ข่าว

ตองเหลืองน่านขาดเสื้อผ้าห่มกันหนาว

ตองเหลืองน่านขาดเสื้อผ้าห่มกันหนาว

07 พ.ย. 2553

นอภ.อมก๋อย เร่งนำสิ่งของ-เครื่องนุ่งห่มกันหนาวแจกจ่ายชาวบ้าน หลัง จว.ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยหนาว เผยส่วนใหญ่ผ้าห่มมีเพียงพอแล้ว วอนผู้บริจาค เน้นเสื้อกันหนาว - กางเกงขายาวสำหรับเด็ก-ผู้ใหญ่ ห่วงชาวเขาก่อไฟผิงในบ้าน ประสานกำนัน - ผญบ. - อปท.แจ้งชา

 (7พ.ย.) นายเทอดศักดิ์ จารุอักขระ นายอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จ.เชียงใหม่ได้ประกาศให้อำเภอออมก๋อยเป็นพื้นที่ประสบภัยหนาวแล้ว หลังจากอุณหภูมิลดต่ำกว่า 15 องศาเซลเซลต่อเนื่องกว่า 3 วัน อำเภอและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้ความช่วยเหลือนำเครื่องนุ่งห่มกันหนาวไปแจกจ่ายให้ราษฎร ซึ่งอำเภออมก๋อยมีจำนวนประชากรอยู่ 56,000 คน เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงถึง 75%  ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนดอยสูง

 นอกจากนี้เริ่มมีองค์กรเอกชน มูลนิธิต่างๆ นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาวมาแจกจ่ายให้ราษฎรบ้างแล้ว  อำเภอขอประชาสัมพันธ์ผ่านไปยังผู้มีจิตศัทธาหากต้องการนำสิ่งของมาบริจาคช่วยผู้ประสบภัยหนาวว่าผ้าห่มมีเพียงพอแล้ว  จึงอยากให้นำเสื้อกันหนาวและกางเกงขายาวคละไซส์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่มาบริจาคให้ราษฎรมากกว่า เพราะสามารถสวมใส่เพื่อกันลมหนาวได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน

 นายเทอดศักดิ์ กล่าวว่า  อำเภอยังประสานไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ให้ชี้แจ้งและขอความร่วมมือราษฎรชาวเขาที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง ดูแลรักษาสุขภาพเพราะช่วงฤดูหนาวชาวบ้านมักกอกองไฟผิงในบ้าน อาจเกิดอาการเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเนื่องจากบ้านของชาวเขาส่วนใหญ่ไม่มีหน้าต่างหรือช่องระบายอากาศจึงขอให้ระมัดระวัง  

ตองเหลืองน่านขาดเสื้อผ้า-ห่มกันหนาว

 นายธวัธ เพชรวีระ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้รับรายงานจากการสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวสงเคราะห์ราษฎรผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดน่าน ทั้ง 15 อำเภอ 94 ตำบล 10 เทศบาล 920 หมู่บ้าน 129,570 ครัวเรือน 473,194 คน พบว่ามีความต้องการเครื่องกันหนาว 77,180 คน  โดยเฉพาะที่ อ.เวียงสา 16 ตำบล 2 เทศบาล มีความต้องการมากที่สุด 14,481 ผืน ขณะที่ศูนย์เด็กเล็กวัยเตาะแตะชุมชนมลาบรี(ตองเหลือง)ขาดเสื้อผ้าเครื่องกันหนาว เด็ก 28 คน ในศูนย์ฯต้องนอนขดสู้อากาศหนาวช่วงนอนกลางวัน

 นายสุเมษ สายสูง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.น่าน กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานพมจ.น่าน ในเรื่องแรกเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตประชาชน เรื่องเกี่ยวกับภัยหนาวที่เกิดขึ้นกับจังหวัดน่านในช่วงนี้ นายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.น่าน ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีการเตรียมแผนช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับภัยหนาวและเตรียมที่จะประกาศพื้นที่ภัยหนาว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา  

 ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ที่ต้องการเครื่องกันหนาว 77,180 คน ได้ให้แยกข้อมูลประเด็นต้องช่วยเหลือก่อนเร่งด่วน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกที่มีความจำเป็นต้องช่วยเหลือทันที ผู้สูงอายุ , คนพิการ และกลุ่มเด็กผู้มีปัญหาต่างๆหาขาดผู้อุปการะต้องได้รับการดูและเป็นระดับแรก รองลงมาเป็นกลุ่มผู้ยากจน กลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มที่ขาดแคลนหมายความว่ามีอยู่แต่ไม่เพียงพอ ต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบรายงานตั้งแต่ท้องถิ่นระดับอำเภอ

 สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ที่สำคัญ คือกลุ่มมลาบรี หรือตองเหลือง เป็นกลุ่มที่น่าสนใจและมีความสำคัญมาก ซึ่งทางจังหวัดก็มีความห่วงใยมาก ในวันนี้จึงได้มอบหมายให้นายเทวฤทธิ์ ชาตรีนันท์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ ผู้ช่วยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน ร่วมกับสื่อมวลชนเข้าไปเยี่ยมเยียนความเป็นอยู่

 นายสุเมษ กล่าวว่า จากการเดินทางไปที่เยี่ยมชนเผ่ามลาบรี หรือเผ่าตองเหลือง ที่บ้านห้วยหยวก หมู่ที่ 6 ต.แม่ขนิง อ.เวียงสา จ.น่าน พบว่ามีประชากรทั้งหมด 31 หลังคาเรือน 35 ครอบครัว 174 คน ผู้ใหญ่ชาย 33 คน ผู้ใหญ่ผู้หญิง 38 คน เด็กชาย 41 คน เด็กผู้หญิง 61 คน โดยที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัยเตาะแตะชุมชนมลาบรี มีเด็กอายุตั้งแต่วัย 1ขวบ 6 เดือน ถึง 5 ขวบ 28 คน เป็นเด็กชาย 13 คน เด็กหญิง 15 คน

