
อภิสิทธิ์ชมปลัดจะนะพลีชีพช่วยน้ำท่วม
"อภิสิทธิ์"ระบุสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ขอบคุณทุกฝ่ายมีส่วนร่วมแก้ปัญหา พร้อมเดินทางไปตรวจดินโคลนถล่ม"ขนอม-สิชล"
(7พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับ นายกฯอภิสิทธิ์ เช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 รวมทั้งออกอากาศพร้อมกันทาง ช่อง 5 และช่อง 9 ด้วย โดยระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่วนใหญ่เข้าสู่จุดที่เริ่มคลี่คลายแล้ว พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ตัวเลขอยู่ที่
161 ราย และระบุด้วยว่าพสกนิกรชาวไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ได้ทรงแสดงความห่วงใยและพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ
นายกรัฐมนตรี ยังอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงแสดงความห่วงใยประชาชน และทรงกำชับรัฐบาลให้เร่งดูแลช่วยเหลือประชาชนให้ทั่วถึง พร้อมรับสั่งถึงการแก้ปัญหาระยะยาว โดยให้ศึกษาผลกระทบให้รอบด้าน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนสื่อมวลชนที่มีความตื่นตัว และช่วยคลี่คลายปัญหา โดยยอมรับว่าปัจจุบันภาครัฐทำงานฝ่ายเดียว ไม่สามารถเข้าไปบริหารจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้ และขอรับผิดชอบในความบกพร่องที่เกิดขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครอบครัวละ 5 พันบาท ดำเนินการโดยธนาคารออมสินแล้ว ใน จ.นครราชสีมา และนครสวรรค์ โดยจะเร่งรัดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ในส่วนของรายชื่อตกหล่น จะตรวจสอบอีกครั้ง สำหรับเกณฑ์การช่วยเหลือ ทั้งเรื่องทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตรคาดว่าจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท จึงได้ให้ทุกหน่วยงาน ใช้วิธีกลับไปทบทวนการใช้งบตามแผนงานปกติ ปรับแผน เพื่อจัดลำดับความสำคัญ พร้อมย้ำว่า การช่วยเหลือประชาชนจะต้องเดินหน้าอีกระยะหนึ่ง ขณะที่การป้องกันปัญหาในระยะยาว จะทำอย่างต่อเนื่อง
มาร์คเผยครม.ถกปรับเกณฑ์ช่วยน้ำท่วมใต้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีเตรียมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 9 พ.ย. รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น ว่า สิ่งที่จะเพิ่มเติมเข้ามาจะเป็นกรณีผู้ประสบภัย แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์น้ำท่วม เช่น ที่โดนพายุ และเรื่องของสวนยาง ซึ่งวันนี้จะลงไปดูว่าแนวทาง น่าจะเป็นอย่างไร และในวันอังคารที่ 9 พ.ย.จะมีการดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนแนวการฟื้นฟูเรื่องการทำโครงการที่สามารดำเนินการได้เร็ว เพื่อเป็นการป้องกันระยะยาวก็ให้มีการสำรวจทันทีในทุกพื้นที่ เพื่อที่จะดำเนินการ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องการดูแลเกษตรกรในพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว และสามารถเพาะปลูกได้เพื่อไม่ให้เสียโอกาสจะสนับสนุนเรื่องของเมล็ดพันธุ์ และเรื่องอื่นๆ ตรงนี้ถือเป็นเรื่องหลัก โดยได้ให้นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปพิจารณาแนวทางและจะนำมาเสนอในที่ประชุมครม. อย่างไรก็ตาม การชดเชยจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการสำรวจพื้นที่ทีได้รับความเสียหาย เรื่องนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะถ้าเร็วจะเกิดปัญหาความถูกต้อง