ข่าว

พม่าปะทะกะเหรี่ยงแดนกาญจน์ไทยเจ็บ1

พม่าปะทะกะเหรี่ยงแดนกาญจน์ไทยเจ็บ1

08 พ.ย. 2553

พม่าปะทะกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. หนัก ชาวพม่าตาย 5 คน ไทยตาย 1 คน บาดเจ็บ 3 คน กระสุนปืน ค. ล้ำเขตไทยหลายนัด ชาวบ้านอพยพหนีตาย ด้านทหารสั่งตรึงชายแดนห้ามประชาชนเข้าออกตลาดริมเมย ขณะที่ผู้ประกอบการปิดร้านค้าทั้งหมด "นายกฯ"เผยกำลังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

 เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ทหารพม่าได้ปะทะกับทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ฝ่ายของ พ.อ.นะเคามวย ผู้บัญชาการทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ในพื้นที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก หลายจุด โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ปะทะกันด้วยอาวุธประจำกาย และอาวุธปืน ค. 60 และ ค. 81 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว มีกระสุนปืนค. 60 ล้ำตกเข้ามายังเขตไทยหลายนัด ที่บริเวณตลาดริมเมย ห้องแถวบริเวณศูนย์การค้าแม่เมยซิทตี้  ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก จำนวน 2 นัด และ บริเวณโรงเรียนบ้านห้วยม่วง ขณะที่ทางฝั่งพม่ามีกระสุนตกหลายนัด ทำให้ราษฎรพม่าเสียชีวิต 5 คน ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่คนไทยไม่ทราบชื่อ เสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 3 คน

 ระหว่างเกิดเหตุ ฝ่ายไทยได้ส่งกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด และทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อ.แม่สอด ประสานกับฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าตรึงแนวชายแดน และห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไปยังบริเวณตลาดริมเมย และตามแนวชายแดน นอกจากนี้ร้านค้าตลาดริมเมย ได้ปิดกิจการทั้งหมด

 สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากทหารกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ.พร้อมอาวุธครบมือ ได้เข้าไปยังจังหวัดเมียวดี ตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง โดยไปยึดอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ขณะที่ฝ่ายพม่าพยายามเจรจากับฝ่ายดีเคบีเอ. แต่ไม่เป็นผล จึงมีการเสริมกำลังทหารพม่ามา เพื่อปราบปรามฝ่ายดีเคบีเอ. และครั้งล่าสุดได้มีการเจรจากันเช้าวันนี้ แต่ไม่เป็นผลใด จึงนำไปสู่การสู้รบกัน

 ล่าสุดทั้ง 2 ฝ่ายยังคงปะทะกันด้านในพม่า ทั้งอาวุธประจำกาย และอาวุธหนัก อย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายพม่ายังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมด

 "นายกฯ"เผยกำลังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ถึงเหตุการปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารกะเหรี่ยงพุทธกับกะเหรี่ยงคริสต์ในประเทศพม่าจนเป็นเหตุให้กระสุนจรวด  RPG ตกเข้ามาในเขตไทย ว่า ตนกำลังติดตามสถานการณ์ที่ชายแดนพม่า

แม่ทัพภาค3ยันไม่มีนักข่าวญี่ปุ่นบาดเจ็บ

 พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 ให้สัมภาษณ์กรณีมีการปะทะกันระหว่างกองกำลังทหารกะเหรี่ยงพุทธกับกะเหรี่ยงคริสต์ในพม่าจนเป็นเหตุให้กระสุนจรวด  RPG ตกเข้ามาในเขตไทย เมื่อเช้าวันนี้ (8 พ.ย.)   ว่า ทราบว่ากองกำลังกะเหรี่ยงเข้าโจมตีทหารพม่าที่เมืองเมียวดี ทำให้กระสุนพลัดเข้ามาในฝั่งไทยจำนวน 3 นัด แต่ระเบิดเพียงนัดเดียว มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 7 คน เป็นคนไทย 3 คน คือ นายชัยวัฒน์ เชียงใหม่ นส.สมพงษ์ น่ามูลเพ็ง และ นางปณิดา สุวรรณวงษ์ และชาวกะเหรี่ยง 4 คน คือ นายโกเอ นส.มนิกาน นางโซเย และ นายจอจอ ทั้งนี้ไม่มีนักข่าวชาวญี่ปุ่นได้รับบาดเจ็บตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด   ทั้งนี้ ได้รายงานให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกรับทราบแล้ว

