
สน.เซเว่นฯ
ต่อไปนี้เราจะได้เห็นการบริการรูปแบบใหม่ในการรับแจ้งเหตุร้ายผ่านร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น ในเครือซีพี
การร่วมมือกันครั้งนี้เบื้องต้นเน้นไปกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่โดนทำร้ายร่างกาย ถูกชิงทรัพย์หรือเกิดเหตุลักษณะอื่นๆ โดยโครงการนำร่องจะเริ่มใน 181 สาขา ครอบคลุมพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง และ อ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี
ทดสอบบริการ 2 เดือน จากนั้นจะนำข้อมูลมาปรับปรุง เพื่อให้งานกระชับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและอาจขยายไปยังจังหวัดท่องเที่ยวทั่วประเทศทั้งกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ เกาะสมุย และเชียงใหม่
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีตำรวจท่องเที่ยว สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นแม่งานคอยประสานความช่วยเหลือหากรับแจ้งจากพนักงานร้านผ่านหมายเลขเดิมคือ 1155
ซึ่งบริษัทซีพีออลล์ฯ ได้ลงนามความร่วมมือไว้แล้วภายใต้ชื่อ "7-11 police Contact Point For Tourist"
พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. ให้รายละเอียดว่า นักท่องเที่ยวจะต้องกรอกแบบฟอร์มขอความช่วยเหลือจากนั้นพนักงานร้านจะโทรแจ้งโดยให้ผู้เสียหายพูดคุยกับตำรวจท่องเที่ยวเพื่อขอรายละเอียดเบื้องต้น
ความร่วมมือนี้ นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสิทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการซีพีออลล์ยืนยันว่า พนักงานสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอนเพราะทั้งหมดผ่านการอบรมและพูดคุยกับนักท่องเที่ยวได้ และในอนาคตจะขยายไปยังเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ
เป้าหมายของเซเว่นฯ ก็เพื่อดึงเงินเข้าประเทศและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองไทย
โครงการนี้ต้องบอกว่าเซเว่นฯ กล้าหาญมาก และเชื่อว่าทางซีพีออลล์กับตำรวจท่องเที่ยวต้องมีแผนรองรับกรณีที่คนร้ายอาจมองเซเว่นฯ ไปขัดขวาง จนมีการเอาคืนกันในภายหลัง
ความจริงโครงการดีๆ แบบนี้ต้องสนับสนุนเพราะโดยทั่วไปองค์กรเอกชนคงไม่มีใครกล้าทำ แต่เมื่อเซเว่นฯ เห็นว่ามีประโยชน์หน่วยงานรัฐต้องสนับสนุนโดยเฉพาะสถานีตำรวจในท้องที่
ไม่รู้ว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเซเว่นฯ เคยถูกปล้น ถูกจี้อยู่บ่อยๆ พนักงานมีประสบการณ์ก็เลยมีแนวคิดออกมาหรือเปล่า
แต่หากโครงการนี้ไปได้ดีขยายสาขาทั่วประเทศ เนื่องจากเซเว่นฯ มีอยู่ทุกตรอกซอกซอย จะเป็นส่วนช่วยตำรวจป้องปรามอาชญากรรมได้อย่างดี
ไม่แน่อนาคตเซเว่นฯ อาจถูกโหวตให้เป็น สน.ดีเด่นบ้างก็ได้!!



