ข่าว

ดินถล่มอีกลานสกาชาวบ้านยังผวาหนัก

ดินถล่มอีกลานสกาชาวบ้านยังผวาหนัก

07 พ.ย. 2553

ชาวต่างชาติกว่าครึ่งร้อยลุยทอดกฐินกลางน้ำอย่างทุลักทุเล พระมจร.แจกสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลนครสงขลาเร่งปรับภูมิทัศน์ชายหาดสมิหลา

 (7พ.ย.) สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองแม่จะเริ่มคลี่คลายไปมากแต่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังสูงกว่าตลิ่งกว่า 1 เมตร ทำให้พื้นที่ของบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม น้ำยังมีปริมาณที่สูงอยู่บางพื้นที่น้ำยังสูงกว่า 1.50 เมตร ประชนยังได้รับความเดือดร้อนอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณวัดจำปาหล่อ อ.เมือง ที่น้ำยังสูงเกือบ 2 เมตร

 โดยวันนี้เวลา 09.00 น. ที่วัดจำปาหล่อได้มีชาวอินโดนิเซีย กว่า 50 คน เดินทางมาทำการทอดกฐิน แต่ด้วยระดับน้ำที่ท่วมสูงจึงทำให้การเดินทางเข้าไปในวัดเป็นไปอย่างทุลักทุเล ทางวัดต้องขอเรือท้องแบนจากทหารมาคอยรับส่ง

 ด้านพระอธิการพรหม กิจจากาโร เจ้าอาวาสวัดจำปาหล่อ กล่าวว่า วัดจำปาหล่อน้ำท่วมมานานกว่า 2 อาทิตย์แล้ว ถึงแม่ระดับน้ำจะลดลงแต่น้ำก็ยังสูงอยู่ทำให้การทำกิจของทางสงฆ์ต้องลำบากอย่างมากโดยเฉพาะในวันนี้ ทางพระอาจารย์หนู วิวรรธมงคล เจ้าอาวาสวัดพุทธดำดามะ ซึ่งเป็นวัดไทยในประเทศอินโดนีเซีย ได้นำประชาชนชาวอินโดนิเซีย กว่า 50 คน เดินทางมาทอดกฐินที่วัด แต่ก็ต้องเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็ต้องดำเนินการไปตามสภาพเพราะทางเราทำอะไรไม่ได้ โชคดีที่มีเรือท้องแบน จากทหารมาช่วยไม่อย่างนั้นกฐินวันนี้ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น

พระมจร.แจกสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัย

 ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) พร้อมคณะได้เดินทางไปบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคและปัจจัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในเขตตอำเภอท่าเรือและเสนาจ.พระนครศรีอยุธยา เขตอำเภอบ้านหม้อ จ.สระบุรี เขตอำเภอเมือง จ.อ่างทอง

ส่วนคณะสงฆ์มจร.นำโดยพระครูธรรมสารโสภิต เจ้าคณะอำเภอแกลง จังหวัดระยอง นำคณะสงฆ์หน่วยวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.ระยองร่วมกับบริษัทไออาร์ซีพี จำกัด(มหาชน) นำถุงยังชีพ ยาสามัญประจำบ้าน พร้อมเครื่องนุ่งห่ม จำนวน 2,000 ชุด มาแจกเพื่อเป็นทานให้แก่ประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงจะได้พากัน มีกำลังใจในการต่อสู้กับภัยหนาวที่กำลังมาเยือนอยู่ในขณะนี้ ที่ วัดพระโต บ.ปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี มี พระครูพุทธวราธิคุณ เจ้าคณะอำเภอนาตาล กับ นายปัญญา เศวตธรรมปลัดอาวุโส อ.นาตาลนำชาวบ้าน จำนวน 2,000 คน เข้าร่วมรับการแจกทานกันคับคั่ง

ดินถล่มอีกลานสกาชาวบ้านยังผวาหนัก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งจากสถานการณ์โดยทั่วไปพบว่า บริเวณรอบนอกตัวเมือง น้ำยังคงท่วมสูงอยู่ ส่วนภายในตัวเมืองระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว ทั้งนี้ คาดว่า ภายใน 2 วันนี้สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่ อ.สิชล และ อ.ขนอม นั้นล่าสุดสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยนครศรีธรรมรคาช ได้รับแจ้งเหตุดินและโคลนถล่มอีกจุด ในพื้นที่ม.8 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นวงกว้าง แต่ยังไม่ได้รับรายงานผู้สูญหายเสียชีวิต หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินแต่อย่างใด ในขณะที่ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง

 นายยงยุทธ กระจ่างโลก กำนันตำบลกำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้รับแจ้งแล้ว แต่จุดที่เกิดเหตุนั้นโชคดีที่เป็นพื้นที่ป่าเขา ซึ่งอยู่ใกล้กับธารน้ำท่าหา ต.กำโลน ขณะนี้ยังไม่มีใครเข้าไปใกล้ได้ เนื่องจากมีการทรุดตัวอยู่ตลอดเวลา ส่วนดินที่ถล่มลงมานั้นได้ลงไปอยู่ในธารคลองท่าหา

 อย่างไรก็ตามพื้นที่ละแวกนั้นเป็นสวนของชาวบ้านที่ไม่มีคนอาศัย และเป็นพื้นที่ป่าสงวน ติดต่อกันคาดว่าผ่านพ้นคืนนี้ไปก่อน จึงจะมีการตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนพื้นที่จุดเสี่ยงดอื่นๆ นั้นชาวบ้านต่างช่วยกันเฝ้าระวันอยู่ตลอดเวลา

 นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากจมน้ำอีก 1 ราย ทราบชื่อ นายแดง จัตุรัส อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 ม. 4 ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

 สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่นายแดง ออกจากบ้านเดินฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากบริเวณริมทางรถไฟ เพื่อจะไปหาซื้อของกินที่ในตัวตลาดทานพอ ปรากฏว่านายแดง ได้ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากพัดร่างจมหายไปกับกระแสน้ำ ญาติและชาวบ้านได้ลงงมร่างค้นหาอยู่นานตลอดทั้งวันก็ยังไม่พบร่าง

เทศบาลนครสงขลาเร่งปรับภูมิทัศน์ชายหาดสมิหลา

 ที่บริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลาสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นบริเวณที่ถูกพายุดีเปรสชั่นพัดถล่มจนต้นสนหักโค่นล้มระเนระนาดกว่า 100 ต้น ซึ่งเป็นแนวสนที่ทางเทศบาลนครสงขลาหวงแหนมาก ได้มีการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและแนวสนความยาว 860 เมตร เพิ่งแล้วเสร็จเป็นเงิน 46 ล้านบาท แต่มาถูกพายุดีเปรสชั่นถล่มจนต้นสนทั้งที่ชายหาดชลาทัศน์ ชายหาดสมิหลาและบริเวณปลายสนอ่อน ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา

 ทางเทศบาลนครสงขลา มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเคลื่อนย้ายต้นสนที่หักโค่นและล้มถอนรากถอนโคนออกจากบริเวณชายหาดชลาทัศน์ ชายหาดสมิหลาและบริเวณปลายสนอ่อน โดยเร็วที่สุดเพื่อที่จะทำการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ชายหาดให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมให้มากที่สุดและเร็วที่สุด แต่เนื่องจากในขณะนี้กำลังของเทศบาลนครสงขลาที่จะเข้ามาช่วยในการตัดต้นไม้มีไม่เพียงพอ เนื่องจากต้นไม้ที่ล้มเป็นไม้ขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ต้นสนอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน

 ทางเทศบาลนครสงขลาจึงได้ประกาศให้ประชาชนที่มีเลื่อยยนต์ใช้สำหรับตัดต้นสนขนาดใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยทางราชการตัดต้นสนที่ล้มบริเวณชายหาดทั้ง 3 แห่ง โดยมีประชาชนมายื่นความจำนงสนใจเข้ามาช่วยกว่า 30 ราย โดยไม่คิดค่าแรงแต่ขอแลกเปลี่ยนเป็นไม้ต้นสนที่ตัดแทนค่าแรง

 ทางเทศบาลนครสงขลาก็รับเงื่อนไขอันนี้ทำให้การตัดต้นสนที่ล้มดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งเมื่อการตัดต้นสนออกไปหมดแล้ว ก็จะเร่งทำความสะอาดเก็บกวาดกิ่งสน ใบสน ออกจากชายหาดให้หมดโดยเร็วเพื่อกอบกู้และฟื้นฟูชายหาดชลาทัศน์และชายหาดสมิหลาให้กลับมามีสภาพที่น่าท่องเที่ยวต่อไป

 เนื่องจากชายหาดชลาทัศน์และชายหาดสมิหลาสงขลาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสงขลามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางเทศบาลนครสงขลาต้องเร่งรัดให้มีการตัดต้นสนออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดเพื่อทำการฟื้นฟูต่อไป

น้ำชีเข้าท่วมพื้นที่จังหารเพิ่มระดับอย่างต่อเนื่อง
 
 สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ร้อยเอ็ด เอวันที่ 7 พ.ย. 53 น้ำชีที่เขตพื้นที่ อ.จังหารเพิ่มสูงขึ้นในช่วงกลางคืน 10 ซม. และช่วงเช้ายังเพิ่มขึ้นอีก 10 ซม.ทำให้บ้านหนองแค ม.8 ต.ม่วงลาด อ.จังหาร ถูกน้ำท่วมตัดขาด น้ำท่วมสูง 1.50 เมตร ทางเข้าบ้านน้ำท่วมสูง 80 ซม.ใช้สัญจรไม่ได้ต้องอาศัอยเรือเข้าออกหมู่บ้านเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านต้องอพยพผู้คนเด็กและสัตว์เลี้ยง มาอยู่บนคันพนังกั้นน้ำ ที่ทางอำเภอตั้งเต็นท์ไว้ให้

  ในขณะที่ที่บ้านดอนสวรรค์ ม.11 ต.ผักแว่น อ.จังหาร น้ำเริ่มเอ่อเข้าหมู่บ้าน ระดับน้ำสูง 60 ซม.ชาวบ้านและแกนนำชุมชนได้ระดมกันใช้กระสอบบรรจุทรายที่อำเภอจัดให้พยายามกั้นปิดประตูท่อลอดถนนไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่เพิ่มเติม ขณะที่วัดดอนสวรรค์ถูกน้ำท่วมปิดทางเข้าออก.

  ส่วนที่บ้านโนนเชียงบัง ม.4 ต.ผักแว่นน้ำท่วมเข้าโรงเรียนสูงกว่า 60 ซม.และกำลังบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านที่มีบ้านเรือน 95 หลังคาเรือน ชาวบ้านเร่งระดมกันนำกระสอบทรายปิดล้อมรอบหมู่บ้านเพื่อป้องกันพื้นที่อย่างสุดความสามารถ
 
 ในขณะที่โดยภาพรวมของพื้นที่ อ.จังหาร พื้นที่หน้าด่านในการรับน้ำจากลำน้ำชี น้ำเริ่มท่วมพื้นที่ทั้ง 8 ตำบล 109 หมู่บ้าน 2,311 หลังคาเรือน นาข้าวเสียหาย 7,260 ไร่ ถนนเสียหายจากการถูกน้ำท่วม 25 สาย .