และถ้าตกสำรวจหรือเกินมาก็จะเป็นปัญหา ดังนั้นต้องไปดูความพอดีว่า ทำอย่างไรให้รัดกุมและเร็วที่สุด โดยไม่ให้เหมือนในอดีตที่ช้ามาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการเชื่อมั่นฯว่า จะรับผิดแต่เพียงผู้เดียวในเรื่องความล่าช้า ซึ่งการพูดอย่างนี้ถือเป็นเพราะความน้อยใจกับสถานการณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ แต่ตนไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เสียกำลังใจ เพราะตนไปทุกพื้นที่ได้เห็นความตั้งใจ ความทุ่มเท ของข้าราชการทุกส่วน เวลาที่ถูกตำหนิมา ก็ไม่อยากให้เขาเสียกำลังใจ เขาจะได้มีกำลังใจ
อภิสิทธิ์ตรวจดินโคลนถล่ม"ขนอม-สิชล"
เมื่อเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะทำงานได้เดินทางถึงที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบปัญหาวาตภัย และอุทกภัย ที่ ม.6 บ้านคลองเหลง ต.ควนทอง อ.ขนอม โดยมีชาวบ้านในพื้นที่และระแวกใกล้เคียง มารอต้อนรับหลายพันคน ซึ่งนายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมเป็นต้นมา
หลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้มอบเงินเยี่ยวยาครอบครัวผู้เสีชีวิต 7 ราย แบ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว 4 ราย รายละ 5 หมื่นบาท และเป็นสมาชิกรอบครัวอีก 3 รายรายละ 2.5 หมื่น ส่วนกรณีได้รับความเสียหายทั้งหลัง เบื้องต้นทีจำนวน 4 หลัง ได้มอบให้หลังละ 3 หมื่นบาท
เสร็จแล้วนายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่มีดินโคลนและภูเขาพังถล่ม ที่บ้านคลองเหลง ต.ครวรทอง อ.ขนอม ซึ่งใช้เวลาตรวจดูสภาพควมรมเสียหายประมาณ 10 นาที จากนั้นได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุที่มีดินไสล หินถล่ม ที่บ้านเขาหลัก ม.6 ต.ทุ่งไส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยมีชาวบ้านรอให้การต้อนรับเช่นเดิม
นายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ซักถามผู้นำท้องถิ่น และตรวจดูภาพถ่ายจากความเสียหายในวันแรก จากนั้นได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้นำท้องถิ่น ได้เยียวยาชาบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการดังกล่าว ก่อนจะเดินทางกลับ
ชื่นชมปลัดจะนะพลีชีพช่วยน้ำท่วม
ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะเดินทางไปยังอำเภอไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจเยี่ยมอุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยที่ ต.บ้านทุ่ง อ.ไชยา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบฟางอัดแท่ง 8,000 กิโลกรัม ให้แก่เกษตรกร เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งให้กำลังใจ ข้าราชการ และอาสาสมัคร ที่ร่วมช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
หลังจากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางไปวัดพัฒนาราม ต.ตลาด อ.เมือง เพื่อไว้อาลัยว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ บุญฤทธิ์ ปลัดอำเภอจะนะ ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือประชาชน โดยให้กำลังใจและแสดงความชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ ว่า เป็นแบบอย่างการเสียสละและความกล้าหาญช่วยเหลือประชาชนของข้าราชการที่หาได้ยาก พร้อมมอบเงินค่าทำศพ 100,000 บาทให้นางพรรณี บุญฤทธิ์ มารดาว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ ด้วย
ทั้งนี้นายกรัฐมนตีและคณะจะเดินทางกลับถึง กทม.ในเวลา 18.45 น.
