ข่าว

 เชื่อมั่นตำรวจกับ"พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู"

เชื่อมั่นตำรวจกับ"พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู"

07 พ.ย. 2553

พื้นที่ภาคตะวันออกของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะ "พัทยา" แหล่งท่องเที่ยวที่ทำรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศไทย ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของตำรวจภูธรภาค 2 ยุค พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จะมีทิศทางและแน

 -ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 2       
       ปัญหาอันดับหนึ่ง คือ ปัญหายาเสพติดที่ส่วนใหญ่ที่ทะลักเข้ามาตามแนวชายแดนแถวๆ  อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และก็มีบางส่วนที่เข้ามาทาง จ.จันทบุรี จ.ตราด เล็กน้อย อันดับสอง คือ ปัญหาโจรกรรมรถ ซึ่งปัญหานี้จะหนักมากใน จ.ชลบุรี โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งนอกจากมีการขโมยแล้วยังมีอีกวิธีหนึ่งคือ ตอนนี้รถมอเตอร์ไซค์มีการเปิดให้ดาวน์ถูกเลยมีคนที่อยากจะซื้อมาใช้ มีการทำประกันภัยไว้ แต่รายได้ก็ไม่ได้มากพอ สุดท้ายก็ต้องนำไปจำนำ เมื่อหมดอายุการจำนำนั้นก็มีการขายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ก็มาแจ้งว่ารถมอเตอร์ไซค์หาย บริษัทก็จ่ายเงินประกันค่ารถหายไปเรียบร้อย แบบนี้ก็เหมือนแจ้งเท็จ เราก็ไม่สามารถหาได้ว่ารถอยู่ที่ไหน ซึ่งจริงๆ ขโมยมันไม่มาก แต่บางทีดาวน์ถูกผ่อนไม่ทันก็เอาไปขาย จนทำให้ยอดการโจรกรรมรถนั้นสูงมาก

 ปัญหารองลงมา ก็เป็นกลุ่มแก๊งคนร้ายข้ามชาติ ที่เข้ามากระทำความผิดอยู่ในเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออย่าง พัทยา และเมืองที่มีกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่เยอะๆ อย่างระยอง ส่วนปัญหาอื่นๆ นั้น แต่ละจังหวัด มีปัญหาที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่อย่างปราจีนบุรี นครนายก ซึ่งเป็นเมืองที่ใกล้กรุงเทพฯ ปัญหาก็จะมีอีกอย่างหนึ่ง แต่ปัญหาจะมาหนักเลยคือคนที่เข้ามาทำมาหากิน เข้ามาค้าขายอยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ระยอง และจันทบุรี

 -สถานการณ์กลุ่มแก๊งคนร้ายข้ามชาติ ตลอดจนกลุ่มมาเฟียในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง

 กลุ่มคนร้ายข้ามชาติ กลุ่มมาเฟีย จะอยู่ในพื้นที่พัทยา เท่าที่รวบรวมได้ จะมีอยู่ 9 กลุ่ม คือ กลุ่มเยอรมัน กลุ่มเกาหลี กลุ่มรัสเซีย กลุ่มปากีสถาน กลุ่มแคเมอรูน กลุ่มสแกนดิเนเวีย กลุ่มฟิลิปปินส์ กลุ่มมาเลเซีย และกลุ่มจีน แต่ละชาติก็จะมีแก๊งต่างๆ ของเขาที่เข้ามาดูแลกันเอง แต่กลุ่มแก๊งข้ามชาติเหล่านี้เป็นโครงสร้างเก่าๆ ที่เขามีอยู่แล้ว อาจจะมีหน้าใหม่ๆ ที่เข้ามาบ้าง อย่างกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้น คือ การฆ่าชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นการหักหลังกันเอง มีการเตรียมการมาจากต่างประเทศ มีการเรียกค่าไถ่กัน มีการโกงกันมาแล้วจับตัวไว้ เป็นลักษณะการหยาบๆ เป็นการบังคับทารุณให้บอกเลขรหัสของเอทีเอ็มพอไปกดเงินแล้วก็ฆ่าทิ้ง วิธีทำก็ไม่ลึกซึ้งอะไร แต่พวกนี้อันตรายมาก บางกลุ่มก็มีการยกตู้เอทีเอ็มไปดื้อๆ เลยก็มี บางชาติก็คดีแบบหยาบๆ อย่าง แคเมอรูน ใช้วิธีทุบกระจกรถ แบบไม่มีลีลา ไม่มีวิชาโจรอยากได้ก็จอดรถขับตามไป
การดูแลปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เศรษฐกิจพิษอย่างเมืองพัทยา
   
          พูดกันตามตรง ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ของประเทศไทย แต่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับกฎหมาย ส่วนในพัทยานั้นจะมีหลายหน่วยงานที่เข้าไปดูแลพื้นที่ตรงนี้อยู่แล้ว โดยจะมีตำรวจภูธรเป็นหลัก มีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ หน่วยปราบปรามยาเสพติด ปราบปรามการค้ามนุษย์ก็มีศูนย์อยู่ที่พัทยา แต่ละฝ่ายจึงมีการช่วยดูแลพัทยาและมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน

ความคาดหวังในการทำงานตำรวจภูธรภาค 2

             ผมพยายามที่จะสร้างตำรวจให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน ความเชื่อถือศรัทธาเกิดจากความจริงใจในการทำงาน ใช้อำนาจหน้าที่ทางกฎหมายทำงานให้ประชาชนอุ่นใจ ต้องทำให้ชาวบ้านเห็นว่าตำรวจมาแล้วประชาชนอุ่นใจ ไม่ใช่ตำรวจมาแล้วประชาชนตกใจ ตั้งแต่ที่ผมมารับตำแหน่ง ก็ลงไปมอบนโยบายกับตำรวจภูธรภาค 2 ทั้ง 8 จังหวัด มีนโยบายรวมๆ ให้ตำรวจทุกคนคิดง่ายๆ ว่า ให้คนที่มาประกอบอาชีพสุจริตในพื้นที่แห่งนี้ มีความสะดวกและปลอดภัยจากอาชญากรรมต่างๆ
 ด้วยการที่ตำรวจทุกคน ต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่าตำรวจจะคอยดูแลช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ ซึ่งตำรวจยุคใหม่ต้องเข้าถึงปัญหาของประชาชนให้ได้มากที่สุด ต้องเข้าไปรับรู้ รับฟังว่า ชาวบ้านต้องการอะไร มีความทุกข์ร้อนอะไร เพื่อตำรวจจะได้เข้าไปแก้ปัญหาให้ตรงจุด และที่ผมเน้นย้ำมากที่สุด การเป็นตำวจอย่าไปใช้อำนาจในการเรียกรับผลประโยชน์ หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง!!

จับตา...มาเฟียข้ามชาติเมืองพัทยา

 "พัทยา" คือเมืองสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ขณะเดียวกันก็กลายเป็นแหล่งรวมของกลุ่ม "มาเฟีย" ชาติต่างๆ ที่เข้ามาแสวงประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  มีการรวบรวมกลุ่มคนชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลในเมืองพัทยาไว้ 9 กลุ่ม ดังนี้      

  กลุ่มเยอรมัน  : ส่วนใหญ่ไม่มีพฤติกรรมในการก่อเหตุต่อคนไทย โดยมากจะข่มขู่ และเกี่ยวข้องเฉพาะกับคนชาติเดียวกัน อย่าง  "กาเบรียล เปรย์" หัวหน้าแก๊งช็อปเปอร์ เรียกค่าไถ่คนในสัญชาติเดียวกัน ถูกจับกุมแล้ว และ "บรูโน พินเกล" ประธานบริษัท สยาม เบสท์ เอนเตอร์ไพรส์ เจ้าของวิวทะเลคอนโดมิเนียมหลายแห่ง ร้านอาหารบรูโน กำลังติดตามพฤติกรรมอยู่
 
      กลุ่มเกาหลี :  กลุ่มนี้มักจะฉ้อโกง หน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อเรียกค่าคุ้มครองคนในสัญชาติเดียวกันที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ตลอดจนพฤติกรรมที่เข้าข่ายการค้ายาเสพติด และมัคคุเทศน์เถื่อน

 กลุ่มรัสเซีย : มักเข้ามารวมกลุ่มก่อเหตุร่วมกันปล้นทรัพย์คนชาติเดียวกัน และกระทำผิดเกี่ยวกับบัตรเครดิตโดยใช้พัทยาเป็นแหล่งก่อเหตุ ด้วยการจ้างคนไทยเปิดบัญชีพร้อมทั้งยึดบัตรเอทีเอ็มไว้รอรับเงินที่ได้จากการกระทำผิด และมัคคุเทศน์เถื่อน
 กลุ่มปากีสถาน :  กลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักมาประกอบอาชีพร้านตัดผม ร้านอาหาร และแรงงานต่างด้าว อย่าง "โนฟีฯ" เคยก่อคดีปลอมบัตรเครดิต ฉ้อโกงทรัพย์คนในสัญชาติเดียวกันที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ตลอดจนเข้าช่วยเหลือออกเงินประกันคนในสัญชาติเดียวกันที่ถูกจับกุม

       กลุ่มแคเมอรูน :  แก๊งเงินดำ เมื่อก่อเหตุมักหลบหนีหายตัวไปเป็นปี หลังจากนั้นจึงกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง นอกจากนี้ยังก่อเหตุลักทรัพย์โดยการทุบกระจกเอาทรัพย์อีกด้วย

 กลุ่มสแกนดิเนเวีย : พบพฤติกรรมใช้ยาเสพติดเป็นประเภทยากลุ่มประสาท และยาหลอนประสาท โดยใช้กันเฉพาะกลุ่มคนชาติเดียวกันและภาษาเดียวกัน และมักไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับคนชาติอื่น

 กลุ่มฟิลิปปินส์ : มีพฤติกรรมใช้บัตรเครดิตปลอม โดยจะซื้อข้อมูลพร้อมบัตรจากต่างประเทศ เพื่อนำเข้ามาก่อเหตุในเมืองพัทยา

 กลุ่มมาเลเซีย : มีพฤติกรรมปลอมเป็นนักท่องเที่ยวและเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ เข้ามาก่อคดีลักทรัพย์ และมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติด

 กลุ่มจีน : มีพฤติกรรมเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขายบริการทางเพศ และมัคคุเทศน์เถื่อน

   กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติเหล่านี้ มักจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหรือก่อเหตุกับคนไทย แต่จะก่อเหตุหรือข่มขู่กับคนชาติเดียวกัน โดยในส่วนของคนไทยจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มมาเฟียชาติต่างๆ ในเมืองพัทยา เพียงแค่เรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือจดทะเบียนเอกสารราชการบางอย่างที่ต้องอาศัยคนไทยเท่านั้น