นครราชสีมาเพียงเท่านั้น แต่ต้องการให้แนวคิดนี้ สามารถที่จะนำไปใช้เป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ที่ประสบภัยน้ำท่วมเช่นเดียวกัน ในแง่ของการจัดตั้งเป็นคณะทำงานขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อการฟื้นฟู เพราะเชื่อว่านี่คือแนวทางที่เข้าถึงความต้องการของพื้นที่ได้ดีที่สุด
"อยากให้มองว่า เราไม่ได้เรียกร้องว่ารัฐบาลจะต้องทุ่มเทงบประมาณเข้ามา แต่เราเรียกร้องที่อยากจะเห็นความร่วมมือ และการยอมรับในท่าทีระหว่างกัน การเปิดกว้างรับฟัง กรณีน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจนนำมาซึ่งความเสียหาย เราไม่ต้องการที่จะให้เกิดความรู้สึกว่าต้องเร่งฟื้นฟูเพียงด้านเดียว แต่เราต้องการให้คณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นมามีมิติที่มากกว่านี้ ทำอย่างไรที่จะให้เกิดความร่วมมือ ความร่วมมือในที่นี่ยังคาบเกี่ยวไปว่า หากภาคเศรษฐกิจมีส่วนทำให้การขยายตัวของเมืองหรือโครงการก่อสร้างต่างๆ ขยายตัว จนไปมีผลกระทบต่อการบริหารและจัดการทรัพยากรน้ำ นี่ก็เป็นสิ่งที่แม้แต่กระทั่งบุคคลที่อยู่ในคณะทำงานชุดนี้ก็ต้องมาทบทวนว่า เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเงื่อนไขหรือไม่" ภารดี ระบุ
สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่นครราชสีมาจนยากต่อการประเมิน แต่อีกด้านหนึ่งก็คือ การเป็นตัวเร่งให้ทุกฝ่ายเกิดการผนึกความร่วมมือ จนนำไปสู่การจัดตั้ง "เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช" ในขณะนี้ ส่วนทิศทางจากนี้ไป คงจะต้องสะท้อนกลับไปอยู่ที่ภาครัฐแล้วว่า จะรับฟังกับข้อเสนอมากน้อยเพียงใด หรือมีค่าเป็นเพียงเอกสารที่อยู่ในแฟ้มเท่านั้น
"ทีมข่าวภูมิภาค"