ปภ.สรุปยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วม 161ราย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผย สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ว่า ล่าสุด มีพื้นที่ประสบภัย 18 จังหวัดประกอบด้วย ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา ลพบุรี นครสวรรค์ สระบุรี ศรีสะเกษ สุรินทร์ ขอนแก่น นนทบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด โดย มีผู้เสียชีวิต อยู่ที่ 122 ราย ขณะที่พื้นที่ประสบภัยภาคใต้ มีพื้นที่ประสบภัย 12 จังหวัด ประกอบด้วย สงขลา สตูล ตรัง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร และ ระนอง โดยมีผู้เสียชีวิต จำนวน 39 ราย รวมผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น จำนวน 161 ราย
โดยจังหวัด กระบี่ พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ สงขลา สถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว และอยู่ระหว่างการฟื้นฟู และในบางพื้นที่ ต้องเฝ้าระวัง ดินถล่ม และ ทรุดตัว เนื่องจากอุ้มน้ำจำนวนมาก กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เปิดเผย ถึงสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันนี้ ว่า ล่าสุด เมื่อเวลา 08.19 น. น้ำขึ้นสูงสุด วัดระดับจากน้ำทะเลปานกลาง ได้ที่ 1.98 เมตร ซึ่งระดับน้ำที่ขึ้นดังกล่าวนั้น ยังไม่ถึงขั้นสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ ที่ 2.05 เมตร ซึ่งระดับน้ำดังกล่าวนั้น ส่งผลเอ่อท่วมชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแนวคันกั้นน้ำเล็กน้อย จากนั้นในช่วงสาย ระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติ ตามระบบธรรมชาติเช่นเดิม ซึ่งจากการคาดการณ์ คาดว่า ในเช้าวันพรุ่งนี้ ระดับน้ำทะเลจะขึ้นสูงสุด ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งระดับน้ำนั้นจะลดลง ในเวลา 13.14 น. ระดับที่คาดการณ์ คือ 1.54 เมตร
ผอ.สำนักการระบายน้ำกทม.เฝ้าระวังระดับน้ำเจ้าพระยา
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีสูบน้ำเทเวศน์ เพื่อดูระดับน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนชาว ที่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยกล่าวว่า ระดับน้ำที่สถานีสูบน้ำปากคลองตลาดวันนี้(7 ตค) ช่วงที่สูงสุดอยู่ที่ 2.03 เมตร ส่วนที่สถานีสูบน้ำเทเวศน์สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 2.10 เมตร ซึ่งแตกต่างจากด้านในแนวเขื่อนกั้นน้ำ 2.40 เมตร ทำให้ประชาชนที่อยู่นอกแนวเขื่อนกั้นน้ำ จะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเรือโดยสาร ชะลอวามเร็วในการเดินเรือ เพื่อลดแรงคลื่นที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะเฝ้าระวังระดับน้ำจนกว่าจะผ่านพ้นเทศกาลลอยกระทง สำหรับบริเวณท่าน้ำเทเวศน์มีน้ำสูงกระทบกับผู้ที่อาศัยในบริเวณดังกล่าว แต่ประชาชนที่ใช้เรือในการสัญจรยังคงใช้ได้ตามปกติ
อภิรักษ์แนะระวังปริมาณน้ำทะเลหนุน2วันนี้
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศชอ. กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยว่า ขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ใน 30 จังหวัด ประชาชนกว่า 745,000 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะใน 12 จังหวัดภาคใต้ ที่มีพายุดีเปรสชั่นและฝนตกหนักต่อเนื่อง ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะยังคงมีฝนตก ซึ่งจากการลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง เมื่อวานนี้(6 พย)ได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมชลประทาน ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากในช่วง 2 วันนี้ จะมีน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น อาจทำให้กระทบกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคกลางบางส่วน จึงขอให้ประชาชนสองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ อาจได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 7-8 พฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าไม่น่าจะเกิน 2 – 2.20 เมตร
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา รัฐบาลได้สำรวจรับรองรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบแล้ว โดยเบื้องต้นใน 38 จังหวัด ส่งรายชื่อมาแล้ว 630,000 ราย ที่บ้านเรือนเกิดน้ำท่วมฉับพลันทรัพย์สินเสียหาย จากน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน ส่วนผู้ที่ไม่มีทะเบียนบ้าน หรือเป็นบ้านเช่า จังหวัดจะสำรวจออกเป็นหนังสือรับรองให้ โดยจะเร่งรัดให้เสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน จากนั้นธนาคารออมสินและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะตั้งจุดเร่งรัดการจ่ายเงินภายในเดือนนี้ นอกจากนี้ ขอเตือนประชาชนบริเวณลุ่มแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ใน 2 วันนี้ น้ำอาจไหลไปที่จังหวัดร้อยเอ็ด และอำเภอราศรีไสล จังหวัดศรีสะเกษ



