ข่าว

ฝนถล่มสุราษฎร์ฯระดับน้ำแม่น้ำตาปีสูงขึ้น

ฝนถล่มสุราษฎร์ฯระดับน้ำแม่น้ำตาปีสูงขึ้น

08 พ.ย. 2553

จังหวัดสุราษฎร์ธานีฝนยังตกหนักเกือบทุกพื้นที่ระดับน้ำแม่น้ำตาปีเพิ่มสูงขึ้น จังหวัดเตือนชาวบ้านอาศัยริมภูเขาเฝ้าระวัง เอกชนจี้รัฐฯกำหนดมาตรการพื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้ชัด ปภ.สรุป30จังหวัดยังเผชิญอุทกภัย5จังหวัดหนาว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.53 ว่าสภาพอากาศโดยทั่วไปที่ จ.สุราษฎร์ธานียังมีฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่ตั้งแต่เช้า โดยที่โรงเรียนหลายแห่งยังประกาศปิดไม่มีกำหนด เนื่องจากถนนหลายสายในหมู่บ้านมีน้ำท่วมขังอีกระลอกหลังจากที่หยุดตกมาร่วม 2 วัน ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง

 ขณะเดียวกันระดับน้ำในแม่น้ำตาปีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 1 ซม.โดยเฉพาะพื้นที่ อ.พระแสง ระดับเพิ่มสูงขึ้นมากอยู่ที่ 6 เมตรแล้ว โดยมีน้ำจาก จ.กระบี่และ จ.นครศรีธรรมราชไหลมาสมทบเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำตาปีส่วนใหญ่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วทั้งเรือที่ใช้สัญจรไปมารวมทั้งข้าวสารอาหารแห้ง สำหรับสิ่งที่มีปัญหาคือเรื่องของการประกอบอาชีพที่ไม่สามารถกรีดยางได้มานานร่วม 1 สัปดาห์แล้ว เนื่องจากน้ำท่วมต้นยาง ทำให้ไม่มีรายได้

 ส่วนที่อ.เกาะสมุย มีฝนตกหนักเช่นกัน และยังมีน้ำท่วมขังในบริเวณที่ลุ่มเช่นเดิม เนื่องจากส่วนใหญ่มีการก่อสร้างอาคารปิดทางไหลของน้ำจึงทำให้น้ำท่วมทุกขังที่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะที่บริเวณหาดเฉวง น้ำยังท่วมขังเช่นเดิม ทำให้การเดินทางไปมาไม่สะดวกแม้ว่าทางเทศบาลเมืองเกาะสมุยได้ใช้เครื่องสูบน้ำระบายน้ำลงทะเลอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

 ขณะที่ทางจังหวัดได้ประกาศย้ำเตือนให้ชาวบ้านที่อยู่ริมภูเขาเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะพื้นที่ อ.พนม ,คีรีรัฐนิคม เนื่องจากยังเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านในขณะนี้ทางสภากาชาดไทยยังคงเปิดครัวที่ปั๊ม ปตท. อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานีทำอาหารกล่องแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เพราะบางพื้นที่ชาวบ้านเดินทางไม่สะดวก โดยที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดรถไปรับอาหารจากนั้นนำไปแจกจ่ายชาวบ้านในแต่ละวันซึ่งจะทำไปจนกว่าระดับน้ำจะลดลง

เอกชนจี้รัฐฯกำหนดมาตรการพื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้ชัด

         นายธีระกิจ หวังมุฑิตากุล ประธานหอการค้า จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ฝนได้ตกเพิ่มอีกระลอก ทำให้มีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจใน จ.สุราษฎร์ธานีอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่เกาะสมุยสร้างความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยวแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ส่วนพื้นที่อื่น ๆเป็นพืชผลทางการเกษตรและนากุ้งที่ยังประเมินค่าไม่ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีก

          อย่างไรก็ตามนับว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากที่สุดในหลายปีที่ผ่านมาของ จ.สุราษฎร์ธานี เพราะกระทบทั้งจังหวัดและจนถึงขณะนี้ระดับน้ำในหลายพื้นที่ยังไม่ลด บางพื้นที่ระดับน้ำยังเพิ่มสูง ทั้งนี้ขอฝากไปยังรัฐบาลให้วางมาตรการในการฟื้นฟูหรือเยียวยาให้ชัดเจน โดยเฉพาะสวนยางและสวนปาล์มจะมีวิธีการฟื้นฟูอย่างไรเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้

ทม.อุทัยฯทำความสะอาดชุมชนหลังน้ำลด
 
 เมื่อเวลา 08.30 น.เจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองอุทัยธานี ได้ออกช่วยชาวชุมชนแก้ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันด้วยโคลนช่วงน้ำท่วม และฉีดน้ำล้างทำความสะอาดบริเวณชุมชนและถนนภายในชุมชนสะพานยาว หลังระดับน้ำที่ท่วมขังลดระดับลงในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อนำดินโคลนที่ติดอยู่ตามผิวจราจรออก เป็นการป้องกันอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้ถนนในการสัญจร ไป-มา ตลอดทั้งวัน

 สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ยังพบพื้นที่น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 ตำบล คือ ตำบลหาดทะนง ตำบลเกาะเทโพ ตำบลสะแกกรัง และตำบลท่าซุง กับ ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีบางส่วน อ.เมือง จ.อุทัยธานี สภาพโดยรวมระดับน้ำทรงตัว ถึงลดลงเล็กน้อย วันละ 2-5 เซนติเมตร และยังพบปัญหาน้ำที่ท่วมขังตามบ้านเรือน ชุมชน และภาชนะที่เคยจมน้ำ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของยุงจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน

ปภ.สรุป30จังหวัดยังเผชิญอุทกภัย5จังหวัดหนาว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.รายงานว่า ปัจจุบันยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 18 จังหวัด 88 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อน 481,900 ครัวเรือน 1,422,889 คน พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหายกว่า 6,300,000 ไร่ ได้แก่ นครสวรรค์ นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี

ส่วนภาคใต้ยังคงประสบปัญหา 12 จังหวัด 122 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 357,646 ครัวเรือน 1,501,856 คน ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร และจ.ระนอง มีผู้เสียชีวิตรวม 43 ราย

ขณะที่สถานการณ์ภัยหนาว ปัจจุบันมีพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน จำนวน 5 จังหวัด 59 อำเภอ 414 ตำบล 4,989 หมู่บ้าน ได้แก่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน อุบลราชธานี สกลนคร