 นางอรชร กาลา ผู้ดูแลเด็กเล็ก(ผดล.) กล่าวว่า ขณะนี้ในตอนเช้ามีอากาศเย็น เด็ก ๆ ขาดเสื้อผ้ากันหนาว ตอนเช้าจะไม่เข้าห้องเรียน จะจัดกิจกรรมกลางแสงแดดเด็กเล็กให้เขาได้เล่นเครื่องเล่นที่อยู่หน้าศูนย์ฯ ส่วนเด็กโตก็ฝึกให้พวกเขาปลูกผักสวนครัว โดยการทำแปลงเพาะเมล็ดพันธุ์ผักกาด , ผักคะน้า , ต้นหอมผักชี จากนั้นก็ย้ายมาปลูกจัดเป็นสวนหย่อมหน้าศูนย์ฯ ให้เขาช่วยกันรดน้ำพรวนดิน นำปุ๋ยคอกมาใส่ เป็นการฝึกให้เขารู้จักการทำเกษตรปลูกผักสวนครัวที่ศูนย์ พอผักโตก็จะนำไปทำอาหารให้เขากิน เป็นการสอนให้รู้ว่าผักสวนครัวไม่จำเป็นต้องไปซื้อ และต่อไปก็ให้เขานำพันธุ์ผักจากแปลงเพาะนำกลับไปบ้าน ชวนพ่อแม่ผู้พี่ ๆ ช่วยกันปลูกผักที่บ้าน ได้เป็นอาหารของครอบครัว เป็นการสอนเด็กให้นำความรู้ที่ได้กลับไปสู่พ่อแม่ และครูจะไปตรวจให้คะแนน ถ้าผักสวนครัวของใครงามจะมีรางวัลให้

 ในช่วงบ่ายที่เป็นเวลานอนอากาศก็ยังหนาวเย็นมีลมพัดแรง สภาพที่เห็นเด็ก ๆ ทั้ง 28 คน นอน จะไม่มีผ้าห่มต้องนอนขดตัว ซ้ำร้ายหลายคนไม่มีกางเกงใส่ บางคนมีแต่เนื่องจากฉี่รดกางเกง ก็ต้องถอดออกแต่ไม่มีเปลี่ยนจึงต้องนอนเปลือยท่อนล่าง และเด็กๆ จะป่วยเป็นหวัดกันมาก เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น ผ้าห่มเสื้อผ้าเครื่องกันหนาวไม่มีพอที่จะให้ความอบอุ่นร่างกาย จึงทำให้เป็นโรคทางเดินหายใจ

 นางอรชร กล่าวว่า เมื่อก่อนจะมีเปลี่ยน เมื่อเด็กเล็กนอนฉี่ และให้ใส่กลับไปบ้าน บอกกับผู้ปกครองให้ทำการซักแล้วตอนเช้านำกลับไปที่ศูนย์ฯ ปรากฏว่านำกลับมาบ้างไม่นำกลับมาบ้าง เสื้อผ้ากางเกงสำรองที่ศูนย์ก็หมดไม่มีจะเปลี่ยนให้ อย่างที่เห็น

 นายเทวฤทธิ์ ชาตรีนันท์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ ผู้ช่วยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน กล่าวว่า จากการมาตรวจสภาพของเด็กเล็ก ที่ศูนย์พัฒนาเด็กวัยเตาะแตะชุมชนมลาบลี พบปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัยเตาะแตะชุมชนมลาบรี ขาดเสื้อผ้ากันหนาวและที่ศูนย์ฯเองก็ขาดผ้าห่มกันหนาวห่มให้เด็กนอนตอนกลางวัน ขาดเสื้อผ้าชุดสำรองให้เด็กเมื่อขับถ่ายปัสสาวะอุจจาระลดกางเกงตองปล่อยในให้นอนเปลือยท่อนล่าง

 นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวเหน็บ ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจกันเกือบหมู่บ้าน ต้องก่อนไฟผิง และนำเด็กออกรับแดด ขณะนี้ขาดแคลนผ้าห่มยังไม่มีคนบริจาค ที่มีก็บางไม่มีคุณภาพ วอนหากไปแจกขอให้มีคุณภาพกันหนาวได้ ส่วนใหญ่ครอบครัวมีลูกหลายคนจึงไม่เพียงพอขณะนี้

ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเขตภัยหนาว7อำเภอ

 นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นางพิมพ์วิมล ถาวรสถิตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสมาชิกกาชาด พ.อ.อ.นิพันธ์ บุญหลวง นายอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้นำผ้าห่มกันหนาวและเสื้อกันหนาว และเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบให้แก่ราษฏรชาวไทยภูเขาบ้านปางตอง บ้านหัวแม่สุรินทร์ และบ้านแม่อูคอ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 300 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นอยู่ในขณะนี้โดยเฉพาะราษฏรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง

 นายกำธร กล่าวว่า  จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเขตภัยหนาว ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 รวม 7 อำเภอ 43 ตำบล 6 เทศบาล โดยมีราษฎรที่ได้รับผลกระทบที่อยู่บนพื้นที่สูงและพื้นที่ราบประมาณ 140,000 คน ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้เร่งให้ความช่วยเหลือในการมอบผ้าห่มกันหนาวและเสื้อกันหนาวให้แก่ราษฎรดังกล่าว