            “ ทางเราไม่ได้ตอบโต้อะไรไป ซึ่งผมได้สั่งห้ามไม่ให้ตอบโต้ เพราะเขาไม่ได้เจตนา แต่ถ้าเขามีเจตนายิงมาฝั่งไทยจริง ๆ เราถึงจะตอบโต้ ขณะนี้เพียงแต่เฝ้าติดตามสถานการณ์เท่านั้น พร้อมกับจัดกำลังจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 (ฉก.ร.4) กรมทหารราบที่ 35 และ ตำรวจตระเวนชายแดน 334 เข้าไปดูแลบริเวณตามแนวชายแดนแล้ว ทั้งนี้ฝั่งพม่าเริ่มชุลมุนมาก หลังจากที่กองกำลังกะเหรี่ยงเข้าตีพม่า เท่าที่ทราบพม่าเสียหายหนัก จึงยังไม่สามารถติดต่อรายละเอียดได้   เพียงเราส่งสัญญาณว่าเราจะไม่ซ้ำเติมกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทางกองทัพภาคที่ 3 จะดำเนินการตามสิทธิมนุษยชนเท่านั้น ทั้งนี้หาเราตอบโต้ไปเดี๋ยวจะเข้าทางเขา ” แม่ทัพภาคที่ 3 ระบุ

 พล.ท.วรรณทิพย์ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ของกองกำลังกะเหรี่ยง น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์คล้ายกับเป็นการส่งสัญญาณไม่รับการเลือกตั้งของพม่าเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีชาวพม่าอพยพเข้ามาในฝั่งไทยประมาณ 300 คน อยู่ที่ท่าหาด   100 คน ท่าห้วยม่วง 200 คน ให้ควบคุมไว้จนกว่าเหตุการณ์ฝั่งโน้นจะสงบ   ส่วนมาตรการดูแลบริเวณที่เป็นท่าน้ำ ท่าข้ามต่าง ๆ   เรามีกำลังทหารหลักและตชด.ดูแลอยู่ ส่วนคนไทยที่ค้าขายที่อยู่ตามแนวชายแดนใกล้ที่เกิดเหตุให้ปิดร้านค้าและเคลื่อนย้ายมาอยู่ที่กองร้อยตชด.ก่อน ขณะนี้ไม่มีคนไทยอยู่ในบริเวณนั้นแล้ว เมื่อเหตุการณ์สงบก็ค่อยกลับไป ” แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว

ฝั่งเชียงรายทหารตั้งรับเหตุปะทะจากฝั่งพม่า

  ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดน ด้าน จ.เชียงราย ตั้งแต่อำเภอแม่จัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอแม่สาย ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อย หรือทหารพม่า อันเนื่องจากผลกระทบจากการเลือกตั้งภายในประเทศ ส่วนที่บริเวณด่านพรมแดนแม่สาย - ท่าขี้เหล็ก บรรยากาศการค้า การท่องเที่ยว ยังคงเป็นไปตามปกติ และแม้ชายแดนทางด้านจังหวัดตาก จะเริ่มมีการปะทะกันแล้ว แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่มีผลกระทบกับทางฝั่ง จ.เชียงราย แต่อย่างใด  

 แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ในจังหวัดเชียงราย ระบุว่า แม้ในตอนนี้ชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย จะยังไม่มีการสู้รบเกิดขึ้น แต่หน่วยทหารในพื้นที่ ได้เตรียมความพร้อมและการตั้งรับ สถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมถึงแผนอพยพประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมถึงการจัดเตรียมสถานที่พักพิงชั่วคราว สำหรับประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่หลบหนีภัยสงครามเข้ามาในเขตแดนไทย

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เหตุปะทะทางด้านจังหวัดตาก ยังไม่ส่งผลให้บรรยากาศการค้าและการท่องเที่ยว บริเวณด่านพรมแดนแม่สาย - ท่าขี้เหล็ก เงียบเหงาลงไปแต่อย่างใด แต่พบว่ามีหน่วยข่าวกรองจากสำนักต่างๆ เข้ามาประจำอยู่ในพื้นที่มากขึ้น เพื่อเฝ้าสังเกตุการณ์ทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ภายหลังการเลือกตั้งผ่านไป และในช่วงของการประกาศภาวะฉุกเฉินของทางพม่าด้วย

พม่าปะทะกะเหรี่ยงชายแดนกาญจน์ไทยเจ็บ1

 เมื่อเวลา 14.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานารในฝั่งอำเภอพญาตองซูรบกันอยู่ ทั้งนี้มีการเผาสถานที่ราชการ อยู่ฝั่งตรงข้ามบริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์ ้รับบาดเจ็บ ยังไม่ทราบฝ่าย บริเวณฝั่งอำเภอพญาตอง ความคืบหน้า กรณีทหารพม่าเกิดการปะทะกับทหารกะเหรี่ยง 3 ฝ่ายประกอบด้วย ดีเคบีเอ เคบีเอส และเคเอ็นยู  ตามแนวชายแดน ฝั่งตรงข้ามอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 

