ข่าว

 ระวัง !“เลน-ตม”จะเป็น“ดินดาน”

ระวัง !“เลน-ตม”จะเป็น“ดินดาน”

08 พ.ย. 2553

สำหรับคนรุ่นใหม่หรือใครก็ตามที่มีชีวิตอยู่ในเมืองมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยสัมผัสชีวิตชาวทุ่งที่ต้องสัมผัสธรรมชาติที่อยู่ได้ด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนชาวบ้านร้านตลาดในชนบท หรือไม่เคยทนทุกข์ทรมานกับน้ำที่ท่วมบ้านเรือนหรือเรือกสวนไร่นามาก่อน อาจไม่ร

ดูจากข่าวในโทรทัศน์จะเห็นว่าผู้เฒ่าผู้แก่บางคนนั่งเหม่อลอย นับวันที่น้ำจะลด เมื่อเห็นน้ำเริ่มลดและแน่ใจว่าไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ ผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะช่วยกันวิดน้ำที่ขังอยู่ขึ้นมาล้างพื้นที่เต็มไปด้วยคราบโคลน ผู้เฒ่าผู้แก่รู้ดีว่าหากรอให้น้ำแห้งอาจจะหาน้ำมาล้างโคลนให้บ้านสะอาดไม่ได้...
 
 นั่นเป็นประสบการณ์ที่ชาวบ้านถูกน้ำท่วมทุกหลังต้องเร่งช่วยตัวเอง หากจะมีก็เพียงสองอย่างที่ชาวบ้านจะทำได้นั่นคือ การทำลาย “เลนหรือตม” ที่หมกในคูคลอง ร่องน้ำ ห้วย บึงที่มากับกระแสน้ำ ผมจำได้ว่าสมัยเรียนชั้นมัธยมกว่า 50 ปีที่แล้ว หลังจากน้ำในแควแม่ยมลดลงสู่ระดับปกติแล้ว คลองควายที่ชักน้ำจากแม่น้ำยมไปยังหนองป่าตอหลังหมู่บ้านจะมี “เลน-ตม” ทับถมกันจนหนาปึ้ก ท้องคลองที่ลึกไม่มากนัก ตื้นขึ้นมากว่าเดิมราวศอกเศษๆ เด็กๆ ชอบไปควักมาปั้นเป็นลูกกลมๆ เท่าลูกชิ้นเอาไปตากแดดจนแห้ง พวกเราเรียกมันว่า  “ลูกกระสุน” สำหรับใส่ยางรองหนังสติ๊กยิ่งนกหนูกันตามประสาเด็กวัยรุ่น

 ผมขออ้างถึงพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานหน่อยนะครับ เผื่อเด็กๆ ในเมืองไม่เคยเห็น “เลน” หรือ “ตม” จะได้เข้าใจเหมือนกัน ๆ เลน คือ ดินเปียกเหนียวจนปั้นไม่ได้  และ ตม คือ ดินเปียกที่เหนียวกว่าเลน ดินทั้ง 2 ชนิดนี้แหละครับ ที่ผมเตือนให้ระวัง ! ว่าจะกลายเป็นดินดานที่จับตัวกันจนแข็งเป็นชั้นยากที่จะละลายน้ำง่ายๆ หากจะ “ทำลาย” รัฐบาลต้องสั่งการให้หน่วยงานในแต่ละพื้นที่เร่งขุดมันขึ้นมาให้หมดหลังจากน้ำลดแล้ว นี่คือ “ตัวการใหญ่” ที่ทำให้ห้วย หนอง หรือบึง ตื้นเขินขึ้นทุกปีจนไม่มีที่เก็บกักน้ำ ทำให้น้ำทะลักเข้าไปท่วมในเรือกสวนไร่นาจนถึงบ้านเรือนและถนนเหมือนที่ 30 กว่าจังหวัดถูกน้ำท่วมขังนั่นแหละครับ

 ผมนั่งฟังการวางแผนช่วยเหลือราษฎรของรัฐบาลชุดนี้แล้ว ได้ยินแต่การสร้างขวัญและกำลังใจว่า รัฐบาลจะให้เงินช่วยเหลือด้านโน้นด้านนี้ ครัวเรือนละเท่านั้นเท่านี้ แต่ยังไม่ได้ยินรัฐบาลพูดถึงมาตรการแก้ไขหรือป้องกันน้ำท่วม จึงได้เตือนว่าอย่ามองข้าม “เลน- ตม” เพราะปล่อยไว้ก็ไม่ต่างไปจาก “ดินพอกหางหมู” ที่ทำลายยากอย่างยิ่ง

 นอกจากเรื่อง “เลน-ตม” แล้ว ผมขอร้องรัฐบาล กรุณาสั่งการไปยังกระทรวงคมนาคม ให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทที่กำลังเบิกงบซ่อมแซมถนนหนทางที่ถูกน้ำท่วมในขณะนี้ให้ส่งรถตักดิน ทั้งที่เป็น “เลน”  “ตม” และ “ดินจากถนน” ที่ทลายลงไปในร่องน้ำสองข้างทางหลวงขึ้นมาด้วยนะครับ จะเอาไปถมบ้านใครหรือเอาไปทิ้งที่ไหนก็เร่งทำเสียตอนที่ “เลน”  “ตม” ยังไม่แข็งจนเป็นดินดาน ถือซะว่าเป็นการซ้อม “ขุดลอกร่องน้ำ” ก่อนที่จะมีโครงการขุดลอกแม่น้ำลำคลองในพื้นที่ต่างๆ การตัก “เลน” “ตม” ที่ว่านี้จะเอาเฉพาะ 30 กว่าจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมไปหมาดๆ ก่อนก็ได้ครับ

 หลังน้ำในทุกพื้นที่ลดหมดแล้ว หากมีคราบของระดับน้ำท่วมตามฝาเรือนในจังหวัดไหน รัฐบาลก็ควรให้จังหวัดนั้นๆ สำรวจเส้นทางน้ำไม่ว่าจะเป็น แม่น้ำ ลำคลอง ร่องน้ำจนกระทั่ง ห้วย และบึง ว่ามีสภาพอย่างไร แล้วให้เสนอของบประมาณขึ้นมาพร้อมๆ กัน เพื่อลุยขุดซะในหน้าหนาวนี้ซะเลย ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็ให้ทยอยทำก่อนที่จะถึงฤดูฝนในปีหน้า ผมเชื่อว่าหากทำได้อย่างนี้ ปีหน้าชาวบ้านที่เคยถูกน้ำท่วม ตลอดจนข้าราชการและนักการเมืองที่เป็นรัฐบาลคงนอนตาหลับกันทุกคน ชาวบ้านก็นอนตาหลับที่ไม่ต้องลุกมาวิดน้ำ ข้าราชการและนักการเมืองก็นอนตาหลับที่ไม่ถูกชาวบ้านแช่งชักหักกระดูกไงครับ

ภาณุมาศ ทักษณา