
น้ำชีเพิ่มสูงเตรียมอพยพชาวนากาฬสินธุ์
ชาวนา 4 หมู่บ้านร่วมลงแขกพายเรือออกไปเกี่ยวข้าวที่ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยวันละ 10 ซม. เกษตรอ.ฆ้องชัยเผยนาข้าวเสียหายสิ้นเชิงแล้ว กว่า 4,000 ไร่ ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์สั่งการเฝ้าระวังพนังกั้นน้ำตล
วันที่ 7 พ.ย. 53 นายทวี นาถมทอง กำนันต.โคกประสิทธิ์ นายหนูแหวง นาถมทอง ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนชัย นำชาวบ้านจากบ้านโนนชัย หมู่ 1 บ้านโคกประสิทธิ์ หมู่ 5,10และ หมู่ 12 ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ลงแขกพายเรือเกี่ยวข้าว ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นทำให้การเกี่ยวข้าวในน้ำเป็นไปอย่างลำบากแก่ชาวนากาฬสินธุ์เป็นอย่างมาก
นายทวี นาถมทอง กำนันต.โคกประสิทธิ์ กล่าวว่า จากภาวะน้ำชีเอ่อล้นพนังกั้นน้ำทำให้น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวสูงถึง 1.5 เมตร นอกจากนี้นาข้าวของชาวบ้าน 4 หมู่บ้านถูกน้ำท่วมเสียหายสิ้นเชิงแล้ว 4 ,000 ไร่ นาข้าวบางแห่งไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้าวได้เพราะระดับน้ำสูงเกิน 2 เมตร แต่เกษตรกรก็พยายามดำน้ำเข้าไปเกี่ยวข้าวเพราะเสียดายเงินที่ลงทุนในการทำนาไปในปีนี้
“แม้ว่าต้องลุยน้ำในสภาพอากาศที่หนาวเย็นแค่ไหนชาวบ้านก็ต้องลงน้ำไปเกี่ยวข้าวในน้ำที่เย็นเฉียบเพราะข้าวที่ถูกน้ำท่วมเป็นเงินทองที่ลงทุนไปบางรายไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวมาได้เลยนั่นก็เท่ากับว่าเงินจมน้ำไปด้วยสุดท้ายก็ต้องเป็นหนี้สินเพราะไม่มีข้าวไปขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ สิ่งที่จะช่วยเหลือกันได้ก็เพียงช่วยกันเก็บเกี่ยวข้าวที่ถูกน้ำท่วม ทุก ๆ คน ออกแรงช่วยกันเหมือนการให้กำลังใจกันและกันด้วย”นายทวีกล่าว
สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ อุตุนิยมวิทยา จ.กาฬสินธุ์แจ้งว่าสภาพอากาศมีความหนาวเย็น พื้นที่ราบอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 13-14 องศาเซลเซียส ขณะที่ยอดดอยต่ำสุดวัดได้ 7-9 องศาเซลเซียส
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเตรียมอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม โดยเน้นความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องเตรียมพร้อมตลอด 24 ชม. รวมทั้งการเฝ้าระวังปัญหาพนังกั้นน้ำที่มีปัญหารอยร้าวตลอดแนว 31 กม.
นายกฯมอบถุงยังชีพชาวสุราษฎร์ธานี
เมื่อเวลาประมาณ 12.45 น.วันที่ 7พ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางอัญชลี วานิชเทพบุตร นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง นายอิสรา สุนทรวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่มาเยี่ยมราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ไชยา ซึ่งประสบความเสียหายมากอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัด
โดยมี นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้กล่าวรายงานสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ 19 อำเภอ ซึ่งที่ อ.ไชยามีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดเมื่อวันที่ 2 พ.ย. วัดปริมาณน้ำฝนได้ 396 มิลลิเมตร อ.เกาะสมุย ท่าชนะ ดอนสัก วัดปริมาณน้ำฝนได้ 320 - 340 มิลลิเมตร พื้นที่ 115 ตำบล 858 หมู่บ้น 44 , 335 ครัวเรือน 144476 คน โรงเรียน 132 หลัง มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บ้านเรือนเสียหาย 1234 หลัง ถนนชำรุด 244 สาย สะพานและคอสะพาน 18 แห่ง ฝาย 3 แห่ง ท่อระบายน้ำ 31 แห่ง มูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นกว่า 30 ล้านบาท
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวยืนยันกับชาวบ้านก่อนมอบถุงยังชีพให้กับตัวแทนชาวบ้านจำนวนหนึ่งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทางรัฐบาลได้สั่งการทุกกระทรวง ทบวง กรม ไปแล้ว เร่งให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูตามสภาพคามเสียหาย
โดยมี 2 เรื่องที่จะนำเข้า ครม.ในวันอังคารที่ 9 พ.ย.นี้เพื่อขออนุมัติงบประมาณความช่วยเหลือด้านความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุ และสวนยางพารา พร้อมกับสั่งการไปทุกกระทรวงในการตรวจสอบระบบการระบายน้ำทั้งหมดและเพิ่มพื้นที่แก้มลิง เพื่อจัดทำงบประมาณในการแก้ปัญหาต่อไป
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไปยังวัดพัฒนาราม พระอารามหลวง เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ นายวัชรัตน์ บุญฤทธิ์ อายุ 32 ปี ปลัดอำเภอจะนะ จ.สงขลา ที่เสียชีวิตจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยกล่าว แสดงความเสียใจกับญาติ ๆ พร้อมกับมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับตัวแทนญาติ
ระดมจนท.ทำงาน24ชม.เก็บขยะหมื่นตันเกลื่อนหาดใหญ่
นายไพร พัฒนโน นายเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการฟื้นฟูเขตตัวเมืองหาดใหญ่หลังจากที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งทุกภาคส่วนได้ร่วมกันเก็บกวาดขยะและฟื้นฟูเมืองอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แต่เนื่องจากปริมาณขยะมีจำนวนมากประมาณ10,000 ตัน ทำให้ต้องใช้เวลาในการดำเนินการต่ออีกอย่างน้อย 5 วัน
โดยขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บกวาดขยะตลอด24ชั่วโมง โดยได้สลับผลัดเปลี่ยนกันทำงานเพื่อเร่งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมกับกำหนดโวนการทำงานออกเป็น 3 โซนหลัก คือ โซนย่านเศรษฐกิจ ,โซนถนนสายหลัก และโซนพื้นที่ทั่วไปเพื่อให้ง่ายในการดำเนินการอย่างมีระบบ
"พื้นที่ในย่านเศรษฐกิจการค้าได้เก็บกวาดขยะ และฉีดน้ำทำความสะอาดเกือบแล้วเสร็จ ส่วนในพื้นที่รอบนอกตัวเมือง และตามตรอกซอกซอยต่างๆยังเต็มไปด้วยขยะ ซึ่งทุกฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนขยะทั้งหมดจะถูกนำไปพักไว้ตามจุดพักขยะของเทศบาลฯในพื้นที่ต่างๆเพื่อรอการคัดแยกและนำไปจัดการฝังกลบอย่างเป็นระบบต่อไป "นายไพร กล่าว
นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การแก้ไขปัญหาระบบสัญญาณไฟจราจรในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ ที่ส่วนใหญ่ยังใช้การไม่ได้ ทำให้ระบบการจราจรติดขัดทั่วทั้งเมือง ขณะที่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา สามารถเปิดบริการได้แล้วแต่ยังไมเต็มประสิทธิภาพ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ
ผู้ว่าฯปัตตานีระดมจนท.นั่งฮ.สำรวจหาดหลังคลื่นซัด17ศพเกยฝั่ง
นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผวจ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.ปัตตานีเริ่มคลายในหลายพื้นที่ขณะที่การให้ความช่วยเหลือต่างๆก็เริ่มกระจายเข้าไปทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องแล้ว ขณะที่บริเวณชายอ่าวปัตตานีหลายจุด โดยเฉพาะที่หาดดาโต๊ะ ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง ชาวบ้านได้พบศพลูกเรือประมงที่ลอยมาเกยต้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดพบศพแล้ว 17 ศพ
ขณะเดียวกันเชื่อว่าน่าจะมีศพอีกจำนวนหนึ่งที่อาจถูกคลื่นซัดมาเกยฝั่งอีกในช้วง1-2 วันนี้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและกองทัพเรือนำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจดูพื้นที่เพื่อสำรวจหาซากเรือ และศพที่อาจลอยอยู่ในทะเลอีกจำนวนหนึ่ง
"ขณะนี้เราไม่ทราบว่าศพทั้ง 17 ศพเป็นใครมาจากไหน แต่มีการสันนิษฐานเบื้องต้นว่าน่าจะเป็นลูกเรือชาวต่างด้าวที่ถูกพายุเมื่อคืนวันที่ 1พ.ย.ที่ผ่านมาพัดกระหน่ำจนเรือล่มทำให้ลูกเรือจมน้ำเสียชีวิต กระทั่งเมื่อพายุสงบศพจึงลอยเข้าฝั่ง โดยแต่ละศพไม่ปรากฎหลักฐาน ขณะที่เมื่อมีการตรวจสอบชาวบ้านในพื้นที่ปัตตานีโดยภาพรวมก็ไม่พบว่ามีลูกเรือหรือชาวบ้านในพื้นที่ใดสูญหายทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นลูกเรือนอกพื้นที่"นายนิพนธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามสำหรับศพทั้ง 17 ศพ ขณะนี้ถูกส่งไปชันสูตรพลิกศพเพื่อรอให้ญาติเข้ามาติดต่อที่โรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่ จ.ปัตตานี เช่น โรงพยาบาลยะหริ่ง โรงพยาบาลปัตตานี
เตรียมเสนอผู้ว่าฯประกาศ8อำเภอลำพูนหนาว
นายชุมพร อินตะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.ลำพูน เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 - 9 พ.ย. นี้ ปภ.ลำพูน เตรียมเสนอเรื่องต่อผู้ว่าราชการจ.ลำพูน ออกประกาศพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ คือ เมืองลำพูน แม่ทา บ้านธิ ป่าซาง บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้าง ลี้ และเวียงหนองล่อง เป็นพื้นที่ประสบภัยหนาวหลังจากอุณหภูมิลดต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสติดต่อกันนาน 3 วัน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น
ทั้งนี้หลังผู้ว่าราชการจ.ลำพูน ประกาศพื้นที่ประสบภัยหนาวแล้ว ปภ.จะเร่งสำรวจความต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาวของประชาชนในพื้นที่เพื่อเร่งช่วยเหลือและนำไปแจกจ่ายบรรเทาความหนาวเย็น ซึ่งคาดว่าฤดูหนาวปีนี้จะหนาวเย็นกว่าทุกปี