 ล่าสุด นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอสังขละบุรี เปิดเยว่า ได้มีการปะทะกันระหว่างทหารพม่ากับกะเหรี่ยงไม่ทราบฝ่าย บริเวณฝั่งอำเภอพญาตองซู ขณะนี้ยังไม่ทราบความสูญเสีย จากการปะทะกันดังกล่าว ได้มีกระสุนปืนเอ็ม 79 มาตกยังฝั่งไทย 4 ลูก บริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์

 ขณะนี้ได้มีทหารจากองกองพลทหารราบที่ 9 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชป.)ของกองอาสารักษาดินแดนอำเภอสังขละบุรี จำนวน 2 กองร้อย เข้ามารักษาความสงบภายในพื้นที่แล้ว โดยกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชป.)ของกองอาสารักษาดินแดนอำเภอสังขละบุรี จะอยู่บริเวณ ร.ร.บ้านพระเจดีย์ ส่วนกองกำลังสุรสีห์ กองพลทหาราบที่ 9 จะรักษาความสงบอยู่บริเวณด่านพระเจดีย์สามองค์ และขณะนี้ก็ยังมีเสียงปืนสู้รบกันอยู่ มีการเผาสถานที่ราชการในฝั่งอำเภอพญาตองซู ประเทศพม่า

 ล่าสุดมีชาวพม่า และชาวไทยที่ค้าขายอยู่บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขบุรี จ.กาญจนบุรี ประมาณ 1 พันคน มาอาศัยอยู่ที่ โรงเรียนบ้านพระเจดีย์ ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดน 1 กม. เบื้องต้นได้รับรายงานว่า พบหญิงไทย ไม่ทราบชื่อนามสกุล ซึ่งเป็นแม่ค้าอยู่บริเวณแนวชายแดนได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด เอ็ม 79 ตก บริเวณร้านค้า

หอฯชี้ปะทะชนกลุ่มน้อย-พม่าแรงสุดในรอบ10ปี

 นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ  ประธานหอการค้าจังหวัดตาก  เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้านอ.แม่สอด จ.ตาก หลังทหารพม่า ได้ปะทะกับทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. ในพื้นที่จ.เมียวดี  จนมีกระสุนปืนค. 60 ล้ำตกเข้ามายังเขตไทยหลายนัด ที่บริเวณตลาดริมเมย  ทำให้ราษฎรพม่าเสียชีวิต 5 คน ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่คนไทยไม่ทราบชื่อ เสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 3 คน นับเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนด้านอ.แม่สอด หลังไม่เกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปี  คาดว่าเหตุการณ์ปะทะครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างแน่นอน และอาจทำให้ด่านชายแดนปิดยาวต่อเนื่องไปอีกแม้จะผ่านพ้นการเลือกตั้งใหญ่ในพม่าไปแล้ว

 ทั้งนี้ที่ผ่านมาหลังพม่าปิดด่านตั้งแต่เดือน ส.ค. จนถึง พ.ย. การค้าชายแดนทั้งส่งออกและนำเข้าเสียหายแล้วกว่าหลายพันล้านบาท  โดยเฉพาะการส่งออกแม้มีสินค้าบางชนิดสามารถส่งไปได้ตามท่าข้ามริมแม่น้ำเมย ส่วนที่ตลาดริมเมยบริเวณด่านชายแดนยังเปิดค้าขายได้ แต่หลังเกิดเหตุปะทะเชื่อว่าทุกอย่างจะหยุดชะงักทั้งหมด เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเสียหายมากน้อยเท่าใดต้องดูว่าเหตุการณ์จะรุนแรงต่อเนื่องหรือไม่และการปิดด่านจะยาวนานแค่ไหน

 นายบรรพต กล่าวอีกว่า  ยอมรับว่าปัญหาภายในของพม่าระหว่างทหารและชนกลุ่มน้อยต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งและไม่แน่ใจว่าจะยุติเมื่อใด ต้องติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดต่อไป แต่คาดว่าหากเหตุการณ์ยังรุนแรงต่อเนื่องและระยะเวลาในการปิดด่านทอดยาวออกไปอาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้การค้าชายแดนมาก รวมทั้งการท่องเที่ยวซึ่งขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูไฮซีซั่น แต่ยังไม่สาามรถประเมินได้ว่าการค้าที่ตลาดริมเมยจะเสียหายเท่าใด

 รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า  ล่าสุดทหารไทยได้สั่งให้ปิดตลาดริมเมยแล้วเพื่อความปลอดภัยของพ่อค้า ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยว ส่งผลให้บรรยากาศการค้าหยุดชะงักทั้งที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ย วหรือไฮซีซั่น

