
ฮิลลารีชี้เลือกตั้งพม่าพฤติกรรมกดขี่
ชาวพม่าเริ่มใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 20 ปีตั้งแต่เช้า บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบสงบ บางเขตแทบไม่มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ชาวพม่าระนองเมินเข้าร่วมเลือกตั้ง ฮิลลารีระบุเป็นอีกวันหนึ่งที่เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมการกดขี่ข่มเหง ชาวพม่าในแม่สอดชุมนุมเร
(7พ.ย.) ชาวพม่าเริ่มออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 20 ปีแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่มีข้อกล่าวหาว่าพรรคของรัฐบาลทหารใช้สารพัดวิธีโกงการเลือกตั้ง และนานาชาติปฏิเสธร่วมสังเกตการณ์ในการเลือกตั้งที่ขาดความเสรี บริสุทธิ์และยุติธรรม
หน่วยเลือกตั้งราว 40,000 แห่งทั่วประเทศเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่นหรือ 6 โมงครึ่งตามเวลาไทย และจะปิดหีบบัตรเลือกตั้งในเวลา 4 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่นหรือ 4 โมงครึ่งตามเวลาไทย
แต่ไม่รู้ว่าว่าจะมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิในวันนี้มากเท่าไหร่จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงราวกว่า 29 ล้านคน เพราะมีการยกเลิกการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ของกบฏชนกลุ่มน้อยทำให้ประชาชนราว 1 ล้าน 5 แสนคนอดใช้สิทธิเลือกตั้ง และประชาชนถูกเกณฑ์ให้ใช้สิทธิออกเสียงล่วงหน้าให้กับพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนาหรือ USDP ของนายกรัฐมนตรีเต็ง เส่ง โดยใช้ทั้งวิธีบังคับขู่เข็ญ ติดสินบนหรือซื้อเสียง
ชาวพม่าระนองเมินเข้าร่วมเลือกตั้ง
ส่วนชาวพม่าที่อาศัยในจังหวัดระนองส่วนใหญ่ ยังคงออกจากบ้านทำงานตามสถานประกอบการต่างๆ ตามปกติ โดยเฉพาะในสถานประกอบการจากการสอบถามไปยังเจ้าของสถานประกอบการทราบว่าไม่มีแรงงานชาวพม่าแจ้งลา เพื่อที่จะเดินทางกลับไปเลือกตั้งแต่ประการใด
นายโก เย แรงงานชาวพม่าจากจังหวัดเกาะสอง ซึ่งเข้ามาทำงานในสถานบริการล้าง อัด ฉีด นายสะอาดคลีน คาร์แคร์ ตั้งอยู่ ม. 2 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง กล่าวว่า เหตุที่ชาวพม่าไม่เข้าร่วมการเลือกตั้ง และไม่สนใจการเลือกตั้ง เป็นเพราะทราบดีว่า หลังการเลือกตั้งกลุ่มที่ครองอำนาจก็ยังเป็นกลุ่มเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำให้ชาวพม่าส่วนใหญ่ ไม่ให้ความสนใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้แต่ประการใด
บางเขตแทบไม่มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
บรรยากาศการลงคณะแนนทั่วไปเป็นไปอย่างเงียบสงบมากเหมือนไม่ใช่วันพิเศษใดๆ ยกเว้นมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งบางตา
นักข่าวของนิตยสารอิระวดี รายงานว่า นับตั้งแต่เกือบ 7 โมงเช้าเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ของนครย่างกุ้ง ได้ใช้เครื่องกระจายเสียงป่าวประกาศรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ในนครย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์เมืองมะละแหม่งในรัฐมอญ เมืองโบกาเลย์ในเขตอิระวดี และเมืองเปกูและเมืองพิมมะนาในเขตมัณฑะเลย์ ปรากฏว่าไม่มีคนเข้าแถวรอใช้สิทธิเลยในช่วงสองชั่วโมงแรกนับจากเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง
แตกต่างจากเมืองซาบบู ทิรี ในกรุงเนปิดอว์ ที่นายกรัฐมนตรีเต็ง เส่ง ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ลงสมัครเลือกตั้ง มีคนเข้าแถวรอใช้สิทธิ แต่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะข้าราชการในกรุงเนปิดว์ได้รับคำสั่งให้ต้องออกมาลงคะแนนเสียง