  เครือข่ายสตรีไทยใหญ่แฉกลโกงเลือกตั้งพม่า

 น.ส.จ๋ามตอง ผู้ประสานงานเครือข่ายสตรีไทยใหญ่ ( Shan Wemen ,  Action network ) เผยถึงความพยายามของรัฐบาลพม่าในการเลือกตั้งที่มีขึ้นว่าก่อนวันเลือกตั้งระหว่างวันที่ 1-6 พ.ย. ได้มีทหารพม่า ตำรวจและคณะกรรมการการ เลือกตั้งซึ่งเป็นคนของรัฐบาลทั้งหมดเดินทางลงพื้นที่ในภาคกลางและภาคเหนือของรัฐฉานรวมถึงอีกหลายพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล โดยนำบัตรเลือกตั้งมอบให้กับผู้นำ ชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนเสียงจากการชี้นำ พร้อมกับกำชับ ให้ส่งกลับคืนเฉพาะบัตรที่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคของรัฐบาล ส่วนในพื้นที่ที่ ผู้สมัครของพรรคอื่นชนะการเลือกตั้งไม่ให้นำบัตรเหล่านี้ไปรวมด้วย

 นอกจากนี้ในพื้นที่ห่างไกลในป่า ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายบัตรประชาชน ซึ่งไม่มีการมอบเอกสารใด ๆ ให้ ทำให้เชื่อว่าจะถูกนำชื่อไปใช้ในการลงคะแนนเสียง ให้กับรัฐบาลโดยที่ประชาชนไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

เชื่อหลังเลือกตั้งชายแดนระอุพม่าอ้างปชต.กวาดล้างชนกลุ่มน้อย

 นายคืนใส ใจเย็น บรรณาธิการสำนักข่าวสารไทใหญ่ (Shan Herald  Agency for News - S.H.A.N) และ อดีตประชาสัมพันธ์ส่วนตัวของขุนส่าและกอง ทัพสหปฎิวัติรัฐฉาน (SURA) กล่าวถึง ความตึงเครียดระหว่างทหารพม่ากับกอง กำลังชนกลุ่มน้อยที่ไม่ยอมวางอาวุธตามแนวชายแดนไทย - พม่า ว่า ก่อนการเลือก ตั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าได้ประกาศชัดเจนว่ากลุ่มที่ไม่ยอมวาง อาวุธถือเป็นกลุ่มนอกกฏหมายและกลุ่มก่อการร้าย

 โดยเชื่อว่าจากนี้ไปรัฐบาลพม่าชุดใหม่ จะอ้างความเป็นประชาธิปไตยที่ได้จากการเลือกตั้งเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มที่ไม่ยอมหยุดยิง ทำให้การสู้รบจะยังคงเดินหน้าต่อไปและมีโอกาสที่จะทวีควมรุนแรงมากขึ้น  ขณะที่กองกำลังชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มว้าที่ประกาศยินดีเจรจา ก็ เชื่อว่ารัฐบาลพม่าจะไม่เจรจาด้วย

 ส่วนการส่งกลับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยสงคราม เชื่อว่าทางการไทยอาจพูดเอาใจพม่า แต่ในทางปฏิบัติแล้วการส่งกลับจะเกิดขึ้นได้ต้องขึ้นอยู่กับพม่าว่าจะ เรียกร้องให้ส่งกลับหรือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพม่า แต่หากมีการส่งกลับจริงกลุ่มคน เหล่านี้อาจถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมโดยเฉพาะการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น มาหลายสิบปี

สั่งปิด5โรงเรียนเหนือนักเรียนกว่า4พันหนีกระสุนพม่า 

 นายทองสุข อยู่ศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 กล่าวถึงผลกระทบจากการสู้รบในฝั่งพม่าว่าในช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ย.  สพป.เขต 2 ได้สั่งปิดโรงเรียนซึ่งอยู่ในพื้นที่อยู่ใกล้จุดที่มีการสู้รบแล้ว 5 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนของรัฐ 5 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านห้วยม่วง โรงเรียนบ้านแม่ตาว โรงเรียนบ้านท่าอาจ และ โรงเรียนวังตะเคียน และ โรงเรียนภัทรวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน โดย สพป.เขต 2 ได้กำชับให้ครูทุกโรงเรียนให้ดูแลนักเรียนทั้งหมดกว่า 4,000 คน กลับบ้านอย่างปลอดภัย

 ส่วนการดูแลความปลอดภัยอาคารสถานที่ได้ให้นักการภารโรงและครูผู้ชายประสานกับ อปพร. และ ชรบ. จัดเวรยามเข้าดูแลความปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับคำสั่งปิดโรงเรียนครั้งนี้ยังไม่มีกำหนดเปิดที่แน่นอนซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์