ขณะที่ชาวพม่ามีความเห็นแตกต่างกันต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ช่างคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง บอกว่า เขาไม่อาจอยู่เฉยได้ และต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงคะแนนเสียงให้พรรคอื่นที่ไม่ใช่ USDP ขณะที่หลายคนไม่ไปใช้สิทธิ เพราะจะเป็นการทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความชอบธรรมตาม
กฎหมาย
และผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยเวบไซต์ข่าวมิซซิม่าช่วงสองสัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้งจากการสอบถาม 4,215 คน พบว่า ผู้ตอบคำถาม 30% สนับสนุนพรรคพลังประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ NDF ซึ่งเป็นพรรคที่ก่อตั้งโดยอดีตสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาตเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ที่ถูกยุบไปแล้ว และอีก 27% สนับสนุนพรรค USDP แต่พรรค NDF ได้คะแนนนิยมมากถึงเกือบ 90% ในนครย่างกุ้ง แต่ NDF ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งเพียง 164 คนเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถสกัดชัยชนะของ USDP ได้
แต่ถึงแม้พรรค USDP ได้คะแนนนิยมอันดับ 2 แต่เป็นที่แน่ชัดว่าจะได้รับชัยชนะกวาดคะแนนเสียงถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังจากพยายามเกณฑ์คะแนนเสียงล่วงหน้า และใช้กลโกงสารพัด
ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวระหว่างเยือนออสเตรเลียวันนี้ระบุว่า การเลือกตั้งพม่าวันนี้เป็นอีกตัวอย่างของพฤติกรรมการกดขี่ข่มเหง และเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจสลายเพราะประชาชนชาวพม่าควรได้สิ่งที่ดีกว่านี้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า สหรัฐและออสเตรเลียจะผลักดันให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการระห่างประเทศเพื่อไต่สวนผู้นำทหารพม่าในคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน
อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งชาติและสมาชิกสภาสูง 494 ที่นั่ง และสมาชิกสภาท้องถิ่นใน 14 เขตปกครองอีก 665 ที่นั่ง รวมเป็น 1,159 ที่นั่ง และมีพรรคการเมือง 37 พรรคและผู้สมัครอิสระ 82 คนเข้าร่วมแข่งขัน โดยพรรค USDP ส่งผู้สมัครมากที่สุดเกือบครบทุกเขตรวม 1,112 คน และจะได้รับชัยชนะกวาดที่นั่งมากที่สุดอย่างแน่นอน แต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติ เพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ของนางอองซาน ซูจี ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวพม่าทั่วประเทศ เลือกไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งและถูกยุบพรรคไปแล้ว
และคาดกันว่า พรรคเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUP ที่สืบทอดมาจากอดีตพรรคของนายพลเน วิน อดีตผู้นำเผด็จการผู้ล่วงลับ จะได้รับเลือกตั้งมากเป็นอันดับสอง แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพรรคนี้จะเป็นคู่แข่งที่จะถ่วงดุลอำนาจกับ USDP ในสภา หรือจะเป็นเพียงพรรคตัวแทนอีกพรรคหนึ่งของกองทัพ
ขณะที่หลายชาติในยุโรปปฏิเสธส่งนักการทูตร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งแม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลทหารพม่าเสนอให้นักการทูตและนักข่าวต่างชาติที่อยู่ในพม่าเข้าร่วมตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่กำหนดไว้ได้ โดยมองว่าข้อเสนอนี้ไม่อาจทำให้สามารถพิสูจน์ได้ว่าการเลือกตั้งเสรี บริสุทธิ์ และยุติธรรม ขณะที่นักข่าวชาวพม่าถูกห้ามเข้าใกล้คูหาเลือกตั้งในรัศมี 50 เมตร
ชาวพม่าในแม่สอดร้องปล่อยอองซาน ซูจี
ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้าสำนักงานเทศบาลนครแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แรงงานพม่า ราว 40 คน นำโดยนายซอทูน (Zaw Tun) ได้ถือป้ายและโปสเตอร์ชุมนุมประท้วงการเลือกตั้งพม่าที่จะขึ้นในวันนี้ (7 พ.ย.) ทั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยนางอองซาน ซูจี อดีตหัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี.และนักโทษการเมืองทั้งหมดฃ
ขณะที่มีการชุมนุมนั้น ทางตำรวจ สภ.แม่สอด นำโดย พ.ต.อ.เดชชาติ วัฒนพนม ผกก.สภ.แม่สอด และฝ่ายปกครอง กว่า 30 นาย ได้เข้าไปตรวจสอบ และรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบ โดยกำชับห้ามก่อความไม่สงบใดๆ หากฝ่าฝืนจะจับดำเนินคดีทั้งหมด การชุมนุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อมวลชนต่างประเทศ และสื่อมวลชนส่วนกลาง รวมทั้งสื่อท้องถิ่นจำนวนมาก
นายซอทูน กล่าวว่า การชุมนุมเรียกร้องครั้งนี้เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยทหารรัฐบาลพม่า เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งไม่มีประเทศใดๆในโลก การเลือกตั้งเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการกดขี่ ความไม่ยุติธรรม
ฉก.ร.7เพิ่มกำลังทหารลาดตระเวณชายแดน
บรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปของทางการพม่า ที่จัดขึ้นในวันที่ 7 พ.ย. 53 ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในส่วนของฝั่งพม่า ที่จังหวัดเมียวดี มีชาวพม่า ยังคงใช้ชีวิตปกติ บางกลุ่มเล่นกีฬา และมีชาวพม่าที่พยายามจะนั่งเรือโดยสารเดินทางเข้ามายังอำเภอแม่สอด แต่น้อยกว่าทุกวัน
ขณะที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้เพิ่มกำลังทหารลาดตระเวนแนวชายแดนมากขึ้นนับ 100 นาย ทั้งนี้เพื่อรักษาความสงบตามแนวชายแดน หลังจากที่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน่วยควบคุมยุทธวิธีทหารพม่า ที่ 29 บ้านปางกาน จ.เมียวดี อย่างไรก็ดี ชาวพม่าจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในฝั่งไทย ไม่ยอมเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งในฝั่งพม่า คงทำการค้าขาย และขายแรงงานอยู่ในฝั่งไทย
แม่ฮ่องสอนคุมเข้มศูนย์ที่พักพิงฯหวั่นป่วน
แหล่งข่าวแม่ฮ่องสอน ระบุว่า นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการไปยังนายอำเภอสบเมย นายอำเภอขุนยวม และนายเมืองแม่ฮ่องสอน ให้ควบคุมดูแลผู้หนีภัยจาการสู้รบที่ศูนย์ที่พักพิงชั่วครามบ้านใหม่ในสอย อ.เมือง บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม และที่บ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ห้ามออกนอกศูนย์ ฯ โดยไม่มีความจำเป็น เนื่องจากวันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 เป็นวันเลือกตั้งในประเทศพม่า ขอให้นายอำเภอในพื้นที่ศูนย์ ฯ ที่พักพิงดังกล่าวดูแลความสงบเรียบร้อยผู้หนีภัยจาการรู้รบอย่างต่อเนื่อง และหากมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นให้รายงานให้ทราบโดยด่วน
แหล่งข่าวชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า กองกำลังกะเหรี่ยงคะยา (KNPP )มีการรวมกันขึ้นที่ชายแดนพม่าตรงข้ามบ้านใหม่ในสอย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าก่อกวนการเลือกตั้งในประเทศพม่าตามหัวเมืองต่าง ๆ เนื่องจากทางกะเหรี่ยงคะยาไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งที่มีขึ้นในพม่า เพราะทางการพม่ายังใช้เผด็จการทางทหารเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามที่บ้านหัวเมือง และบ้านแม่ออหลวง อยู่ตรงข้ามช่องทางบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ทางพม่าให้มีการเลือกตั้งไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา



